การสนับสนุนการทำงานของตำรวจ มีกี่ประเภทนักสืบเอกชนในปัจจุบัน

ในปัจจุบัน อาชีพนักสืบเอกชน ต้องบอกว่ามีความสำคัญมากในการสนับสนุนการทำงาน ของตำรวจกองบัญชาการ ตำรวจนครบาล ตามสภาพที่คาดหวัง พบว่า นักสืบต้องซื่อสัตย์ต่อตนเอง ซื่อสัตย์ต่อนายจ้าง และไม่มีความทุจริต และการยักยอกทรัพย์ ลักทรัพย์ นายจ้าง ฉ้อโกง นายจ้าง โกหกให้ข้อมูล อันเป็นเท็จ รายงานเท็จ เอาทรัพย์สินขององค์กรไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว ไม่ทำให้นายจ้างหรือองค์กรเสียหาย ไม่ว่าจะทางแพ่งและทางอาญา ซื่อสัตย์ต่อลูกค้า ค้นหาหรือเสาะแสวงหาข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน ตลอดจนข้อมูลต่าง ๆ ตามความเป็นจริงและอยู่ในกรอบของกฎหมาย ไม่ล่วงล้ำสิทธิเสรีภาพของบุคคลเกินควร

นักสืบคดีฆาตกรรม
นักสืบคดีฆาตกรรม มักมีส่วนร่วม ในภารกิจ ที่เสี่ยง โดยปกติแล้ว เมื่อมีคดีฆาตกรรม และไม่ทราบ ผู้กระทำผิด และยังไม่มี การชี้นำ ที่ชัดเจน ว่าใคร เป็นผู้ กระทำผิด จึงเป็นหน้าที่ ของนักสืบ คดีฆาตกรรม ที่จะต้อง คิดค้น วิธีการ และกลยุทธ์ ในการค้นหา ผู้ที่ ก่อเหตุ

นักสืบคดีฆาตกรรม แทบจะ แยกออก จากกันไม่ได้ กับอาชีพ ตำรวจ เมื่อไม่ได้ อยู่ในที่เกิดเหตุ อย่างจริงจัง นักสืบคดีฆาตกรรม จะตรวจสอบ ไฟล์คดี เพื่อหา เบาะแส หรือนำไปสู่ การไขปริศนา ที่ยาก นักสืบคดีฆาตกรรม ยังเก่งมาก ในการไขคดี
ต้องปฏิบัติหน้าที่ให้ได้มาซึ่งความจริง ความถูกต้องแม่นยำ ความรอบคอบและอยู่ในกรอบของกฎหมาย แจ้งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ว่าจ้าง หรือแหล่งข้อมูลที่นักสืบได้ข้อมูลมาให้ข้อมูลข่าวสารเพื่อการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมที่ถูกต้องและรักษาความลับของทางราชการ เป็นสายข่าวให้กับตำรวจ เป็นสายลับให้กับตำรวจเป็นผู้ช่วยตำรวจการสืบหาบุคคลที่มีหมายจับตามทางคดีอาญา ทั้งนี้อาจเนื่องจากว่า ในอนาคตที่มีเกิดการเปลี่ยนแปลงและปัญหาเศรษฐกิจที่รุนแรงขึ้นส่งผลให้การก่ออาชญากรรมมีมากขึ้น

อาชีพนักสืบเอกชน จะเป็นอาชีพที่จำเป็นและต้องเป็นผู้ที่มีจรรยาบรรณต่อวิชาชีพสูง มีคุณธรรม จริยธรรมในการสืบค้นหาข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ข้อมูลมีความถูกต้องแม่นยำ ความรอบคอบและเคารพกฎหมาย เพื่อปกป้องชื่อเสียงขององค์กร ต้องทำงานตามคำสั่งของหัวหน้างานหรือองค์กรที่ นักสืบเอกชน สังกัด ซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ มีความอดทนทำงานไม่เป็นเวลา ความเตรียมพร้อมอยู่เสมอ รักษาความลับของลูกค้า ต้องมีความรับผิดชอบต่อองค์กรของชาติ ไม่นำความลับทางราชการไปเปิดเผยต่อองค์กรข้ามชาตินักสืบต้องให้ความร่วมมือสนับสนุนและมีส่วนร่วมในการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อความสงบสุขของสังคมในกรอบของกฎหมาย ไม่กระทำการ
ผิดกฎหมายทั้งทางอาญาและทางแพ่ง ไม่ทำให้สังคมเดือดร้อน ไม่เข้ากระบวนการยั่วยุ ส่งเสริมการกระทำที่ผิดกฎหมาย

เมื่อพบเห็นการกระทำความผิด ต้องเก็บหลักฐาน และแจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที เมื่อรู้แหล่งการกระทำความผิด ต้องแจ้งเบาะแสกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และให้ความร่วมมือกับตำรวจเป็นอย่างดี นักสืบไม่ควรรับงานที่สร้างความขัดแย้งในสังคม ไม่นำข้อมูลสำคัญของชาติไปเปิดเผยกับฝ่ายตรงข้าม ไม่รายงานข้อมูลที่แสดงความแตก แยกในสังคมและประเทศชาติ และปฏิบัติหน้าที่ด้วยความไม่ประมาทมีคุณธรรมและจริยธรรม

ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ Thipjaree Chanruechai (2010) พบว่า หน้าที่และภารงานที่เป็นความรับผิดชอบของ นักสืบเอกชนควรเป็นไปตามสัญญาว่าจ้างทำของโดยสัญญาจ้างทำของไม่จำเป็นต้องเป็นการจ้างให้ทำสิ่งของที่เป็นรูปร่างเท่านั้น ทั้งนี้เพื่อให้การดำเนินธุรกิจนี้มีความชัดเจน เป็นระเบียบ และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน จึงควรให้มีการตรากฎหมายเฉพาะว่าด้วยการประกอบธุรกิจนักสืบเอกชนทำนองเดียวกับต่างประเทศ เช่น
ประเทศไอร์แลนด์, สาธารณรับฝรั่งเศส เพื่อที่จะช่วยกำกับดูแล
รวมถึงกำหนดแนวทางปฏิบัติให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจนักสืบเอกชน ซึ่งจะเป็นผลดีกับการเกี่ยวข้องทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐที่มีความเข้าใจในการทำงานของนักสืบเอกชนและเล็งเห็นถึงความสำคัญของนักสืบเอกชนที่จะสามารถเข้ามาเป็นผู้ช่วยเหลือการทำงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ สำหรับประชาชนทั่วไปก็มีความอุ่นใจว่านักสืบนักสืบเอกชนไม่ใช่ธุรกิจที่ไม่มีกฎหมายรองรับ เพราะการประกอบธุรกิจนี้จะต้องอยู่ภายใต้กฎหมายโดยนักสืบเอกชนมิได้มีสิทธิพิเศษในการทำงาน ไม่อาจจะล่วงละเมิดสิทธิส่วนบุคคลได้ ส่วนผู้ว่าจ้างก็มั่นใจในมาตรฐานการทำงานของนักสืบเอกชน ซึ่งก็จะส่งผลดีต่อการประกอบธุรกิจเอกชน กล้าที่จะว่าจ้างให้สืบหาข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกหลอกลวง ซึ่งก็จะส่งผลดีต่อการประกอบธุรกิจเอกชนเองที่จะได้รับการจ้างงานมากขึ้น สามารถทำงานได้สะดวกขึ้นและไม่ถูกกีดกันอย่างที่ผ่านมา

บริษัทนักสืบเอกชน อาชีพนักสืบเอกชน
บริษัทนักสืบเอกชน อาชีพนักสืบเอกชน

ประเภทของนักสืบ อาชีพนักสืบเอกชน
นักสืบตำรวจ

ส่วนใหญ่ เป็นตัวแทน หน่วยงานบังคับ ใช้กฎหมาย ของรัฐ พวกเขา ได้รับการฝึกฝน bangkok private investigator  และคัดเลือก จากรัฐบาล เพื่อดำเนินกิจกรรม สืบสวน ที่เกี่ยวข้อง กับการกระทำผิด ทางอาญา พวกเขา ยังเป็น ที่รู้จักกัน ในนาม นักสืบสาธารณะ เพราะเงินเดือน ของพวกเขา มาจากภาษี และเงินทุน จากรัฐบาล

นักสืบเอกชน สนับสนุนการทำงานของตำรวจ มีกี่ประเภท
นักสืบเอกชน สนับสนุนการทำงานของตำรวจ มีกี่ประเภท
กิจกรรมของนักสืบตำรวจ

การสืบสวนอาชญากรรม
การรวบรวมหลักฐาน การก่ออาชญากรรม
ดำเนินการสัมภาษณ์พยาน และผู้ต้องสงสัย
สังเกตกิจกรรม ที่น่าสงสัย
การจับกุม ผู้ต้องสงสัย
การเขียนรายงาน โดยละเอียด และกรอกแบบฟอร์ม ที่จำเป็น
การเตรียมคดี และการเป็นพยาน ในศาล
ซึ่งแตกต่าง จากเจ้าหน้าที่ ตำรวจ ทั่วไป นักสืบของตำรวจ มักสวมชุด ธรรมดา แทนที่ จะสวมเครื่องแบบ ตำรวจ และขับรถ ที่ไม่มีเครื่องหมาย พวกเขา อาจทำงาน แบบปกปิด หรือผ่านผู้ให้ข้อมูล บางครั้ง การสังเกต ติดตาม และบันทึก กิจกรรม ของอาชญากร ที่เป็นที่รู้จัก ก็เพียงพอ ที่จะรวบรวม หลักฐาน ที่จำเป็น สำหรับ คำฟ้อง private investigator thailand อย่างไรก็ตาม หลักฐาน สำคัญ ส่วนใหญ่ ได้มาจาก การสอบปากคำ ทั้งอาชญากร และพยาน ก่อนที่จะทำ การจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจ ต้องตรวจสอบ ให้แน่ใจ ว่าหลักฐาน ที่รวบรวมนั้น ถูกต้อง เป็นจริง และเชื่อถือได้ หลักฐานที่ดี ที่สุด ในการ ก่ออาชญากรรม คือคำสารภาพ โดยตรง และนักสืบ ของตำรวจ มีสิทธิ์ ใช้เทคนิค ทางจิตวิทยา การชี้นำ ที่ผิด และการโกหก เพื่อกระตุ้น ให้อาชญากร สารภาพ

นักสืบเอกชน
นักสืบเอกชน เป็นผู้เชี่ยวชาญ อัจฉริยะ ที่ได้รับ การฝึกฝน มาเป็นพิเศษ ซึ่งได้รับ การฝึกอบรม หลายชิ้น เกี่ยวกับ วิธีวิเคราะห์ ข้อมูล เกี่ยวกับอาชญากรรม และอาชญากร หลาย ๆ ชิ้น และคิดค้น วิธีการ และกลยุทธ์ ในการจับกุม และควบคุม กิจกรรม ของพวกเขา

โดยปกติ พวกเขา ไม่ได้เป็นสมาชิก ของกองกำลัง พวกเขา ไม่ใช่ตำรวจ หรือกองทัพ พวกเขา เป็นที่ปรึกษา ด้านความปลอดภัย ส่วนตัว ที่ได้รับ การว่าจ้าง จากหน่วยงาน ภาครัฐ และเอกชน เพื่อเปิดเผย การกระทำ และอาชญากรรม ที่เป็นอันตราย ทั้งในสังคม หรือองค์กร
โดยปกติแล้ว ทุกครั้ง ที่ใช้ คำว่า ‘นักสืบ’ มักจะ อ้างอิง ถึงนักสืบเอกชน พวกนี้ เก่งมาก ในการค้นหา อะไร สักอย่าง พวกเขา ใช้วิธีการ สืบสวน ที่หลากหลาย เพื่อค้นหา สิ่งที่ต้องการ
และมัก จะให้คำตอบ สำหรับ คำถาม ทุกประเภท ทักษะ ลอจิก และความเข้าใจ ในการแก้ ปัญหา ทางเลือก คือความสามารถ บางประการ ที่จำเป็น ในการเป็นนักสืบ ที่ประสบ ความสำเร็จ นอกจากนี้ การคิด อย่างมีวิจารณญาณ และการไขปริศนา เป็นส่วนสำคัญ ของงาน โดยไม่คำนึง ถึงการสมัคร

ติดตามอาชญากรไซเบอร์

หาคนที่หายไป
การกู้คืนทรัพย์สินที่สูญหาย / ถูกขโมย
การติดตามและจับกุมฆาตกรต่อเนื่อง
Investigative Due Diligence เป็นต้น
เป็นที่น่าสนใจ ที่ทราบว่า นักสืบเอกชน บางคน เคยเป็น อดีตตำรวจ สายลับ เจ้าหน้าที่ ทหารบอดี้การ์ด และรปภ. ที่ตัดสินใจ ก้าวไป สู่อีกระดับหนึ่ง ในขณะ ที่ได้รับ มอบหมาย พิเศษ
นักสืบเอกชน ได้รับ ความคุ้มกัน จากรัฐบาล เนื่องจาก นักสืบเอกชน จำนวนมาก ถูกจำกัด อำนาจ ในการจับกุม หรือควบคุม ตัวผู้ร้าย เพราะพวกเขา ไม่มีอำนาจ ของตำรวจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากพวกเขา ไม่ได้เป็น สมาชิก ของกองกำลัง
ตำแหน่งหน้าต่างในงานสถาปัตยกรรม เพื่อถ่ายเทอากาศ ให้สภาวะน่าสบาย

หลักการออกแบบช่องเปิด หรือ ตำแหน่งหน้าต่างในงานสถาปัตยกรรม เพื่อถ่ายเทอากาศ ให้สภาวะน่าสบาย และช่วยประหยัดการใช้พลังงานภายในอาคาร หน้าต่าง หรือ ช่องเปิดนั้น ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในการออกแบบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถ้าหากอาคารหลังนั้นๆได้ออกแบบหน้าต่างช่องเปิดมาอย่างเหมาะสมก็จะทำให้บรรยากาศภายในอาคารมีความสว่างที่พอดี และมีลมถ่ายเท ระบายอากาศได้อย่างปลอดโปร่ง และช่วยประหยัดการใช้พลังงานไฟฟ้าภายในอาคาร แต่ถ้าหากออกแบบหน้าต่าง หรือช่องเปิดผิดไปจากหลักการออกแบบที่เหมาะสม หรือ ไม่มีความสัมพันธ์สอดคล้องกับบริบทการใช้งานของอาคาร ก็จะทำให้มีบรรยากาศที่ไม่ดี ไม่สามารถระบายอากาศได้อย่างสะดวก จึงทำให้รู้สึกอึดอัด และทำให้เกิดความรู้สึกไม่สบายตัวในระหว่างอยู่อาศัย ซึ่งการจะออกแบบช่องเปิดให้สัมพันธ์กับบริบทอาคาร และมีความเหมาะสมลงตัวกับลักษณะการใช้งาน จะมีหลักเกณฑ์ที่ควรคำนึงดังนี้

ทิศที่ควรหลีกเลี่ยงการเจาะช่องเปิด หรือ ช่องหน้าต่าง

– ในทิศใต้ และทิศตะวันตก สามารถมีหน้าต่าง หรือ ช่องเปิด ไม่ควรเกิน 20% ของพื้นที่ระนาบผนังทั้งหมด

ในด้านทิศใต้ และทิศตะวันตก จะเป็นด้านที่ได้รับผลกระทบจากความร้อนและแสงจ้าค่อนข้างมาก ฉะนั้นการออกแบบตำแหน่งของหน้าต่าง หรือ ช่องเปิดภายในอาคารควรหลีกเลี่ยงการติดตั้งในทิศตะวันให้มากที่สุด

ทิศที่สามารถเจาะช่องเปิด หรือ ช่องหน้าต่าง ได้อย่างเหมาะสม

– ในทิศเหนือ และทิศตะวันออก สามารถมีหน้าต่าง หรือ ช่องเปิด ได้ตั้งแต่ 50-75% ของพื้นที่ระนาบผนังทั้งหมด

สำหรับการติดตั้งหน้าต่างช่องเปิดควรติดตั้งในทิศตะวันออก และทิศเหนือ  โดยออกแบบให้หน้าต่าง หรือช่องเปิดที่มีขนาดเท่ากันอยู่ตรงข้ามกันเพื่อให้ลมพัดผ่านถ่ายเทได้ตลอดเวลา ซึ่งช่วยให้บรรยากาศภายในห้องมีความปลอดโปร่ง ให้ความสว่างที่เหมาะสม และไม่ก่อให้เกิดการสะสมเชื้อโรคจากความอับทึบ

การวางตำแหน่งอาคารให้สัมพันธ์กับทิศทางแดด และกระแสลม

เพราะอาคารจะต้องอยู่คู่กับเราไปอีกหลายสิบปี ฉะนั้นควรวางแผนในการออกแบบให้ดีเพื่อให้เกิดสภาวะน่าสบายตลอดอายุการใช้งานของตัวอาคาร

– ทิศตะวันตก และทิศใต้จะได้รับผลกระทบจากแสงแดดที่รุนแรงเป็นเวลา 8-9 เดือนต่อปี เพราะมุมของแสงแดดที่ส่องนั้นเป็นมุมต่ำที่สามารถเข้าสู่อาคารได้ง่าย เพราะฉะนั้นควรหลีกเลี่ยงการสร้างอาคารที่หันไปในทิศตะวันตก และทิศใต้  โดยออกแบบให้พื้นที่ในทิศดังกล่าวเป็นส่วนหลังบ้าน ,ห้องเก็บของ ,ห้องน้ำ ,โถงบันได ,ห้องครัว ,ที่จอดรถ หรือ พื้นที่ซักล้าง

– ทิศเหนือ และทิศตะวันออก จะเป็นทิศที่ได้รับลมมากที่สุด และโดนแสงแดดน้อยที่สุดตามลำดับ จึงเหมาะที่ออกแบบให้พื้นที่ในทิศดังกล่าวเป็นฟังก์ชั่นการใช้งานที่ต้องใช้เวลาอาศัยอยู่เกือบทั้งวัน หรือ เป็นฟังก์ชั่นการใช้งานที่ต้องการความผ่อนคลาย เช่น ห้องนอน ,ห้องนั่งเล่น หรือ ส่วนรับประทานอาหาร

ปลูกต้นไม้ในบริเวณบ้าน

ต้นไม้สามารถช่วยสร้างร่มเงาเพื่อบังแดด และยังช่วยลดความร้อนที่จะเข้าสู่อาคารได้โดยเฉพาะในทิศใต้ และทิศตะวันตก แต่ทว่าในการปลูกต้นไม้ใหญ่ ควรเว้นระยะจากตัวอาคารไม่น้อยกว่า 5 เมตร เพราะว่ารากไม้นั้นสามารถสร้างความเสียหายกับโครงสร้างของอาคารได้

ทำกันสาดเพื่อกรองแสงให้กับหน้าต่างกระจก หรือช่องเปิด

โดยกันสาดในระนาบแนวนอนจะเหมาะสมกับหน้าต่าง ที่อยู่ทางทิศเหนือ และทิศใต้ เพราะสามารถบังแสงอาทิตย์ในช่วงเที่ยงและช่วง บ่ายได้ ส่วนกันสาดในระนาบแนวตั้งเหมาะสมกับหน้าต่าง หรือช่องเปิดที่อยู่ทิศตะวันออก และทิศตะวันตก

ติดตั้งผ้าม่าน หรือ มู่ลี่บริเวณหน้าต่างกระจก

เพื่อป้องกันความร้อนจากแสงอาทิตย์ที่จะเข้าสู่ภายในตัวอาคาร ควรติดตั้งผ้าม่าน หรือ มูลี่กรองแสง เพื่อช่วยลดความร้อน และแสงจ้าได้อย่างเหมาะสม ส่วนการติดฟิล์มกรองแสงที่กระจกหน้าต่างนั้น แม้จะป้องกันความร้อนจากแสงอาทิตย์ได้ดีกว่า แต่ค่าใช้จ่ายสูงกว่าจึงไม่ค่อยเป็นที่นิยม

อุดรอยรั่วตามรอยต่อระหว่างผนังขอบประตู หน้าต่าง

การอุดรอยรั่วตามรอยต่อระหว่างผนังขอบประตูหน้าต่างจะช่วยป้องกันความร้อน และความชื้นจากภายนอกผ่านเข้าไปภายในอาคาร ในกรณีที่ห้องนั้นเป็นห้องปรับอากาศ

ออกแบบตำแหน่งช่องเปิด เพื่อการถ่ายเทอากาศที่ดีในบ้าน

เพราะภูมิอากาศบ้านเราเป็นแบบร้อนชื้น จึงมีหลายปัจจัยจากสิ่งแวดล้อมที่มีความสัมพันธ์กับภาวะอยู่สบายภายในบ้าน เทคนิคการเลือกเปิดช่องเปิดจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ทำให้คนในบ้านอยู่สบาย พร้อมกับการประหยัดพลังงานได้อย่างยั่งยืน

สังเกตแสงแดด

ความสว่างคือสิ่งที่เราต้องการจากแสงแดด และหลีกเลี่ยงรังสีความร้อนจากแสงแดดโดยตรง ธรรมชาติของเมืองไทย ทิศทางของแสงแดดตลอดวันคือ ตะวันออก อ้อมใต้ แล้วไปทางทิศตะวันตก ดังนั้นทิศเหนือจึงเป็นทิศทางที่ได้รับแสงสว่างทั้งวันโดยไม่พาความร้อนเข้ามาด้วย และเป็นทิศทางที่เหมาะสมกับใช้บานหน้าต่างขนาดใหญ่ อาจเป็นบานเฟี้ยมหรือบานเลื่อนกระจกทั้งบานเลยก็ได้

ส่วนในทิศทางอื่น ใช้ช่องเปิดขนาดเล็กลงหน่อย สังเกตให้เหมาะสมกับสัดส่วนและการเปิดช่องโดยรวมของบ้าน เพิ่มการกรองรังสีจากแสงอาทิตย์เพิ่มเติมด้วยการเลือกชนิดของกระจกและฟิล์มกรองแสงที่ได้มาตรฐาน ร่วมกับการใช้ผ้าม่านโปร่งแบบกรองแสงและผ้าม่านทึบสำหรับเลือกความสว่างของแสงได้ตามต้องการตลอดทั้งวัน

อีกจุดหนึ่งที่หลายบ้านต้องการคือหลังคาสกายไลต์ นั่นก็เพราะแสงสว่างในเวลากลางวันทำให้ประหยัดไฟฟ้าในบ้าน สำหรับเมืองไทยที่แดดแรงแล้ว การติดตั้งสกายไลต์ นอกจากคิดถึงเรื่องการกรองแสงสว่าง ยังต้องคำนึงถึงเรื่องโครงสร้าง ความแข็งแรง และรอยต่อที่แน่นหนาเพื่อป้องกันน้ำรั่ว

บ้านไอเดีย เพื่อบ้านคุณ หลักการออกแบบช่องเปิด
บ้านไอเดีย เพื่อบ้านคุณ หลักการออกแบบช่องเปิด

เปิดบ้านรับลม

ลมเย็นๆ ต้นทุนจากธรรมชาติที่พร้อมให้บ้านเราเปิดต้อนรับได้ตลอดปี เพียงเรียนรู้ทิศทางลมกันอีกสักเรื่องหนึ่ง ลมจากทิศเหนือจะพัดตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงมกราคม (4 เดือน) และลมจากทิศใต้จะพัดตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงกันยายน (8 เดือน) ดังนั้นทิศทางที่ดีที่สุดของการทำช่องเปิดคือ ทิศทางเหนือ-ใต้ และจำเป็นต้องเจาะช่องเปิดสำหรับผนังทั้งสองด้านตรงข้าม เพื่อสร้างทางเข้า-ออกของลม

เคล็ดลับอีกข้อเพื่อดึงศักยภาพของลมมาสร้างความเย็นให้บ้านอย่างคุ้มค่า คือช่องเปิดสองฝั่งควรตรงกันพอดี หรือให้มีส่วนเปิดที่เหลื่อมกัน โดยให้ทิศทางที่ลมเข้ามีขนาดหน้าบานเล็กกว่าทิศทางที่ลมออก เพื่อสอบลมให้พัดแรงขึ้น ในบ้านก็จะเย็นขึ้นอีก เผลอๆ ไม่ต้องเปิดเครื่องปรับอากาศด้วยซ้ำ ประหยัดค่าไฟและใช้ธรรมชาติอย่างเต็มที่

ดับเบิลวอลุ่ม ช่องเปิดภายในบ้าน

เพราะอากาศร้อนน้ำหนักเบา จึงลอยตัวจากที่ต่ำขึ้นสู่ที่สูง การเปิดโถงระหว่างชั้นจึงเป็นอีกวิธีที่ช่วยให้อากาศร้อนเดินทางออกจากบ้าน อากาศร้อนจากชั้นล่างจะลอยขึ้นไปชั้นบน ก่อนออกสู่ปลายทางระบายออกนอกบ้านผ่านทางช่องลมเล็กๆ บริเวณใต้ฝ้าเพดานชั้นบนสุด ซึ่งอาจเป็นระแนง บานกระทุ้ง หรือฝ้าชายคาระบายอากาศ

นอกจากประโยชน์ในเรื่องอากาศร้อน โถงระหว่างชั้นหรือที่เรียกว่า Double Space ยังช่วยในการไหลเวียนอากาศภายในบ้านให้ดีขึ้น แต่ที่สำคัญคือ ต้องมีทางเข้า-ออกให้กับอากาศเสมอ เพื่อให้ระบายของเก่า และทดแทนด้วยของใหม่ พร้อมกับการเปิดทัศนวิสัยทางสายตา สร้างความรู้สึกว่าบ้านดูโปร่งโล่ง และมีชีวิตชีวา

ออกแบบช่องเปิด ประตู-หน้าต่าง อย่างไร ให้บ้านอยู่สบายที่สุด

ส่วนที่สำคัญมากสำหรับการทำบ้านให้อยู่สบาย คือช่องเปิด นั่นก็เพราะเป็นพื้นที่ที่อนุญาตให้สภาพแวดล้อมภายนอก ทั้งลม แสงแดด เข้ามาหมุนเวียนสร้างสุขภาวะที่ดีอย่างหน้าต่าง และเป็นพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างภายนอกและภายในบ้านอย่างประตู เมื่อสิ่งแวดล้อมภายนอกและภายในบ้านดี ชีวิตก็อยู่สบาย ช่องเปิดจึงเป็นส่วนประกอบสำคัญของบ้านที่ควรให้ความใส่ใจไม่แพ้ทุกส่วนของบ้าน

สำหรับบ้านเมืองไทยในเขตร้อนแล้ว ทิศทางเป็นเรื่องสำคัญมากที่สุด ทิศตะวันตกอ้อมใต้คือทิศที่พระอาทิตย์เดินทาง แดดจึงร้อนทั้งวัน ลมหน้าหนาวตะวันออกเฉียงเหนือ ลมหน้าฝนตะวันตกเฉียงใต้ เมื่อนำมาแมทช์กับทิศทางบนที่ตั้งของบ้านแล้วก็จะพอทราบคร่าวๆ ว่า เราควรจะเปิดหน้าต่างหรือประตูออกทางทิศไหน หน้าต่างทางทิศไหนที่ควรมีกันสาดยื่นออกไปกันฝนสาดและแดดแรง

ทิศทางของช่องเปิด

ทิศทางที่แนะนำสำหรับช่องเปิดบานประตูหน้าต่าง นั่นคือทิศทางเหนือและใต้ ออกแบบภายใน สามารถเปิดช่องเปิดขนาดใหญ่สำหรับรับแสงแดดและลม ช่องเปิดที่เลือกควรเป็นหน้าต่างประเภทที่เปิดได้กว้างอย่างบานสะวิงหรือบานเลื่อน แต่อย่าลืมว่าลมมีทางเข้าจำเป็นต้องมีทางออก เพราะฉะนั้นในหนึ่งห้องควรมีช่องเปิดสองฝั่งที่ตรงกันเพื่อให้ลมพัดผ่านได้ดี รวมทั้งเรื่องขนาด หากมีความจำเป็นต้องเปิดออกในทิศทางที่ไม่มีลมหรือแดดแรง อาจใช้การเปิดช่องขนาดเล็กเพื่อให้แสงสว่างส่องถึง ก็ช่วยสร้างสุขลักษณะที่ดีให้กับบ้านได้

ช่องเปิดแบบบานฟิกซ์

ส่วนใหญ่ที่ทุกคนนึกถึงเวลาพูดถึงช่องเปิดนั่นคือบานหน้าต่างแบบเปิดเชื่อมต่อได้กับสิ่งแวดล้อม แต่กรอบบานหน้าต่างแบบบานฟิกซ์ก็มีประโยชน์ไม่แพ้กับบานเปิดได้ เพราะเคล็ดลับอยู่สบายของพื้นที่ก็มีบานฟิกซ์เข้ามาเป็นพระเอกคนสำคัญ

อย่างในพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยากอย่าง อย่างผืนผนังระดับสูงใต้หลังคา ซอกมุม หรือระดับพื้นของอาคารชั้นบนที่เกิดอันตรายได้หากใช้ช่องเปิดแบบเปิดได้ กรอบบานหน้าต่างแบบบานฟิกซ์เข้ามาช่วยทำให้ห้องหรือพื้นที่ดูโปร่งโล่งขึ้นจากทัศนวิสัยที่เปิดออกสู่ภายนอก แสงแดดที่เข้ามาสร้างบรรยากาศอบอุ่น ไม่อึดอัด และยังมีส่วนช่วยเติมดีไซน์ให้บ้านไม่ทึบตันจนเกินไป

บานกระทุ้ง บานเกล็ด ระบายอากาศ

หน้าที่สำคัญของช่องเปิดคือการระบายอากาศ การมีบานเปิดที่เปิดได้อย่างปลอดภัยจึงเป็นทางเลือกที่ดี ทั้งบานกระทุ้งที่สามารถผลักเปิดออกเหมือนเป็นกันสาดเล็กๆ ให้กับช่องเปิด แม้ฝนจะตกก็ยังระบายอากาศและรับลมเย็นได้ หรือบานเกล็ดที่เปิดสำหรับระบายอากาศได้ตลอดทั้งวัน

บานกระทุ้งและบานเกล็ดยังถูกประยุกต์เข้ามาอยู่ร่วมกับประตู เพื่อให้การระบายอากาศทำหน้าที่ได้ดีขึ้น จึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า นวัตกรรมการออกแบบและการผลิตในปัจจุบันมีส่วนช่วยอย่างมากในการสร้างฟังก์ชันที่อยู่สบาย พร้อมกับรูปลักษณ์ที่ทำให้งานดีไซน์ของบ้านโดยรวมดูโดดเด่นและมีเอกลักษณ์

สามี หรือ ภรรยา ของเรา ยังซื่อสัตย์กับเราอยู่มั้ย แอบคบซ้อนกับใครอยู่หรือเปล่า

หลายๆคนอาจจะเคยตั้งคำถามกับตัวเองว่า  สามี หรือ ภรรยา ของเรา ยังซื่อสัตย์กับเราอยู่มั้ย   แอบคบซ้อนกับใครอยู่หรือเปล่า  แล้วอะไรจะเป็นตัวชี้วัดว่า สิ่งที่เราคิด หรือที่กำลังสงสัยอยู่ มันคือเรื่องจริง ไม่ได้เกิดจากความระแวง หรือเกิดจากความวิตกกังวลของเราเอง   วิธีที่จะใช้พิสูจน์ เรื่องนี้ก็คือ การสังเกตความเปลี่ยนแปลง ทางพฤติกรรมของคู่สมรสของเรานั่นเอง พฤติกรรมที่เปลี่ยนไป จะเป็นตัวบอกถึงความผิดปกติได้เป็นอย่างดี อย่างแรกที่ควรให้ความสำคัญอย่างมากก็คือ เรื่องของคำพูดกับการกระทำ มันสวนทางกันหรือไม่ สิ่งที่เขาพูดมันคือเรื่องจริงหรือไม่ เพราะถ้าเขาพูดโกหก วัตถุประสงค์ก็เพื่อที่จะต้องการปกปิดความจริงอะไรบางอย่างเอาไว้ โดยที่ไม่ต้องการให้เรารู้ ซึ่งมันมักจะมีเรื่องที่ไม่ดีซ่อนอยู่อีกมากมาย และยังมีพฤติกรรมอะไรอีกบ้าง ที่เราสามารถใช้ ใช้เป็นข้อสังเกตใน เรื่องสืบชู้สาว

  • ให้ความสนใจหรือขาดการดูแลเอาใจใส่กับตัวเราน้อยลงกว่าเดิม
  • พูดคุยอะไรด้วยก็มักจะพาลหาเรื่องชวนทะเลาะเกือบทุกครั้ง
  • ใช้จ่ายเงินทองฟุมเฟือยมากขึ้นกว่าแต่ก่อน
  • หันมาใส่ใจดูแลเรื่องการแต่งตัวอย่างที่ไม่เคยเป็น
  • โทรศัพท์มักจะปิดเสียงเรียกเข้า หรือเลี่ยงที่จะรับสายบางสาย เวลามีคนโทรเข้ามา และมักจะตั้งรหัสลับส่วนตัวเพื่อล็อคโทรศัพท์
  • กลับบ้านไม่ตรงเวลา มักจะผิดเวลามากกว่าแต่ก่อน 1-2 ชั่วโมงหรือมากกว่านั้น
  • วันหยุดพักผ่อนมักไม่ค่อยจะอยู่บ้าน หาเหตุผลต่างๆนานาที่ออกไปข้างนอก
  • ไม่ค่อยกลับบ้าน อ้างว่าต้องประชุม สัมมนา หรือดูงาน ฯลฯ

พฤติกรรม บางอย่างที่กล่าวมา เป็น พฤติกรรมที่ผิดปกติ และมักจะพบเห็นได้

บ่อย สำหรับคนที่กำลังแอบชอบใครอยู่ เราสามารถสังเกตและประเมินเบื้องต้นได้ว่า คู่สมรสของเรา มีพฤติกรรมที่ส่อไปในเชิงชู้สาวแบบนี้หรือไม่ ถ้าใช่ สิ่งที่ควรทำต่อไปก็คือ การหาหลักฐาน เพื่อมาพิสูจน์ความจริง แต่ในขั้นตอนนี้ไม่ขอแนะนำให้ทำด้วยตัวเอง เพราะงานแบบนี้จำเป็นต้องใช้คนที่มีประสบการณ์ และเครื่องมือเฉพาะทางจึงจะทำงานแบบนี้ได้สำเร็จ ต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ นักสืบเอกชน หรือ นักสืบมืออาชีพ เท่านั้น เพราะโอกาสในการหาหลักฐาน ที่ใช้ในงานสืบชู้สาวนั้น  อาจจะมีโอกาสแค่เพียงครั้งเดียว เพราะถ้าคุณลงมือทำด้วยตัวเอง แล้วเกิดทำงานพลาดจนเขารู้ตัว เขาก็จะระมัดระวังตัวเอง มากกว่าเดิม การทำงานก็จะยากขึ้นไปอีก จึงขอแนะนำให้ใช้บริการจาก สำนักงานนักสืบ ทั้งนี้ก็เพื่อประโยชน์ของตัวคุณเอง

ทุกวันนี้ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของเรามากกว่าแต่ก่อนอย่างมากมาย ต้องการอะไรก็เพียงแค่หยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาเลือกช็อปได้ตามที่ใจเราต้องการ และก็ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ของกินของใช้เท่านั้น แต่คุณสามารถหาสิ่งที่ต้องการด้วยสมาร์ทโฟนด้วยเพียงเครื่องเดียวได้อย่างง่ายดาย

อาชีพนักสืบ หรือ นักสืบมืออาชีพ

ในทุกวันนี้ก็ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ มีป้ายโฆษณาติดอยู่ที่หน้าร้านหรือที่สำนักงานนักสืบเพื่อใช้ในการประชาสัมพันธ์ แต่ในปัจจุบันได้มีการทำการตลาดและประชาสัมพันธ์ผ่านทางโซเชียลเพื่อให้เข้าถึงผู้ติดต่อขอใช้บริการได้จำนวนมากกว่าและง่ายกว่า แล้วเราจะใช้อะไรมาเป็นตัวตัดสินใจพิจารณาว่าควรจะเลือก จ้างนักสืบ หรือ บริษัทนักสืบ จากที่ไหนดี เพราะเพียงแค่ตัดสินใจจากเวบไซต์หรือเพจที่ทำออกมาดูสวยงามและน่าเชื่อถือ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า เงินที่คุณได้จ่ายไปจะไม่สูญเปล่าหรืองานที่ได้รับจะคุ้มกับเงินที่จ่ายไป ปัจจัยที่ใช้ในการพิจารณาเลือก นักสืบเอกชน มีอยู่หลายอย่างด้วยกัน แต่ในที่นี้จะขอให้ความสำคัญในเรื่องของประสพการณ์และสถานที่ตั้งของสำนักงานมาเป็นอันดับแรก นั่นก็เพราะว่า ถ้าคุณเลือกใช้บริการจากนักสืบที่ยังด้อยประสพการณ์หรือชั่วโมงบินยังไม่ถึง คุณก็อาจจะได้ทีมงานนักสืบที่ไม่มีประสิทธิภาพมาทำงานให้กับคุณ เพราะงานนักสืบหรืออาชีพนักสืบ เป็นงานที่ไม่มีสอนอยู่ในมหาวิทยาลัย แต่เป็นงานที่ต้องอาศัยทักษะที่ได้มาจากประสพการณ์จากการเรียนรู้ การแก้ปัญหาปัญหาเฉพาะหน้าจากสถานการณ์จริงเท่านั้น ปัจจัยต่อไปที่ต้องพิจารณาให้ความสำคัญไม่น้อยไปกว่ากันก็คือ เรื่องของสถานที่ตั้งของสำนักงาน นั่นเพราะว่า เรื่องของสถานที่ตั้งสำนักงานที่มีที่อยู่ที่ชัดเจน จะเป็นตัวช่วยการันตีให้กับคุณได้ว่า ทางทีมงานนักสืบมีตัวตนอยู่จริงและทางลูกค้าที่มาขอใช้บริการสามารถที่จะเข้ามาติดต่อพูดคุยรายละเอียดของงาน และอธิบายให้ทราบว่ารูปแบบและวิธีการทำงานเป็นไปในลักษณะแบบไหน ทั้งหมดนี้ก็เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจและสบายใจให้กับทางผู้ขอใช้บริการ

ปัญหาครอบครัว คำ ๆ นี้เป็นสิ่งที่น่ากลัว และ ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นกับครอบรัวของตัวเอง โดยเฉพาะสำหรับบางคนถ้ามันเกิดขึ้นแล้ว และไม่รู้จักวิธีรับมือหรือแก้ไขกับปัญหาให้ตรงจุด บางทีมันก็อาจจะจะทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงกว่าเดิม หรือยากที่จะทำให้อะไรๆกลับมาเป็นเหมือนเดิม ส่วนสาเหตุที่ทำให้เป็นปัญหาครอบครัวก็มีด้วยกันหลายด้าน ไม่มีเวลาให้กัน , ความไม่เข้าใจกัน ,เรื่องเงินทอง , การพนัน , ใช้ความรุนแรง ฯลฯ แต่มีอยู่สาเหตุหนึ่งที่พบเห็นอยู่บ่อย ๆ นั่นก็คือ การนอกใจกันของ สามี หรือภรรยา หรือ เรื่องชู้สาว นับว่าเป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ที่ก่อให้เกิดเป็นปัญหาครอบครัวก็ว่าได้ บางคนอาจจะมีวิธีการจัดการ หรือ แก้ปัญหากับเรื่องนี้ได้ดีและไม่ทำให้เกิดเป็นปัญหาครอบครัวได้อีกในอนาคต แต่บางคนหรือบางครอบครัว หากเรื่องนี้มันเกิดขึ้นแล้วก็ยากที่จะประสานรอยร้าวให้กลับมาใช้ชีวิตร่วมกันเหมือนเดิมได้ ซึ่งสิ่งที่ตามมานั่นก็คือ ปัญหาการหย่าร้าง แล้วถ้าอีกฝ่ายไม่ยินยอมเซ็นใบหย่าให้ง่าย ๆ สิ่งที่เราต้องทำก็คือ การยื่นฟ้องร้องต่อศาลเพื่อขอหย่าร้าง โดยเราจะต้องมีหลักฐานที่มากเพียงพอเพื่อพิสูจน์ หรือ แสดงให้ศาลเห็นว่า คู่สมรสของเรามีสัมพันธ์กับคนอื่นในเชิงชู้สาวจริง วิธีการที่จะได้มาซึ่งหลักฐานก็คือ การ สืบติดตามดูพฤติกรรม ของคู่สมรสของเรา แล้วบันทึกภาพหรือไฟล์วีดีโอเป็นหลักฐาน วิธีการนี้ดูเหมือนจะไม่มีอะไร แต่ในทางปฏิบัติมันไม่ง่ายเลย นั่นก็เพราะว่า งานสืบชู้สาว เป็นงานที่ต้องทำกันเป็นทีมต้องใช้คนหลายคน และต้องมีเครื่องมือหลากหลายประเภทที่ต้องใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์นั้น ๆ ต้องรู้วิธีว่าควรติดตามอย่างไรเพื่อไม่ให้เป้าหมายรู้ตัว ในขณะเดียวกันก็จะต้องไม่พลาดการติดตาม ฯลฯ แต่ก็ยังมีลูกค้าอยู่จำนวนไม่น้อย ที่ได้เคยลงมือติดตามด้วยตัวเอง แล้วไม่เป็นผลสำเร็จ จึงติดต่อมาหา นักสืบเอกชน แล้วไม่ได้บอกความจริง จึงทำให้การทำงานยากลำบากกว่าเดิม ซึ่งถ้าทางลูกค้าแจ้งให้กับทางนักสืบทราบตั้งแต่แรก ทางนักสืบก็จะมีวิธีการวางแผนการทำงานเพื่อให้เหมาะสมกับงานแต่ละประเภท ซึ่งก็จะเป็นผลดีด้วยกันทั้งสองฝ่ายทั้งทางนักสืบและทางผู้ว่าจ้าง

รูปแบบและวิธีการทำงานของนักสืบนั้นยังมีอะไรอีกมากมาย ซึ่งจะให้อธิบายในที่นี้ก็อาจจะบอกได้ไม่หมด สิ่งสำคัญที่จะทำให้การทำงานประสบความสำเร็จตามที่ลูกค้าต้องการก็คือ ข้อมูลที่ทางลูกค้าแจ้งให้ทางนักสืบทราบตั้งแต่ต้นนั้น ต้องเป็นข้อมูลที่เป็นความจริง เพราะถ้าท่านให้ข้อมูลที่เป็นเท็จหรือพูดความจริงไม่หมด ทางนักสืบอาจจะทำงานให้กับท่านได้ไม่ถึง 100 % ตามที่ท่านต้องการ

บริการนักสืบ นักสืบเอกชน สามี ภรรยา
บริการนักสืบ นักสืบเอกชน สามี ภรรยา

คุณสมบัติที่ดีของการเป็นนักสืบ

ปิดความลับได้อยู่หมัด
นักสืบเป็นอาชีพที่ต้องอยู่เกี่ยวกับความลับทั้งปกปิดความลับของตัวเอง และความลับของลูกค้า หากเราปล่อยให้ข้อมูล ความลับของลูกค้ารั่วไหล นั่นอาจจะหมายถึงชีวิตของเราได้เลย ดังนั้นคนเป็นนักสืบจะต้องปิดความลับให้อยู่หมัด หากเราทำไม่ได้ก็ยากจะปกปิดตัวตนเวลาออกไปทำงานได้ (เวลาทำงานก็ต้องเป็นความลับด้วยเหมือนกัน)

ความอดทนเป็นเลิศ
เวลานักสืบออกปฏิบัติงานเพื่อเข้าหาเป้าหมาย บางครั้งอะไรก็ไม่เป็นใจให้เรากับเสมอไป บางครั้งเราอาจจะต้องไปรอเป้าหมายนานนับชั่วโมง เพื่อดักจับเค้าให้ได้ หรือ บางครั้งอาจจะต้องใช้จำนวนครั้งมากกว่า 10 ครั้งจึงจะมองเห็นว่าเป้าหมายไปกับใครหรือไหม (กรณีสืบชู้สาว) การจะต้องมารอสิ่งที่ไม่รู้จะมาหรือไม่ เกิดขึ้นหรือเปล่า อาชีพนี้ต้องมีความอดทนเป็นเลิศอย่างมาก หากอดทนไม่พออาจจะใจร้อนจนเสียงานได้

ปฏิภาณไหวพริบเป็นเลิศ
คำว่า ฉลาดเป็นกรด ดูจะเหมาะกับอาชีพนักสืบนี้เหลือเกิน นักสืบ เนื่องจากเราต้องวางแผนกันเพื่อเข้าสู่ตัวเป้าหมาย ไหนจะต้องแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าอีกเพื่อตามเป้าหมายให้ทัน เหตุการณ์อันไม่น่าเชื่อเกิดขึ้นได้มากมายร้อยแปดพันประการระหว่างทำงาน ดังนั้นคนที่จะมาเป็นนักสืบได้นั้นนอกจากความรู้ ทักษะติดตัว การเอาตัวรอดในสถานการณ์เฉพาะหน้าด้วยปฏิภาณไหวพริบอันเป็นเลิศ คือคุณสมบัติข้อสำคัญทีเดียว

ช่างสังเกต
งานนักสืบชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า สืบ การสืบสวน สอบสวน ผู้สืบอย่างเราต้องอาศัยความสังเกตเป็นที่ตั้ง ยิ่งเราต้องสืบเกี่ยวกับคนเป็นส่วนใหญ่ด้วยแล้ว การสังเกตพฤติกรรมแม้เพียงเล็กน้อยก็สำคัญ ยกตัวอย่างเช่น การติดตามเป้าหมายในงานเลี้ยง หากเราสังเกตให้ดีจะเห็นเลยว่าเขานัดใครไว้หรือเปล่า หรือ สนใจใครเป็นพิเศษหรือไม่ หากไม่สังเกตก็ยากจะจับพิรุธเป้าหมายได้ รวมถึงคาดการณ์พฤติการณ์ของเป้าหมายไม่ได้อีกด้วย

ความยืดหยุ่น
อาชีพนักสืบบอกเลยว่า ไม่สบายอย่างที่คิด เนื่องจากการออกติดตามเป้าหมายนั้นไม่เป็นเวลาเลย บางงานอาจจะต้องตามไปถึงเวลาดึกดื่นค่อนคืนจนกว่าจะได้หลักฐานมา บางงานอาจจะต้องไปต่างจังหวัดเป็นสัปดาห์เพื่อติดตามเป้าหมาย งานแบบนี้นักสืบจะต้องมีความยืดหยุ่นเรื่องเวลาสูงมาก เรียกว่า จะไปตอนไหนก็ต้องได้ จะกลับบ้านตอนไหนก็ไม่มีปัญหาว่างั้นเหอะ งานนี้ส่วนใหญ่จึงเหมาะกับคนที่ไม่มีพันธะมากกว่า เพื่อป้องกันปัญหาหลังบ้านตัวเอง เห็นไหมว่าแค่คุณสมบัติการเป็นนักสืบก็ไม่ง่ายแล้ว

“สายลับ” รับหน้าที่ เป็นผู้สืบ พร้อมเก็บข้อมูลของเรื่องราวต่าง ๆ มีอีกทั้ง นักสืบเอกชน ที่รับงานจากการว่าจ้าง ของลูกค้าโดยตรง หรือปฏิบัติงานร่วมกับตำรวจ โดยอาชีพนี้มักเข้าไปมีหน้าที่ ในนิยายต่าง ๆ ทั้งยังเป็นผู้ไข คดี การฆาตกรรม และก็ คดีอันน่าประหลาดใจต่าง ๆ มากไม่น้อยเลยที่เดียว ซึ่งการสืบ นั้นปฏิบัติงานแบบเฝ้าติดตามตัวของบุคคลถูกสงสัย เพื่อได้ข้อมูลตามอยากได้ แต่สายสืบบางทีไม่อาจทำอะไรไปมากกว่านี้ได้ เช่น ไม่สามารถที่จะจับ , ขอตรวจบัตร ฯลฯ สายสืบจะเป็นผู้หาข้อมูลต่าง ๆ ตามแต่ นายจ้างอยากได้ สำหรับในประเทศไทยสายสืบมักสืบมัก ถูกจ้างให้ไปสืบเรื่องราวต่าง ๆ ตั้งแต่นี้ต่อไป

บริการสืบประวัติส่วนบุคคล

สืบหาความสัมพันธ์ฉันท์ชู้สาว ติดตาม เฝ้าดู พฤติกรรมของคนรัก หรือคู่สมรส
สืบหาทรัพยืสินต่างๆ เพื่อการฟ้องร้องดำเนินคดี เช่นการฟ้องหย่า ฟ้องแบ่งมรดก ตลอดจนการหาทรัพย์สินเพื่อการบังคับคดี
สืบหา ตรวจสอบ ประวัติส่วนตัว เช่น ข้อมูล วัน เดือน ปีเกิด ที่อยู่อาศัย หมายเลขโทรศัพท์ ข้อมูลยานพาหนะ สถานภาพทางครอบครัว ประวัติการทำงาน หรือประวัติการถูกดำเนินคดีอาญา ประวัติอาชญากรรม หรือการต้องโทษ ตลอดจนสถานภาพทางด้านการเงิน
สืบหาตรวจสอบข้อมูลการใช้โทรศัพท์
สืบหาข้อมูลการเดินทางเข้าออกประเทศไทย ที่เดินทางผ่านด่าน ตม.ต่างๆ
ตรวจสอบข้อมูลรายชื่อของชาวต่างชาติที่ถูกขึ้นบัญชีห้ามไม่ให้เดินทางเข้าประเทศไทย (Blacklist) ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หรือผู้ที่มีประวัติเกี่ยงข้องกับอาชญากรรมข้ามชาติ ที่มี (wathlist) หรือ หมายจับ (red Notice) ของตำรวจสากล
ตรวจสอบข้อมูลหมายจับในคดีต่าง ๆ
สืบค้นข้อมูลอื่นๆ ที่ผู้ว่าจ้างต้องการทราบ

บริการสืบธุรกิจ

ตรวจสอบข้อมูลหมายจับในคดีต่าง ๆ สืบค้นข้อมูลอื่นๆ ที่ผู้ว่าจ้างต้องการทราบ
ตรวจสอบประวัติบุคคลของผู้สมัครงาน ลูกจ้างหรือพนักงาน ของบริษัท หรือองค์กรต่าง ๆ
สืบสวนหาข้อมูลของคู่ค้า ลูกค้า (ความน่าเชื่อถือของลูกค้า ข้อมูลด้านการเงินของคู่ค้าว่ามีความน่าเชื่อถือเพียงใด เพื่อใช้ประกอบในการตัดสินใจให้เครดิตแก่ลูกค้า หรือผู้ที่จะร่วมลงทุนด้วย
ตรวจสอบสถานภาพ ข้อมูลต่างๆ (เช่นด้านการเงิน) ของบริษัท หรือ คู่ค้า ก่อนจะเข้าไปร่วมลงทุน หรือ ซื้อกิจการ(Take Over)
สืบสวนหาตัวผู้กระทำผิด กรณีการทุจริตในองค์กร หรือบริษัท
สืบสวนหาข้อมูลเกี่ยวกับคู่แข่งทางด้านธุรกิจ (เช่น ข้อมูลผลิตภัณฑ์ โรงงานที่ผลิตสินค้า ตลอดจนช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้า รวมถึงข้อมูล สถานะทางการเงินด้วย)
สืบสวนหาข้อมูลของลูกหนี้ เพื่อการติดตามหนี้สิน รับทวงหนี้ ตามหนี้ เร่งรัดหนี้สิน
สืบสวนหาแหล่งผลิต ผู้ผลิต และจำหน่ายสินค้าปลอม หรือละเมิดลิขสิทธิ์
สืบทรัพย์บังคับคดี ตามคำพิพากษาของศาล

อาชีพนักสืบ จำเป็นต้องรู้เรื่องกฎหมาย เพื่อประกอบการสืบสวนคดีต่าง ๆ

นักสืบออนไลน์ อาจรวมถึงใครก็ตามที่ใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อค้นหาข้อมูล ขึ้นอยู่กับข้อมูลที่จำเป็นการรู้วิธีถามคำถามที่ถูกต้องในระหว่างการค้นหาเป็นกุญแจสำคัญในการค้นหาหรือรับบันทึกหรือแหล่งข้อมูลที่เหมาะสม นอกจากนี้สิ่งสำคัญคือข้อมูลที่ถูกต้อง สิ่งนี้อาจขึ้นอยู่กับเนื้อหาของไซต์งานที่พบหรือแหล่งที่มาที่ได้รับ

แน่นอนว่า อาชีพนักสืบ จำเป็นต้องรู้เรื่องกฎหมาย เพื่อประกอบการสืบสวนคดีต่าง ๆ แล้วแต่ผู้ว่าจ้าง เมื่อรู้กฎหมายก็จะรู้ถึงข้อบังคับต่าง ๆ ว่าสิ่งไหนสามารถทำได้และไม่ได้ รวมไปถึงสามารถรู้ว่าคดีที่สืบอยู่ ผู้ที่เราตามสืบมีความผิด หรือเป็นผู้บริสุทธิ์ตามกฎหมายกันแน่
ดังนั้น นักสืบที่มีประสบการณ์ใน การตรวจสอบข้อเท็จจริง สิ่งเหล่านี้อาจเป็นความผิดทางอาญาในลักษณะ จำกัด เฉพาะกรณีประเภทของผู้ดูแล วันนี้บทความจะมาพูดถึง นักสืบออนไลน์ นักสืบออนไลน์มีหน้าที่คล้ายกัน แม้ว่าหน้าที่และบริการอาจแตกต่างกันไปตามประเภทของการสอบสวน ตัวอย่าง เช่น บุคคลอาจได้รับข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลอื่นธุรกิจทรัพย์สินกิจกรรมทางอาญาและอื่น ๆ

หนึ่งในบริการที่พบบ่อยที่สุดที่นักสืบออนไลน์ให้คือการหาคนที่หายไป private detective bangkok  นอกจากนี้พวกเขาอาจช่วยติดตามเพื่อนเก่าหรือคนที่คุณรัก กรณีที่เกี่ยวข้องกับการนอกใจก็ค่อนข้างเป็นที่นิยม โดยทั่วไปแล้วบริการเหล่านี้มีไว้สำหรับผู้ที่ไม่ทราบวิธีการเข้าถึงบันทึกที่ถูกต้องหรือไม่เคยมีโชคมาก่อนด้วยตนเอง

บางครั้งธุรกิจจำเป็นต้องใช้นักสืบออนไลน์ ในกรณีเหล่านี้ข้อมูลจะถูกรวบรวมเพื่อทำการตรวจสอบประวัติ บางครั้งข้อมูลอาจเป็นความผิดทางอาญา เช่น การฉ้อโกงประกันการโจรกรรมข้อมูลส่วนตัวหรือแฮ็กเกอร์ ในขณะที่การจ้างนักสืบเอกชนมักเป็นบรรทัดฐานสำหรับบริการประเภทนี้ แต่ข้อมูลหลายประเภทสามารถเข้าถึงได้ง่ายบนเว็บ อย่างไรก็ตามข้อมูลทั้งหมดไม่ได้ฟรี แต่สามารถจ่ายได้มากกว่าการจ้างหน่วยงานภายนอก สามารถใช้งานฐานข้อมูลของนักสืบออนไลน์ หรือบริการซอฟต์แวร์ที่ดี เพื่อค้นหาสิ่งที่คุณกำลังมองหา ฐานข้อมูลนักสืบช่วยให้ผู้ใช้สามารถค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้ด้วยค่าใช้จ่ายเพียงเล็กน้อย ในขณะที่บริการสมัครสมาชิกเหล่านี้มีราคาที่แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับข้อมูลที่ให้ แต่ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงระหว่าง $ 20 ถึง $ 40 เหรียญสหรัฐต่อเดือน เพื่อให้งานออกมาในรูปแบบที่ดีพร้อมและมีความแม่นยำสูงสุด และมีความน่าเชื่อถืออย่างสูง เพื่อจะได้นำมาเป็นข้อมูลในงานนั้น ๆ ได้

อีกมุ่มหนึ่ง คือ นักสืบออนไลน์ มีความแตกต่างกับนักสืบทั่วไปแต่ไม่มากนัก เพราะนักสืบออนไลน์เน้นการสอบหาข้อมูล ข้อเท็จจริงโดยใช้เครื่องมือเทคโนโลยี โซเชียล หรือดิจิทัลแพลตฟร์ม เข้ามาเป็นตัวช่วย เช่น การหาข้อมูลข้อเท็จจริงผ่าน facebook , Line, Instagram หรือเว็บไซต์ เป็นต้น

หน้าที่การทำงานของนักสืบออนไลน์

สืบหาประวัติตัวบุคคลที่ทำความผิด
สืบหาบุคคล
สืบเกี่ยวกับชู้สาว
สืบคดีทั่วไป

เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงจะรู้จักหรือเคยได้ยินคำนี้ นักสืบออนไลน์ หรือ นักสืบโซเชียล แล้วนักสืบพวกนี้เค้าเป็นใครและทำงานกันอย่างไรและที่มาของข้อมูลได้มาจากไหน ถ้าเอ่ยถึงเว็บไซต์ชื่อดังที่มีจำนวนสมาชิกอยู่มากมาย หนึ่งในเว็บนั้นก็คือ เว็บพันทิปดอทคอม ถ้าใครเคยเข้าไปอ่านกระทู้ในเว็บพันทิปก็จะพบว่ามันมีทั้งเรื่องที่มีสาระและไม่มีสาระแต่บางครั้งเรื่องที่ไม่มีสาระก็กลับกลายเป็นที่สนใจของคนจำนวนมากก็มี โดยเฉพาะเรื่องของคนที่อยู่ในแวดวงสังคมของคนมีชื่อเสียงหรือเรื่องลับ ๆ ของดาราหรือบุคคลสาธารณะ โดยอาจจะเริ่มจากมีคนเข้าไปตั้งกระทู้แล้วก็มีคนให้ความสนใจในวงกว้างเลยเกิดเป็นประเด็นขึ้นมาแล้วเผอิญเรื่องนั้นก็อาจจะมีเค้าโครงความเป็นจริงอยู่บ้าง นักสืบ ออนไลน์ เลยกลายเป็นข้อสงสัยทำให้มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นอยู่มากมายก็เลยกลายเป็นการต่อยอดทำให้มีการพิสูจน์ว่าจริงๆแล้วเรื่องที่เป็นประเด็นอยู่นั้นมันจริงหรือเท็จกันแน่ เช่นเรื่องราวของดาราสาวคนหนึ่งที่แอบคบกับผู้ชายที่มีครอบครัวอยู่แล้ว และที่ผ่านมาก็ปฏิเสธมาตลอดว่าไม่ได้คบกันอย่างลึกซึ้งกับผู้ชายที่ตกเป็นข่าว แต่สุดท้ายก็ไม่พ้นความสามารถของกลุ่มคนเหล่านี้ที่ให้ความสนใจช่วยกับสืบหาข้อมูลและเพื่อต้องการพิสูจน์ว่ามันไม่ใช่แค่ข่าวโคมลอย ต่างก็ช่วยกันสืบเสาะหาหลักฐานมาอ้างอิง ไม่ว่าจะเป็นรูปถ่ายที่ถูกบันทึกในสถานที่ๆเดียวกันวันเวลาใกล้เคียงกัน รวมทั้งสถานที่ ๆ ไปพักก็เป็นที่เดียวกัน จองเที่ยวบินในเวลาไล่เลี่ยกันและที่สำคัญก็คือรูปถ่ายที่เคยถูกบันทึกไว้ไปไหนมาไหนด้วยกัน จนสุดท้ายทำให้ดาราสาวท่านนี้ต้องออกมายอมรับว่าได้คบหาดูใจกับผู้ชายคนนี้จริง กรณีของดาราสาวท่านนี้ถ้าพิจารณาให้ดี ๆ แล้ว สิ่งที่ทำให้ความลับของเธอถูกเปิดเผยออกมา มันไม่ใช่แค่ความสามารถของนักสืบโซเชียลเพียงอย่างเดียว สิ่งที่สำคัญก็คือ “ข้อมูลส่วนตัว” ที่เจ้าตัวได้เคยโพสเอาไว้ต่างหาก แม้แต่ตัวดาราสาวเอง ก็คงคิดไปไม่ถึงว่าเรื่องราวที่ตัวเองเคยโพสเอาไว้ มันอาจจะส่งผลในแง่ลบให้กับตัวของเธอเองได้ในอนาคต

การทำงานของ นักสืบออนไลน์
การทำงานของ นักสืบออนไลน์

นักสืบออนไลน์ หรือ นักสืบโซเชียลนั้นแตกต่างกับนักสืบมืออาชีพอย่างไร นักสืบออนไลน์นั้นข้อมูลส่วนมากที่สืบค้นมาได้ก็จะมาจาก ข้อมูลที่อยู่ในอินเทอร์เน็ตเสียเป็นส่วนใหญ่ หรือเป็นข้อมูลที่ได้มาจาก เว็บไซต์ที่ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ เช่น facebook หรือ instagram ฯลฯ แต่สำหรับนักสืบมืออาชีพ หรืออาชีพ รับจ้างสืบนั้น จะเป็นข้อมูลในเชิงลึกที่อาจจะไม่เคยมีอยู่ หรือไม่เคยปรากฏในอินเทอร์เน็ต แต่จะต้องมาจากแหล่งข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือและถูกต้อง สามารถตรวจสอบจากแหล่งที่มาของข้อมูลได้ นอกจากนี้การทำงานของนักสืบมืออาชีพนั้น เรื่องของการตรวจสอบหาข้อมูล มันเป็นแค่ส่วนหนึ่งของการทำงานในอาชีพนักสืบเท่านั้น ถ้าข้อมูลทุกอย่างของบุคคลที่ต้องการจะให้สืบมันมีอยู่ในอินเทอร์เน็ต อาชีพนักสืบ ก็คงไม่สามารถเกิดขึ้นได้ เพราะหลักการทำงานของเรา จะทำทุกอย่างให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า โดยจะพิจารณาจากความต้องการของลูกค้ามาเป็นอันดับแรก

การทำงานของนักสืบ โดยทั่วไปก็จะแบ่งเป็น 2 ประเภท คืองานสืบด้านข้อมูลและงานสืบภาคสนามหรืองานสืบที่ต้องลงพื้นที่คอยติดตามเป้าหมายเพื่อหาหลักฐานส่งมอบให้กับทางผู้ว่าจ้าง เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการฟ้องร้องดำเนินคดีหรือเพื่อพิสูจน์ทราบความจริง การทำงานทั้งสองประเภทนี้จะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

งานสืบด้านข้อมูล เป็นงานสืบที่ไม่ค่อยมีอะไรยุ่งยากซับซ้อนขึ้นอยู่กับว่าทางผู้ว่าจ้างต้องการให้สืบเรื่องอะไร เช่น ประวัติส่วนตัว ประวัติการสมรส ประวัติการทำงาน ฯลฯ ระยะเวลาที่ใช้ในการสืบก็ประมาณ 1 ชม –1 สัปดาห์ เพราะงานสืบข้อมูลบางประเภทอาจจะต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร

งานสืบภาคสนาม เป็นงานสืบที่ต้องลงพื้นที่เพื่อติดตามเป้าหมาย งานประเภทนี้จะต้องมีการวางแผนการทำงานล่วงหน้าก่อนลงพื้นที่เพื่อปฏิบัติงานจริง เป็นงานที่ต้องทำกันเป็นทีม ใช้แรงงานคนอย่างน้อย3คนขึ้นไปและต้องมียานพาหนะทั้งรถยนต์และจักรยานยนต์ ส่วนระยะเวลาในการทำงานนั้นจะไม่ตายตัวแน่นอน ขึ้นอยู่กับทางผู้ว่าจ้างหรือขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของเป้าหมายที่จะสืบ คงต้องดูเป็นรายบุคคลไป ระยะเวลาในการสืบมีตั้งแต่ 1 วันจนถึงหลายสัปดาห์ และการทำงานในบางครั้งอาจจะต้องทำงานร่วมกันทั้งงานสืบข้อมูลและงานภาคสนามด้วยก็มี ถ้าเกิดว่าข้อมูลของเป้าหมายที่ทางลูกค้าส่งให้กับทางนักสืบมันยังไม่เพียงพอ ทางนักสืบก็ต้องไปสืบค้นเพิ่มเติมเพื่อให้สะดวกกับการทำงานหรือเพื่อให้การทำงานมันง่ายขึ้นกว่าเดิม

สำหรับทางลูกค้าที่ต้องการติดต่อขอใช้บริการ ขอแนะนำว่าให้ลองมาพูดคุยกับทางนักสืบเพื่อจะได้เสนอวิธีการทำงานที่ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและมีค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด ทั้งนี้ก็เพื่อผลประโยชน์ต่อตัวท่านเอง

นักสืบออนไลน์ มักเจอบ่อย “ทำไมผู้ชายถึงมีเมียน้อย” อาจจะเป็นคำถามที่ทั่วไป แต่เป็นเรื่องที่ต้องมีการวางแผนเตรียมตัว
สาเหตุที่ฝ่ายชายทำไมถึงแอบไปมีบ้านเล็กบ้านน้อยมันเริ่มมาจากอะไร ถ้าไปถามฝ่ายชายที่กำลังนอกใจภรรยาว่า ทำไมคุณถึงมีเมียน้อย รับรองได้ว่าคำตอบที่ได้แต่ละคนก็จะมีเหตุผลต่าง ๆ นา ๆ แต่ในมุมมองของคนทีทำงานเป็นนักสืบมืออาชีพและมีประสบการณ์โดยตรงในงานสืบชู้สาว มาเป็นร้อย ๆ งาน ก็พอจะทราบว่ามันเริ่มมาจากสาเหตุอะไร จะขอแบ่งเป็น2 ประเภท ให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือผู้ชายที่มีความพร้อมกับผู้ชายที่มีความต้องการ ผู้ชายที่มีความพร้อมก็คือ เมื่อเขาทำงานมาถึงจุดที่เรียกได้ว่าหน้าที่การงานเริ่มมั่นคง มีเงินมีทอง หรือบางคนก็เป็นเจ้าของกิจการ เป็นข้าราชการ ผู้ชายประเภทนี้มักจะค่อนข้างมีอายุอยู่ซักหน่อยส่วนใหญ่ก็มีเลข 4 นำหน้า คนพวกนี้การที่เค้าจะคอยส่งเสียเลี้ยงดูผู้หญิงสักหนึ่งคน มันไม่ใช่เรื่องลำบากหรือกระทบกระเทือนกับรายรับรายจ่ายของเขาเลย ไม่ว่าจะเป็น บ้าน รถยนต์ เงินทอง รวมทั้งค่าใช้จ่ายที่ต้องให้กับทางผู้หญิงในทุก ๆเดือน ขอเพียงแค่ผู้หญิงที่เค้าส่งเสียเลี้ยงดูอยู่ตอบสนองให้ความต้องการกับเขาได้อย่างดีก็เพียงพอแล้ว เข้าทำนอง “ โคแก่ชอบกินหญ้าอ่อน” เคยมีอยู่ครั้งหนึ่ง ลูกค้าว่าจ้างให้ตามสืบสามี สงสัยว่าจะมีเมียน้อย ทางนักสืบก็ตามสืบให้ทางผู้ว่าจ้างเป็นผลสำเร็จตามที่ลูกค้าสงสัยตั้งแต่ต้น ทางเมียน้อยอายุ 35 แต่ภรรยาไปเค้นสอบถามก็ทราบว่า สามีส่งเสียเลี้ยงดูตั้งแต่ตอนอยู่มัธยมปลาย ไล่ไปไล่มาก็ทราบว่าหมดเงินไปกับผู้หญิงคนนี้เกิน10 ล้าน ก็ถือว่าเยอะเลยทีเดียว

ผู้ชายที่มีความต้องการ ผู้ชายแบบนี้ค่อนข้างจะแตกต่างกับแบบแรก เพราะผู้ชายประเภทนี้ไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะเลี้ยงดูส่งเสียใครได้เลย บางทีแค่เอาตัวเองและครอบครัวให้อยู่รอดในแต่ละเดือนยังลำบาก น่าเห็นใจคุณภรรยาที่ได้ผู้ชายประเภทนี้มาเป็นสามี ส่วนใหญ่ที่พบเจอมา ถ้าเป็นเรื่องเงินทองที่ต้องให้กับผู้หญิงที่แอบคบอยู่ก็มักจะจ่ายให้เต็มที่แต่พอกับลูกเมียก็มักจะบอกไม่มีหรือให้แบบไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย บางครั้งถึงขนาดให้ตัวเองเป็นหนี้สินรุงรังก็ยอมขอแค่ให้ดูดีในสายตาของผู้หญิงที่แอบคบอยู่ ผู้ชายประเภทนี้บางคนไม่ได้มีแค่ความเจ้าชู้อย่างเดียว บางคนก็มีพฤติกรรมที่ชอบ ดื่ม กิน เที่ยว การพนัน มีครบหมด พอหมดกับผู้หญิงคนนี้ก็คบหากับคนใหม่ไปเรื่อย ๆ มีแต่สร้างเรื่องทุกข์ใจให้กับภรรยาอยู่ตลอดเวลา

เรื่องของการนอกใจภรรยา บางทีจะกล่าวโทษแค่ฝ่ายเดียวมันก็ไม่ได้ เพราะของแบบนี้ตบมือข้างเดียวมันคงไม่ดัง มีไม่น้อยที่ฝ่ายหญิงเป็นคนเสนอตัวเองให้กับทางฝ่ายชายก็มี อาจจะเพื่อผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับเงินทอง หรือ เพื่อความเจริญก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่การงาน บางครั้งผู้หญิงที่ตกอยู่ในฐานะภรรยาน้อย เจ้าตัวก็อาจจะไม่รู้เลยว่าผู้ชายที่คบหาอยู่นั้น เค้ามีครอบครัว มีลูกเมียอยู่แล้วก็มี ปัญหาเหล่านี้เมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว ก็ยากที่จะให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม วิธีที่ป้องกันที่ดีที่สุดก็คือ การมีสติ คิดและไตร่ตรองว่าสิ่งที่ตัวเราเองกำลังคิดที่จะทำอยู่นั้นมัน ผิด หรือ ถูก หรือลองคิดในมุมตรงกันข้าม ถ้าเกิดฝ่ายภรรยาคิดนอกใจคุณอยู่ แล้วตัวคุณล่ะจะยอมรับได้ไหม หรือจะมีวิธีแก้ปัญหา หาทางออกกับเรื่องนี้อย่างไรดี

นักสืบออนไลน์ สามารถติดตามปัญหาเหล่านี้ได้ แบบง่าย ๆ เลยก็ว่าได้ เพราะทุกเคสงาน คือ บทเรียน ที่สามารถแก้ไขปัญหาได้ และสามารถเรียนรู้ได้ อย่างเช่น เคสของ เรื่อง มือที่ 3 ที่อาจจะเป็น หัวเรื่องสำคัญที่สุดของคนไทยเลยก็ว่าได้ ท่านสามารถไว้วางใจให้เราสืบหาหลักฐานต่าง ๆ ได้ อย่างมั่นใจและแม่นยำกับข้อมูลที่ สืบหามาได้อย่างแน่นอน อย่างปัญหาข้างต้นที่กล่าวไว้

เทคนิคเลือกผ้าม่านแต่งห้องต่าง ๆ ไอเทมสำคัญที่ควรมีไว้ในห้อง

ถึงเราจะหลับง่าย คิดว่าห้องนอนมีเฟอร์นิเจอร์อย่างเตียงหรือฟูกก็พอ แต่เอาเข้าจริงพอยามเช้าตอนแสงแดดมาทักทายผ่านหน้าต่างตอนที่เรายังไม่อยากตื่น ก็พาลให้หงุดหงิดได้ ดังนั้น ผ้าม่าน” จึงกลายเป็นไอเทมสำคัญที่ควรมีไว้ในห้องนอนของทุก ๆ คน

ม่านผืนหนึ่งราคาก็ไม่ใช่น้อย ๆ เราจะทำยังไงให้ได้ม่านที่ถูกใจ คุ้มค่าที่สุด  แต่เราควรเลือกซื้อผ้าม่านยังไงกันล่ะนี่คือ  หลักการเลือกม่านให้เหมาะกับห้องนอน และบางข้อในนี้คุณสามารถนำเทคนิคไปประยุกต์ใช้เลือกผ้าม่านสำหรับห้องอื่น ๆ ได้ด้วย

เราจะเลือกผ้าม่านยังไงให้เข้ากับห้องดีล่ะ เอาแบบสีเรียบ ๆ หรือแบบมีสวดลาย สีอ่อนหรือสีเข้ม ผ้าม่านต้องเป็นลายเดียวกันหมดทั้งบ้านเลยหรือเปล่า ปัญหาเหล่านี้บางทีก็คิดไม่ตกหากเราไม่ได้จ้างนักออกแบบบ้านมาช่วยเลือกให้ตั้งแต่แรก หรือบางทีเกิดแค่อยากจะเปลี่ยนผ้าม่านในห้องบ้าง เพื่อให้เกิดความรู้สึกใหม่ๆจะต้องเลือกดูจากอะไรบ้าง วันนี้เราจะมีข้อแนะนำสำหรับการเลือกซื้อผ้าม่านสำหรับห้องต่าง ๆ หลายๆคนคงมีปัญหาหนักใจ คิดไม่ตกเวลาจะแต่งบ้านใหม่ หรือปรับปรุงบ้าน ที่นอกจากจะต้องเลือกสีผนังห้องและเฟอร์นิเจอร์ต่างๆแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญและขาดไม่ได้คือการเลือกผ้าม่านให้กับห้องนั้น ๆ

หน้าที่หลักของผ้าม่านที่ทำไมเราต้องมีก็คือผ้าม่านเป็นตัวที่ช่วยควบคุมแสงที่จะเข้ามาในบ้านและช่วยแบ่งสัดส่วนของห้องต่างๆให้มีความส่วนตัว อีกทั้งสีของผ้าม่านมีผลเป็นอย่างมากกับอารมณ์ของห้องเนื่องจากผ้าม่านเป็นตัวกั้นแสง เมื่อมีแสงที่ผ่านตัวผ้าม่านเข้ามาในห้องก็จะทำให้สีนั้นๆส่งผลต่อบรรยากาศในห้อง ดังนั้นเราจะเห็นได้ว่าการเลือกสีของผ้าม่านนั้นมีความสำคัญมากๆ นอกจากจะเลือกผ้าม่านที่สวยและเข้ากับห้องและเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ในห้องแล้ว ก็ยังต้องดูว่าเราต้องการให้เวลาที่เราเข้าไปอยู่ในห้องนั้นๆแล้วอยากให้เกิดความรู้สึกอย่างไร ถ้าอยากให้ผ้าม่านกลมกลืนไปกับห้องก็เลือกซื้อผ้าม่านสีเดียวกับผนัง ส่วนถ้าอยากให้ผ้าม่านเพิ่มความโดดเด่นให้กับห้องก็เลือกซื้อผ้าม่านที่สีตัดผนังห้องก็จะช่วยได้ หลัก ๆ สีของผ้าม่านก็จะมีสีโทนสว่างและสีโทนเข้ม หากเราเลือกม่านสีโทนสว่างก็จะให้ความรู้สึกของห้องที่โปร่ง โล่ง สบายตา จึงเหมาะกับห้องที่ใช้พักผ่อนและต้องการความรู้สึกผ่อนคลายเวลาใช้งาน เช่น ห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องน้ำ เป็นต้น ส่วนผ้าม่านสีเข้มหรือทึบ ก็จะให้ความรู้สึกที่เท่ สงบนิ่ง แต่ถ้าจะให้ดีไม่ควรนำไปใช้กับห้องที่มีเฟอร์นิเจอร์สีเข้มอยู่แล้ว เพราะอาจจะทำให้เกิดความรู้สึกที่มืดมนมากเกินไปทั้งห้อง อาจจะเลือกใช้กับห้องที่มีผนังสีสว่าง ๆ ให้ตัดกัน ทำให้ห้องดูโมเดิร์นและเท่ขึ้น โดยผ้าม่านสีทึบก็จะช่วยกั้นแสงจากภายนอกได้ดี เหมาะกับห้องที่ไม่ต้องการให้มีแสงมาก เช่น ห้องนอน ห้องดูหนัง เป็นต้น

อาจจะเป็นสีเข้มหรือสีอ่อนก็ได้แล้วแต่ความชอบของเจ้าของห้อง ถ้าอยากให้ห้องดูกว้าง โล่ง แนะนำให้เลือกซื้อผ้าม่านสีสว่าง หรือผ้าม่านที่มีลายเล็กๆ แต่ถ้าอยากให้ห้องรู้สึกมีความเป็นส่วนตัว และมีความเท่ แนะนำเป็นผ้าม่านสึทึบหรือผ้าม่านลายใหญ่ๆ จะทำให้ห้องดูเล็กลง และยังแนะนำให้ใช้ม่านแบบ 2 ชั้น ที่เป็นผ้าม่านโปร่งสำหรับบังตาแต่ยังต้องการให้มีแสงเข้ามาได้อยู่ และม่านแบบทึบสำหรับควบคุมแสงในห้องอีกชั้นหนึ่ง เนื่องจากเวลานอนเรามักต้องการให้ห้องมืด ไม่ให้แสงเข้ามารบกวนการนอนของเรา ทีนี้เรามาดูเป็นส่วนๆของบ้านว่าแต่ละห้องเหมาะกับการใช้ม่านแบบไหน โทนสีอะไรบ้างกันดีกว่าค่ะ เริ่มจากห้องนอน เป็นห้องที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูง และต้องการความรู้สึกผ่อนคลาย สบายๆ เหมาะแก่การพักผ่อน ดังนั้นควรใช้สีโทนเย็น

ส่วนห้องนั่งเล่นก็แนะนำให้ใช้ผ้าม่านแบบ 2 ชั้นเช่นกัน เพราะควรมีทั้งผ้าม่านแบบโปร่งที่ใช้รับแสงธรรมชาติจากภายนอก และผ้าม่านแบบทึบที่ช่วยควบคุมแสงเวลาจะดูหนังหรือพักผ่อน

สีครีม สีเหลือง สีส้ม เพราะจะช่วยกระตุ้นเรื่องความอยากอาหารได้ด้วย ห้องกินข้าว หากว่าจะต้องติดผ้าม่านแนะนำให้ใช้ผ้าม่านที่ไม่หนามาก เพราะทำความสะอาดง่าย ผ้าม่านที่หนาและทึบเกินไปอาจะทำให้มีกลิ่นอาหารติดกับผ้าง่าย ต้องทำความสะอาดบ่อยๆ อีกทั้งผ้าม่านในห้องทานข้าวควรเลือกผ้าม่านที่เป็นสีโทนร้อน

อีกห้องหนึ่งที่สำคัญก็คือห้องทำงานซึ่งเป็นห้องที่ต้องการความสงบ ต้องใช้สมาธิ ในห้องก็ควรมีแสงที่พอเหมาะพอดี ดังนั้นควรเลือกใช้ผ้าม่านที่เราสามารถปรับแสงตามความต้องการได้ การติดมู่ลี่จึงเหมาะมากๆกับห้องทำงาน

แห้งง่าย ผ้าไม่หนา ส่วนโทนสีแนะนำให้ใช้โทนเย็น สีสว่าง เพราะจะให้ความรู้สึกผ่อนคลาย โปร่ง ไม่อึดอัด ส่วนในห้องน้ำนั้น หากไม่ติดเป็นมู่ลี่ ต้องการใช้ผ้าม่านควรเลือกผ้าม่านที่ทำจากวัสดุที่ทำความสะอาดได้ โดนน้ำได้ประมาณหนึ่ง

1. ม่านห้องนอนขอทึบแสงหน่อย

ห้องนอน คือห้องแห่งการพักผ่อน เนื้อผ้าม่านจึงควรมีความทึบแสงเพื่อป้องกันแสงลอดมาแยงตาเราจนตื่น ขณะเดียวกันความทึบของผ้าม่านยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้เราเมื่อต้องการความเป็นส่วนตัวหรือทำกิจกรรมอื่น ๆ เช่น เปลี่ยนเสื้อผ้า เป็นต้น

2. เพิ่มความน่าสนใจให้ห้องนอนด้วยลายปริ้นต์

ผ้าม่านมีอายุการใช้งานนานและมีมูลค่าค่อนข้างสูง เลือกครั้งเดียวแบบที่ชอบแล้วใช้ยาว ๆ จึงเป็นการประหยัดงบที่ดีกว่า สำหรับคนที่ชอบความเรียบง่ายสไตล์มินิมัล แต่ใจยังอยากเติมดีเทลความสดชื่นให้ชีวิต เราสามารถเพิ่มความสดใสนี้ลงไปได้ผ่านการเลือกม่านลายปริ้นต์ ลายใหญ่ ๆ ได้ ซึ่งสิ่งที่ควรคำนึงไว้เสมอสำหรับการเลือกลายผ้าคือควรเลือกลายที่เราชอบ ไม่ได้เลือกแค่ตามเทรนด์อย่างเดียว

บรรดาลายยอดฮิตของผ้าม่านที่เรามักจะเห็นบ่อย ๆ คือลายดอกไม้ ใบไม้ ถึงแม้ว่ามันช่างเป็นรูปแบบที่ลวดลายแน่นเอี้ยดแต่พอวางในห้องที่ตกแต่งพื้น ๆ ดูไม่โดดเด่นแล้ว มันกลับช่วยเติมความสดชื่นให้เราได้เยอะ

ที่สำคัญคือเคยสังเกตไหมว่า ทำไมผ้าม่านลายที่มีขายในท้องตลาดถึงเป็นผ้าม่านลายธรรมชาติเสียเกินครึ่ง หนึ่งในเหตุผลที่คนนิยมเลือกผ้าม่านลายธรรมชาติเพราะลายเหล่านี้เห็นแล้วเราจะรู้สึกผ่อนคลายสบายตา บ้างก็ว่าเทคนิคการเลือกม่านลายธรรมชาติควรแมตช์กับภาพนอกหน้าต่าง ซึ่งถ้าภาพนอกหน้าต่างของคุณมีวิวสวนสวย ๆ ผ้าม่านแนวนี้จะช่วยเสริมบรรยากาศให้เข้ากันเป็นอย่างดี

ผ้าม่าน Sheer Voille ม่านโปร่งเพิ่มความลึกลับ
ผ้าม่าน Sheer Voille ม่านโปร่งเพิ่มความลึกลับ

3. ดูเซ็กซี่สุด ๆ  ถึงเป็นผ้าม่าน Sheer Voille ม่านโปร่งเพิ่มความลึกลับ

ถ้าใครยังไม่รู้จักศัพท์คำว่า Sheer Voille ว่าเป็นม่านประเภทไหน  เป็นผ้าม่านโปร่งบาง แสงสามารถลอดผ่านได้ เรียกง่าย ๆ ว่าส่องแล้วจะเห็นเงาราง ๆ ดูเซ็กซี่สุด ๆ  ถึงเป็นผ้าม่านเหมือนกัน แต่ฟังก์ชันกลับต่างกัน

ข้อดีของม่านประเภทนี้คือทำให้คนในห้องสามารถมองเห็นด้านนอกทะลุม่านได้ ขณะเดียวกันก็ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัว เพราะม่านผ้าโปร่งก็ยังช่วยปกปิดไม่ให้คนข้างนอกมองเห็นเราได้ 100% ดังนั้นถ้าใครกำลังคิดว่าม่านโปร่งจะจับคู่กับอะไรดี แนะนำให้หาม่านกำมะหยี่สีเข้ม ประเภทที่เนื้อผ้าดูแวววาว  ออกแบบบริเวณบ้าน เพราะพอแขวนเข้าคู่กันแล้วจะช่วยทำให้ห้องนอนดูหรูขึ้นเป็นเท่าตัวเลย

ทั้งแบบแพทเทิร์นลายขวาง ลายดอก ฯลฯ ถ้าผ้าม่านตัวนอกลายเรียบ จะเติมดีเทลให้ผ้าม่านโปร่งมีลายก็ถือว่ายังโอเค หลักการเลือกผ้าม่านโปร่ง ถ้าเราไม่อยากให้แสงลอดผ่านเต็ม ๆ หรือโปร่งจนดูไม่ปลอดภัย เดี๋ยวนี้ม่านโปร่งมีลวดลายให้เลือกมากมาย นอกจากนี้การใช้งานผ้าม่านโปร่งยังไม่แค่ติดกันเฉพาะบริเวณหน้าต่างห้องนอนด้วย แต่ใครที่อยากได้ฟีลแอนทีคนิด ๆ ก็เลือกเตียงสี่เสาแล้วติดผ้าม่านรอบเตียงเพิ่มความคลาสสิกได้

4. เลือกสีม่านให้ผ่อนคลาย

คำตอบ คือ มันไม่ได้อยู่ที่มืดหรือสว่างกว่ากำแพง แต่ควรจะอยู่ที่การดูโทนสีภายในห้อง ห้องเราไม่ควรมีสีที่เป็นจุดเด่นเยอะเกินไป ห้องหนึ่งควรมีสีเด่นเพียงสีเดียวก็พอ ถ้าห้องเรามีลายพร้อยอยู่แล้ว ผ้าม่านก็ควรเบรก ใช้สีกลาง ๆ อย่าไปเพิ่มลายให้มึนกว่าเดิม แต่ถ้าห้องตกแต่งแบบโมโนโทน การเลือกม่านสีสดใสเข้าไปเพิ่มดีเทลแทนจะช่วยเพิ่มความน่ามองได้มากขึ้น หลายคนอยากรู้และสงสัยว่าเวลาจะเลือกผ้าม่านติดตั้งในห้องนอนควรจะเลือกให้สว่างหรือมืดกว่ากำแพงดี

5. เครื่องนอนกับผ้าม่านต้องแนวเดียวกันหรือเปล่า?

จากบนเตียงถึงริมหน้าต่างมันต้องสัมพันธ์กันไหม เข้าใจว่าหลายคนคงคิดว่าถ้าโทนเดียวกันยังไงมันก็คงแมตช์กันได้ดีกว่าและง่ายที่สุด แต่ต้องระวังว่าการเลือกแบบนี้จะทำให้ห้องดูเชยโดยไม่รู้ตัว เพราะมุมมองของการแมตช์สีค่อนข้างละเอียดอ่อน ลองคิดสภาพว่าเครื่องนอนลายพร้อยมาเจอผ้าม่านลายพร้อยแบบเดียวกัน สีเดียวกันอีก เราคงรู้สึกว่ามันเชยมากกว่าดูโมเดิร์น จริงไหม

เทคนิคคือเลือกสีต่างเฉด ใช้สีใกล้เคียงแต่ไม่เหมือนกันจะช่วยให้ห้องนอนของเราดูมีมิติขึ้นมา หรือกรณีที่คิดจะเลือกสีให้แตกต่างกันคนละขั้วจริง ๆ เราสามารถใช้วิธีแมตช์กันได้ด้วยการเลือกเนื้อผ้าประเภทเดียวกัน เช่น เนื้อผ้าม่านที่เป็นลินินกับเครื่องนอนที่ทำจากผ้าลินิน จะช่วยสร้างความรู้สึกผ่อนคลายได้

ริมหน้าต่างก็เป็นที่เก็บฝุ่นชั้นดี คงไม่มีใครอยากเป็นภูมิแพ้หรอกจริงไหม 5 หลักการแมตช์ผ้าม่านให้เข้ากับห้องนอนคงพอเป็นไกด์การเลือกซื้อม่านสวย ๆ ติดห้องสไตล์ที่คุณชอบได้แล้ว สิ่งสุดท้ายที่อยากฝากคือระยะเวลาการปลดม่านลงมาทำความสะอาด ซึ่งครบ 1 เดือนเมื่อไรก็ควรปลดลงมาซักทำความสะอาด ห้องเราจะได้ไม่เก็บฝุ่น

ถ้าเราลองสังเกตดีๆพื้นที่ที่ใช้ติดม่านในแต่ละห้องนั้นมีมากถึง 20 – 30 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ผนัง เหตุนี้เองม่านจึงเป็นอีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะสามารถเปลี่ยนบรรยากาศห้องให้แตกต่างไปจากเดิมได้ไม่ยาก และยังมีค่าใช้จ่ายไม่มากด้วย เราจึงมี ” วิธีเลือกผ้าม่าน ” แต่งบ้านมาฝากกัน

หลักการง่ายๆในการเลือกโทนสีและลวดลายผ้าม่าน

  • ถ้าต้องการให้ห้องดูโล่งกว้างสบายตา ควรเลือกใช้ม่านสีโทนอ่อน
  • ถ้าต้องการให้ห้องมีพื้นที่กระชับหรือดูเข้มขรึม สงบนิ่ง ควรเลือกใช้ม่านสีโทนเข้ม
  • ผ้าม่านที่มีลวดลายหรือเส้นสายใหญ่ๆ จะช่วยให้ห้องดูเล็กลง จึงเหมาะกับการใช้ในห้องโถงหรือห้องรับแขกขนาดใหญ่
  • ผ้าม่านที่มีลวดลายเล็กๆ ให้ผลตรงข้ามกัน เพราะจะช่วยให้ห้องดูกว้างขึ้น จึงมักใช้ในห้องขนาดเล็กหรือห้องชุดคอนโดมิเนียมเป็นส่วนใหญ่

ห้องนั่งเล่น  

ให้ห้องนั่งเล่นไม่ดูอึดอัด ไม่ควรเลือกสีจัดจนเกินไป ม่านในห้องนี้ใช้เพื่อความสวยงาม ช่วยกันแสงและกรองเสียง ทั้งยังเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้แขกและเจ้าของบ้าน ควรเลือกโทนสีผ้าม่านที่ไปด้วยกันกับโทนสีของห้องและเฟอร์นิเจอร์ แนะนำให้ใช้ม่านแบบ 2 ชั้นที่มีทั้งผ้าม่านทึบและผ้าม่านโปร่ง

ห้องนอน  

ม่านในห้องนอนต้องสามารถบังแดดและป้องกันเสียงได้ดีควรใช้ม่านที่ช่วยบังแสงแดดที่จะส่องเข้าห้องในตอนเช้าและบดบังสายตาจากภายนอกได้ดี ทั้งนี้ควรเลือกโทนสีม่านให้กลมกลืนกับสีห้องและเฟอร์นิเจอร์ เน้นโทนสีเย็นตาดีกว่าสีโทนร้อนที่ดูอึดอัดเกินไป

ห้องรับประทานอาหาร   

สีเขียว สีแดง สีเหลือง สีส้ม เพื่อกระตุ้นความอยากอาหาร และช่วยให้เรารู้สึกว่าภายในห้องช่วยกันฝุ่นและไอระเหยจากน้ำมันของอาหารได้ด้วยควรเน้นม่านสีสดๆ   แต่ต้องดูให้เข้ากับโทนสีของห้องด้วยหรือจะใช้มู่ลี่แทนก็ได้ เพราะสามารถปรับแสงและบังสายตาได้ดีแถมทำความสะอาดง่าย นอกจากใช้กันแดดแล้ว ม่านยังช่วยแบ่งสัดส่วน

ห้องน้ำ   

สีฟ้าอ่อน สีครีม ควรเน้นสีม่านที่สว่างและเข้ากับโทนสีของกระเบื้องและสุขภัณฑ์ เพื่อให้รู้สึกสบายไม่อึดอัดขณะเข้ามาใช้งาน ม่านที่ใช้ควรเป็นม่านปรับแสงหรือมู่ลี่ที่สามารถปรับระดับแสงได้ ดูเรียบง่าย สบาย และโปร่ง ประโยชน์ใช้สอยของม่านในส่วนนี้ก็เพื่อควบคุมแสงและบังสายตาจากภายนอก

ห้องครัวในฝันของคุณเป็นแบบไหนกันบ้าง ? แต่งสไตล์โมเดิร์น

ห้องครัว ในฝันของคุณเป็นแบบไหนกันบ้าง ? แต่งสไตล์โมเดิร์น วินเทจ ลอฟต์ มินิมัล หรือเรื่องขนาดต้องมาก่อน มีเครื่องใช้ไฟฟ้าครบ หรือมีตู้เยอะๆ เอาไว้เก็บของ ต้องมีไอส์แลนด์เอาไว้เตรียมอาหาร ขอโต๊ะกินข้าวไว้ในครัว เอาเป็นว่าจะเป็นครัวสไตล์ไหนตกแต่งอย่างไร ขอแค่ห้องครัวนั้นสามารถตอบโจทย์การใช้งานเจ้าของบ้านก็เป็นครัวที่ดีได้ทั้งนั้น

วันนี้เราจึงนำ ตัวอย่าง ห้องครัวสวยแบบบ้านๆ 20 สไตล์ มาฝากให้ดูกันแบบจุใจเก็บไว้เป็นไอเดีย ถึงแม้รูปแบบและดีไซน์จะเป็นห้องครัวที่ไม่ได้ตกแต่งหวือหวา หรูหรามากมาย แต่เห็นแล้วรับรองว่าเกิดแรงบันดาลใจ อยากลุกขึ้นมาแต่งตามอย่างแน่นอน

1.ครัวเล็กๆ แบบนี้แต่ออกแบบให้มีฟังก์ชันใช้งานครบก็ตอบโจทย์แล้ว เลือกใช้หน้าบานไม้จริง เพิ่มลูกเล่นด้วยกระเบื้องโมเสกเหนือเคาน์เตอร์ครัวก็สวยได้

2.เป็นครัวที่เรียบง่ายมากๆ แต่ก็สวยและอบอุ่นแถมดูมีเสน่ห์มากทีเดียวนะ เป็นวัสดุที่หาได้ไม่ยาก ไม้หน้าต่างเก่าก็เอามาทำหน้าบาน เสื่อของชาวบ้านก็เอามาแทนพรม ผนังก่ออิฐมอญไม่ต้องฉาบก็เท่ไปอีก ตกแต่งด้วยงานผ้าสักหน่อย โอ้ยน่ารัก

3.รูปแบบครัวนี้เหมาะสำหรับคนใช้ครัวน้อยๆ แค่อุ่นอาหาร เน้นกับข้าวถุง ใช้แค่โต๊ะแทนเคาน์เตอร์ก็เข้าท่า หาชั้นโปร่งมาแทนตู้ก็เข้าที เพิ่มลูกเล่นด้วยกระเบื้องพื้นสีเจ็บและตกแต่งผนังด้วยกระเบื้องดินเผาก็เท่ไปอีก

4.ครัวนอกบ้านเน้นการใช้งานหนักหน่วง โขลก ผัดไฟแรงเต็มที่ไปเลย ก่อเคาน์เตอร์ด้วยคอนกรีตหาหน้าบานตู้ที่เป็นไม้มาทำให้ดูอบอุ่น ส่วนเคาน์เตอร์ทอปใช้กระเบื้องแทนหินสังเคราะห์ก็ประหยัดเงินไปได้เยอะเลย ตกแต่งด้วยต้นไม้อีกหน่อย สดชื่นดีจัง

5.ครัวรูปแบบง่ายๆเก๋ๆ สไตล์ตัวเอง ใช้โครงเหล็กพ่นสี แล้วใช้ไม้จริงมาทำเป็นเคาน์เตอร์ทอป ส่วนลิ้นชักก็ใช้ลังไม้แล้วติดมือจับเองแค่นี้ก็ได้ครัวเก๋ๆ สไตล์ตัวเองแล้ว

6.ต่อเติมครัวใหม่ แค่หากระเบื้องลายเรียบๆ ดูเท่ๆ กับหน้าบานไม้ที่เป็นลามิเนตก็สวยได้ ส่วนฟังก์ชันตู้มีแค่ 1 ใบแล้วติดราวแขวนเอาก็หยิบใช้ง่ายสะดวกดีอีกต่างหากนะ

7.ครัวนอกบ้านแบบโมเดิร์นสีดำ แค่ติดกระเบื้องเต็มผนังก็ดูแลแถมทำความสะอาดง่ายมากๆ ส่วนโครงสร้างชุดครัวก็เลือกใช้วัสดุเดียวกันไปเลย เท่ดีใช่มั้ยล่ะ

8.รูปแบบชุดครัวที่ดูทันสมัย ใช้หินสังเคราะห์สีดำตัดกับกระเบื้องผนังสีขาว ส่วนหน้าบานเลือกใช้หน้าบานไม้สีน้ำตาลเข้ม ให้อารมณ์ความรู้สึกแบบขรึมๆ ขึ้นมาอีกหน่อย

9.ครัวไทยที่เน้นให้มีช่องแสงสว่างเข้ามาเยอะแถมอากาศถ่ายเทได้ดี เน้นการเก็บของแบบห้อยผนัง กลายเป็นดิสเพลย์เก๋ๆ ในครัวอีกต่างหาก

10.ครัวง่ายๆไม่ต้องมีเคาน์เตอร์ครัว ครัวง่ายๆไม่ต้องมีเคาน์เตอร์แบบจริงจังก็ได้นะใช้แค่โต๊ะไม้เล็กๆ ที่วางของได้ทั้งด้านบนและด้านล่างก็ดูเข้ากับบรรยากาศครัวโดยรวมแล้ว

12.ครัวสบายๆหน้าบานไม้ เลือกหน้าบานตู้ครัวที่เป็นไม้ตัดกับเคาน์เตอร์ทอปหินสังเคราะห์สีขาวก็ทำให้ครัวดูมีบรรยากาศอบอุ่น น่าทำอาหารได้เหมือนกัน ที่สำคัญเรื่องของช่องแสงก็ต้องมีความสมดุลด้วย

13.ครัวง่ายๆกะทัดรัด มีตู้แขวนเพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บของ ขนาดห้องครัวไม่ใหญ่ไม่เล็กเกินไปวางแปลนครัวแบบนี้ใช้เนื้อที่ได้คุ้มค่าสุดๆ ออกแบบให้มีตู้แขวนเพื่อเพิ่มเนื้อที่ไว้เก็บของ

14.ครัวขนาดเล็กตกแต่งสีโทนอ่อน เนื้อที่ห้องครัวเล็ก ควรเลือกเฉดสีหน้าบานหรือเฟอร์นิเจอร์ให้เป็นสีโทนอ่อนเข้าไว้ ทำให้ห้องครัวดูไม่อึดอัดเกินไป

15.ห้องครัวเล็ก ติดตั้งชั้นโปร่งแทนตู้แขวน ถ้าห้องครัวมีเนื้อที่น้อยการติดตู้แขวนจะยิ่งทำให้ห้องครัวดูแน่นมากเกินไป ออกแบบให้มีเคาน์เตอร์ครัวสำหรับเก็บภาชนะชิ้นใหญ่ๆ ก็พอ ส่วนผนังก็ติดเป็นชั้นโปร่งแทนตู้แขวน สามารถโชว์ของสวยๆ แล้วยังเก็บของได้เป็นระเบียบไม่แพ้กัน

16.ชั้นไม้โปร่งๆ โล่งๆ แบบนี้ ทำให้ห้องครัวขนาดเล็กดูน่าใช้งานขึ้นเยอะ  ออกแบบภายใน ไม่เพียงแค่เก็บของให้ดูเป็นระเบียบเท่านั้น ยังกลายเป็นเหมือนตู้โชว์ไปในตัว

17.เล่นเป็นสีทูโทนแบบนี้ก็สร้างบรรยากาศให้ห้องครัวดูน่ารักขึ้นอีกเยอะเลย ถ้ารู้สึกว่าสีของหน้าบานไม้จะทำให้ครัวดูแก่ไปหน่อยก็เบรคด้วยกระเบื้องลายกราฟฟิกเพื่อเพิ่มความเท่และดูทันสมัยมากขึ้น

18.ผนังอิฐกับงานไม้เก่าๆ ช่วยให้ห้องครัวดูมีเสน่ห์เหมือนกัน

19.ครัวสีขาวเรียบง่าย ประหยัดพื้นที่ ไม่เน้นทำกับข้าว ครัวขนาดนี้ก็เพียงพอแล้ว มีชั้นและตู้เก็บของนิดหน่อย เอาโต๊ะกินข้าวมารวมไว้ในครัวด้วยแบบนี้ประหยัดงบไปได้เยอะ สวยอีกต่างหาก

20.อยากมีไอส์แลนด์เหมือนครัวคนอื่นเค้าบ้าง ใช้โต๊ะแบบนี้ก็เป็นไอส์แลนด์ได้เหมือนกันนะ จะใช้เป็นพื้นที่เตรียมทำอาหารหรือเป็นโต๊ะกินข้าวก็เข้าท่าดีแบบทูอินวันเลย

ห้องครัว แบบห้องครัว การจัดห้องครัว ตกแต่งห้องครัว แต่งสไตล์โมเดิร์น
ห้องครัว แบบห้องครัว การจัดห้องครัว ตกแต่งห้องครัว แต่งสไตล์โมเดิร์น

ขอเอาใจคนอยากมีครัวสวยๆ แต่ยังไม่มีแบบโดนใจ วันนี้เราเลยนำแบบห้องครัวสไตล์โมเดิร์นมาให้ดูกันถึง 10 ตัวอย่าง ลองไปดูกันว่าครัวโมเดิร์นที่นำมาฝากนั้นนอกจากดีไซน์สวยแล้ว ยังออกแบบการใช้เนื้อที่และมีฟังก์ชันที่คุ้มค่ากับการใช้งานมากๆ หรือใครเบื่อรูปแบบห้องครัวเดิม ๆ จะลองเชื่อมพื้นที่กับห้องต่างๆ 

1.ฉีกดีไซน์ของสีหน้าบานครัวแบบเรียบๆ ด้วยการเลือกโทนสีแดงที่ดูร้อนแรงแบบนี้ ทำให้บรรยากาศในบ้านดูไม่น่าเบื่อดีเหมือนกันนะ เพิ่มลูกเล่นด้วยกระเบื้องโมเสกสีเงินดูระยิบระยับวับวาว แล้วตกแต่งด้วยเครื่องใช้ไฟฟ้าสีเงินหรือไม่ก็สเตนเลส อีกมุมหนึ่งออกแบบเป็นบาร์ทานอาหารเล็กๆ เบ็ดเสร็จในพื้นที่เดียว

2.ห้องครัวสีขาวสว่างสดใสช่วยสร้างบรรยากาศโปร่งสบายและดูสดชื่น วางแปลนแบบชิดผนัง เจาะช่องแสงกรุกระจกเพื่อดึงพื้นที่สีเขียวเข้ามาสู่ห้องครัว เพิ่มไอส์แลนด์กลางห้องครัวด้วยการแบ่งเป็นสองฟังก์ชันคือ อ่างล้างจานและเป็นมุมทานข้าว ใช้งานสะดวกและคล่องตัว

3.พื้นที่ขนาดเล็กก็มีครัวโมเดิร์นสวยๆ ได้เหมือนกัน เป็นครัวชุดเล็กๆ พร้อมมุมทานอาหาร เมื่อเนื้อที่เล็กแนะนำให้เลือกใช้สีหน้าบานโทนเย็นหรือโทนอ่อน เพราะทำให้ห้องครัวดูไม่อึดอัด ใช้งานได้สบายๆ ทั้งวัน อ้อ! ครัวนี้ไม่เหมาะกับการทำอาหารหนัก แค่ใช้อุ่นหรือทำอาหารเบาๆ เท่านั้น

4.ชอบหน้าบานไม้แต่กลัวครัวเชย ลองเลือกทอปเคาน์เตอร์สีดำเข้ามาเบรคหรือไม่ก็ใช้มือจับสีดำแบบยาวก็ทำให้ครัวดูโมเดิร์นขึ้น เพิ่มบาร์ด้านหน้าให้สูงกว่าพื้นที่ใช้งานก็สวยไปอีกแบบ มุมนี้จะใช้เป็นบาร์ทานอาหารหรือเป็นพื้นที่ส่งอาหารก่อนเสิร์ฟไปโต๊ะอาหารก็ได้

5.หากมีพื้นที่ในการทำห้องครัวจำกัด เป็นลักษณะสี่เหลี่ยมผืนผ้าควรใช้พื้นที่ให้เต็มและเกิดประโยชน์มากที่สุด กำหนดฟังก์ชันใช้งานให้ครบทั้งส่วนเตรียม ส่วนปรุง และส่วนล้าง ส่วนพื้นที่อีกฝั่งออกแบบให้เป็นมุมทานอาหารดีไซน์ให้เป็นเคาน์เตอร์บาร์ชิดผนังก็ใช้งานได้คุ้มค่าดี

6.พื้นที่ครัวเชื่อมต่อกับฟังก์ชันอื่นๆ ภายในบ้าน เช่น ห้องนั่งเล่น และโต๊ะทานข้าว ตกแต่งคลุมโทนระหว่างสีขาว เทาเข้ม เทาอ่อน สร้างบรรยากาศให้ห้องครัวดูเป็นกันเองและใช้งานได้สะดวกคล่องตัว

7.ครัวสีเทาเข้มดูมีมิติจากตู้แขวนและตู้สูง รวมถึงการเลือกทอปไม้สีอ่อนในส่วนของพื้นที่อ่างล้างจานและทำเป็นเคาน์เตอร์บาร์ซึ่งอยู่ต่อเนื่องกับไอส์แลนด์ สร้างบรรยากาศครัวแบบใหม่ๆ แต่แฝงด้วยความอบอุ่น

8.ครัวโมเดิร์นเรียบง่ายแต่โดดเด่นด้วยผนังใต้ตู้แขวน ซึ่งเป็นกระเบื้องสีทองแดง กลมกลืนกับก้านก๊อกน้ำ และเครื่องดูดควัน ส่วนไอส์แลนด์นอกจากกำหนดฟังก์ชันให้เป็นส่วนทำอาหารและส่วนล้างแล้ว ยังเป็นมุมทานอาหารไปในตัว

9.กั้นพื้นที่ครัวแบบนี้ก็ดูเป็นสัดส่วน แต่ในขณะเดียวกันก็เชื่อมบรรยากาศระหว่างห้องนั่งเล่น มุมทานอาหารได้โดยไม่รู้สึกแปลกแยก นอกจากเลือกดีไซน์ชุดครัวเรียบๆ แล้ว สามารถตกแต่งด้วยไลท์ติ้งสร้างมิติให้ครัวดูมีมิติ

10. ก๊อกน้ำ เก้าอี้สตูล ทอปเคาน์เตอร์ ครัวโมเดิร์นสีขาวขนาดใหญ่ คลุมโทนสีแค่ขาวและดำเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดูดควัน มือจับ ออกแบบฟังก์ชันใช้สอยเต็มพื้นที่ในรูปตัว U พร้อมเพิ่มพื้นที่ใช้งานตรงกลางสามารถใช้งานได้หลากหลาย

5 ประเภทห้องครัว เรียนรู้ง่าย ๆ

ประเภทห้องครัว

ออกแบบห้องครัว ให้เหมาะกับครอบครัวของเรา

เมื่อถึงเวลาต้องออกแบบห้องครัว สิ่งแรกที่จำเป็นต้องทำคือการสำรวจขนาดพื้นที่ใช้สอย และความต้องการในการใช้งานของสมาชิกในครอบครัวให้ถี่ถ้วน เพื่อที่จะเลือกประเภทห้องครัวได้อย่างเหมาะสมกับความต้องการ โดยปกติแบบห้องครัวที่นิยมใช้กันในปัจจุบัน มีทั้งหมด 5 ประเภท ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นแบบมาตรฐานที่เหมาะกับนำมาประยุกต์ใช้ร่วมกับบ้านเรือนทั่วไป ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม ทาวน์เฮ้าส์ คอนโดมิเนียม ขอเพียงแค่มีพื้นที่ใช้สอยที่สอดคล้องกัน ก็สามารถประยุกต์ใช้ร่วมกันได้

One Wall Kitchen : ครัวที่เหมาะสมกับห้องที่มีพื้นที่แคบ บ้านหลังเล็กหรือคอนโดมิเนียม โดยจะออกแบบในลักษณะชิดติดผนังด้านใดด้านหนึ่ง เพื่อให้อีกด้านมีพื้นที่ว่างสำหรับทางเดิน ทางเดินควรมีความกว้างประมาณ​ 90 ซม. ขึ้นไป ส่วนเคาน์เตอร์ครัวมาตรฐานมีความลึก 60 ซม. เหมาะกับครอบครัวที่ทำอาหารทานเองบ้างเพียงเล็กน้อย   หากมีพื้นที่ว่าง อาจนำโต๊ะรับประทานอาหารมาวางไว้ในห้องเดียวกัน ช่วยประหยัดพื้นที่ได้เป็นอย่างดี

ครัวตัว L : ครัวที่เหมาะกับห้องที่มีพื้นที่กว้างขึ้นมาอีกนิด จัดวางเคาน์เตอร์ในลักษณะเข้ามุมเพื่อให้พื้นที่ส่วนกลางห้องโล่ง ขนาดห้องควรมีความกว้างไม่ต่ำกว่า 2 x 2.5 เมตร เหมาะกับครอบครัวที่ประกอบอาหารทานเองเพียงเล็กน้อย แต่ต้องการความสะดวกในการใช้ห้องครัวมากขึ้น

ครัวตัว U : หากขนาดของห้องครัวไม่ได้เป็นอุปสรรค์ และเป็นผู้ที่หลงรักการทำอาหารเป็นชีวิตจิตใจ ครัวทั้ง 3 ประเภทต่อไปนี้จะเหมาะกับผู้อ่านเป็นอย่างยิ่ง เริ่มจากครัวตัว U เหมาะกับห้องที่มีความกว้าง 2.5 x 3 เมตรขึ้นไป ห้องจะถูกล้อมรอบไปด้วยเคาน์เตอร์ ทำให้สามารถเก็บของใช้ได้จำนวนมาก อีกทั้งยังมีพื้นที่กลางห้องช่วยให้เกิดความสะดวกในการใช้งาน ลักษณะครัวที่กว้างสามารถจัดโซนเคาน์เตอร์ได้อย่างเป็นระเบียบ

Galley Kitchen : ครัวคู่ขนาน มีเคาน์เตอร์ครัวชิดติดผนังทั้ง 2 ข้าง ส่วนตรงกลางเว้นเป็นช่องทางเดิน ทางเดินควรมีพื้นที่กว้าง อย่างน้อย 1.2 เมตร เหมาะกับห้องที่มีความลึก ยาว ให้ความสะดวกในการประกอบอาหารมากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะบ้านที่นิยมช่วยกันทำครัว ห้องครัวประเภทนี้ ควรออกแบบให้มีช่องแสงมาก มิเช่นนั้นในพื้นที่ลึกอาจมืดทึบจนเกินไป

Island : ครัวที่มี Island โต๊ะเกาะกลางมาวางไว้ สามารถประยุกต์ใช้ร่วมกับครัวตัว L ครัวตัว U หรือครัวในลักษณะอื่น ๆ ได้ ขอเพียงแค่มีพื้นที่มากพอในการวาง Island โดย Island นี้สามารถประยุกต์ใช้เป็นที่เตรียมอาหาร หรือนั่งรับประทานอาหารในมื้อเร่งด่วน เป็นครัวที่ให้บรรยากาศอบอุ่น และกำลังได้รับความนิยมสูงในยุคปัจจุบัน

การออกแบบห้องครัวที่ดี ควรออกแบบให้เหมาะกับขนาดของห้องและความต้องการในการใช้งาน เพราะหากมีห้องครัวที่กว้างใหญ่ แต่ในชีวิตประจำวันกลับทานอาหารนอกบ้าน หรือซื้อกลับมาทานที่บ้านบ่อยครั้ง ห้องครัวที่ได้ตกแต่งไว้อาจใช้งานไม่คุ้มค่านัก แต่หากผู้อ่านเป็นคนที่ชื่นชอบการทำอาหารทานเอง หากมีครัวขนาดเล็กเกินไป อาจเป็นผลให้การทำอาหารเป็นไปอย่างติดขัด บางบ้านให้ความสำคัญกับการทำครัวมาก ครัวอาจจะมีขนาดที่ใหญ่กว่าห้องนอน ใหญ่กว่าห้องนั่งเล่น จะใหญ่เล็กแค่ไหน ขอเพียงเป็นไปตามความต้องการของผู้ใช้อย่างแท้จริงก็นับว่า เป็นการออกแบบห้องครัวที่ดีที่สุดแล้ว

ฉลากโภชนาการ อ่านสักนิดเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น

ฉลากโภชนาการ ที่ติดอยู่บนบรรจุภัณฑ์อาหารหรือเครื่องดื่มต่าง ๆ จะระบุชนิดและปริมาณสารอาหารที่สำคัญต่อร่างกาย ดังนั้น การอ่านฉลากโภชนา การก่อนเลือกซื้ออาหารจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรละเลย เพราะผู้บริโภคสามารถนำข้อมูลบนฉลากมาพิจารณา เพื่อเลือกรับประทานอาหารให้เหมาะกับสุขภาพของตนเอง และหลีกเลี่ยงอาหารที่อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้

ฉลากโภชนาการ คือ อะไร ?

ฉลากโภชนาการ คือ ฉลากแสดงข้อมูลทางโภชนาการที่ติดอยู่บนบรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงสาธารณสุข โดยจะระบุชนิดและปริมาณสารอาหารที่มีอยู่ในอาหารหรือเครื่องดื่มนั้น ๆ ลงในกรอบสี่เหลี่ยมหรือกรอบข้อมูลโภชนาการ ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ ดังนี้

  • ฉลากโภชนาการเต็มรูปแบบ เป็นฉลากแสดงชนิดและปริมาณสารอาหารสำคัญที่คนทั่วไปควรรู้ 15 รายการ ได้แก่ พลังงานทั้งหมด พลังงานจากไขมัน ไขมันทั้งหมด ไขมันอิ่มตัว คอเลสเตอรอล โปรตีน คาร์โบไฮเดรตทั้งหมด ใยอาหาร น้ำตาล โซเดียม วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 แคลเซียม และธาตุเหล็ก ส่วนใหญ่มักมีลักษณะเป็นชุดข้อมูลแนวตั้ง แต่หากบรรจุภัณฑ์นั้นมีความสูงจำกัดก็สามารถแสดงฉลากโภชนาการเต็มรูปแบบในแนวนอนตามเกณฑ์ที่กระทรวงสาธารณะสุขกำหนดไว้ได้เช่นกัน
  • ฉลากโภชนาการแบบย่อ ใช้กรณีที่มีสารอาหารในอาหารหรือเครื่องดื่มเป็นปริมาณน้อยมากจนถือว่าเป็นศูนย์ตั้งแต่ 8 รายการขึ้นไปจากที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้ 15 รายการ จึงไม่มีความจำเป็นต้องแสดงฉลากเต็มรูปแบบ

ในปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขเล็งเห็นว่า ฉลากโภชนาการอาจทำให้คนทั่วไปเข้าใจได้ยากและไม่สะดุดตาให้น่าอ่าน ทำให้คนอาจละเลยการอ่านฉลากโภชนาการก่อนเลือกซื้ออาหาร และไม่คำนึงถึงสารอาหารหรือพลังงานที่ได้รับจากการรับประทานอาหารแต่ละชนิด จึงบังคับให้อาหาร 5 กลุ่มต้องแสดงฉลากโภชนาการแบบจีดีเอ (Guidline Daily Amounts: GDA) หรือฉลากหวานมันเค็ม เพื่อแสดงค่าพลังงาน น้ำตาล ไขมัน และโซเดียมต่อหนึ่งหน่วยบรรจุภัณฑ์ โดยต้องติดอยู่ด้านหน้าบรรจุภัณฑ์ให้ง่ายต่อการสังเกตเห็น ซึ่งกลุ่มอาหารเหล่านั้น คือ ช็อกโกแลต ขนมขบเคี้ยว ผลิตภัณฑ์ขนมอบ อาหารกึ่งสำเร็จรูป และอาหารมื้อหลักแช่เย็นแช่แข็ง

ฉลากอาหาร
ฉลากอาหาร

อาหารประเภทใดบ้างที่ต้องแสดงฉลากโภชนาการ ?

อาหารและเครื่องดื่มที่เข้าข่ายใช้คุณค่าทางโภชนาการเพื่อส่งเสริมการขาย หรืออาหารที่มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ จำเป็นต้องแสดงฉลากโภชนาการให้ผู้บริโภคทราบข้อมูลเสมอ

  • อาหารที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ประกาศแล้วว่าต้องแสดงฉลากโภชนาการ เพราะเป็นอาหารที่คนทั่วไปมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับคุณประโยชน์ทางโภชนาการ
  • อาหารที่มุ่งจำหน่ายให้ผู้บริโภคเฉพาะกลุ่ม เช่น วัยเรียน ผู้สูงอายุ ผู้หญิง เป็นต้น
  • อาหารที่มีการใช้คุณค่าทางโภชนาการเพื่อส่งเสริมการขาย แต่ห้ามแสดงสรรพคุณว่าสามารถป้องกันหรือรักษาโรคได้
  • อาหารที่มีการแสดงข้อมูลปริมาณสารอาหาร ชนิดของสารอาหาร หรือหน้าที่ของสารอาหารนั้น เช่น มีไขมัน 0 เปอร์เซ็นต์ มีแคลเซียมสูง เป็นต้น

การอ่านฉลากโภชนาการ

คนทั่วไปอาจคิดว่าฉลากโภชนาการนั้นเข้าใจยาก แต่แท้จริงแล้วการอ่านฉลากโภชนาการสามารถทำได้ง่าย ๆ หากเข้าใจความหมายของคำต่อไปนี้

  • หนึ่งหน่วยบริโภค คือ ปริมาณอาหารที่ผู้ผลิตแนะนำให้ผู้บริโภครับประทานต่อ 1 ครั้ง โดยคำนวณจากค่าเฉลี่ยของคนไทยว่าหากรับประทานอาหารในปริมาณเท่านี้จะได้รับสารอาหารตามที่กำหนดไว้บนฉลาก ซึ่งแสดงให้เห็นทั้งปริมาณที่เป็นหน่วยครัวเรือนอย่างกระป๋องหรือแก้ว และปริมาณที่เป็นมาตรฐานสากลอย่างกรัมหรือมิลลิลิตร ผู้บริโภคโดยเฉพาะผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักจึงไม่ควรรับประทานอาหารเกินกว่าปริมาณดังกล่าว
  • จำนวนหน่วยบริโภคต่อภาชนะบรรจุ คือ จำนวนครั้งในการรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มนั้น ๆ จนหมด  บาคาร่าทดลอง เมื่อรับประทานครั้งละหนึ่งหน่วยบริโภค เช่น หากชาผงสำเร็จรูปบรรจุขวดมีปริมาณ 85 กรัม แล้วหนึ่งหน่วยบริโภคเท่ากับ 1 ช้อนชา หรือ 0.7 กรัม จำนวนครั้งที่รับประทานได้จะเป็น 121 ครั้ง เป็นต้น
  • คุณค่าทางโภชนาการต่อหนึ่งหน่วยบริโภค คือ ปริมาณพลังงานและสารอาหารที่ผู้บริโภคได้รับเมื่อรับประทานอาหารชนิดนั้นหนึ่งหน่วยบริโภค โดยปริมาณดังกล่าวคิดเป็นร้อยละของปริมาณที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน
  • ร้อยละของปริมาณที่แนะนำต่อวัน คือ ปริมาณสารอาหารในหนึ่งหน่วยบริโภคที่คิดเป็นเปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปริมาณสารอาหารที่แนะนำต่อวัน ซึ่งคำนวณจากพลังงานที่คนไทยโดยเฉลี่ยควรได้รับต่อวันหรือ 2,000 กิโลแคลอรี่นั่นเอง เช่น หากซีอิ๊วขาวให้ไอโอดีน 15 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน เมื่อผู้บริโภครับประทานซีอิ๊วขาวในปริมาณหนึ่งหน่วยบริโภคจะได้รับไอโอดีน 15 เปอร์เซ็นต์ และจำเป็นต้องได้รับไอโอดีนจากอาหารชนิดอื่นอีก 85 เปอร์เซ็นต์ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม สารอาหารจำพวกโปรตีนและน้ำตาลจะไม่แสดงปริมาณในรูปแบบเปอร์เซ็นต์ เพราะร้อยละของปริมาณที่แนะนำต่อวันของน้ำตาลเป็นส่วนหนึ่งของปริมาณที่แนะนำต่อวันของคาร์โบไฮเดรตอยู่แล้ว ส่วนโปรตีนนั้นมีหลายชนิดและมีคุณภาพแตกต่างกัน การแสดงปริมาณเป็นเปอร์เซ็นต์อาจทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดได้ ส่วนวิตามินและเกลือแร่ ส่วนใหญ่จะแสดงปริมาณในรูปแบบเปอร์เซ็นต์เท่านั้น เพราะร่างกายของคนเราต้องการวิตามินและเกลือแร่ในปริมาณน้อย การแสดงปริมาณจริงอาจทำให้ผู้บริโภคเกิดความสับสนได้

ประโยชน์ของฉลากโภชนาการ

การรับประทานอาหารโดยไม่คำนึงถึงพลังงานและสารอาหารที่ได้รับ อาจทำให้ผู้บริโภคได้รับสารอาหารในปริมาณที่ไม่เหมาะสมและเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่าง ๆ ได้ เช่น โรคกินมากผิดปกติ โรคขาดสารอาหาร โรคเบาหวาน ภาวะความดันโลหิตสูง ภาวะไขมันในเลือดสูง หรือโรคหัวใจ เป็นต้น ซึ่งฉลากโภชนาการตามอาหารสำเร็จรูปหรือกึ่งสำเร็จรูป มีประโยชน์ต่อผู้บริโภค ดังนี้

  • ช่วยให้เลือกซื้อและเลือกรับประทานอาหารที่มีสารอาหารเหมาะสมต่อปัจจัยทางสุขภาพของตนเอง
  • ช่วยเปรียบเทียบคุณค่าทางโภชนาการระหว่างผลิตภัณฑ์อาหารชนิดเดียวกัน เพื่อให้ผู้บริโภคเลือกผลิตภัณฑ์อาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่ดีกว่า
  • เมื่อผู้บริโภคเลือกรับประทานอาหารโดยพิจารณาจากคุณค่าทางโภชนาการเป็นหลัก อาจช่วยจูงใจให้ผู้ประกอบการผลิตอาหารโดยเน้นคุณค่าทางโภชนาการเป็นหลักด้วยเช่นกัน

ฉลากโภชนาการคืออะไร

ฉลากโภชนาการ คือ ฉลากอาหารที่มีการแสดงข้อมูลโภชนาการ ซึ่งระบุชนิดและปริมาณสารอาหารของอาหารนั้นในกรอบสี่เหลี่ยมเรียกว่า “กรอบข้อมูลโภชนาการ” ซึ่งมีอยู่ 2 รูปแบบ ได้แก่ แบบเต็มและแบบย่อ
1.ฉลากโภชนาการแบบเต็ม เป็นฉลากที่แสดงชนิดและปริมาณสารอาหารที่สำคัญควรทราบ 15 รายการ สำหรับฉลากที่มีความสูงจำกัด สามารถแสดงฉลากโภชนาการเต็มรูปแบบในลักษณะแบบแนวนอนหรือแบบขวางตามที่ประกาศกระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้
2.ฉลากโภชนาการแบบย่อ ใช้ในกรณีที่สารอาหารตั้งแต่ 8 รายการ จากจำนวนที่กำหนดไว้ 15 รายการนั้น มีปริมาณน้อยมากจนถือว่าเป็นศูนย์ จึงไม่มีความจำเป็นที่ต้องแสดงให้เต็มรูปแบบ
ปริมาณสูงสุดที่บริโภคได้ต่อวัน
สำหรับคนไทยอายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไป ในหนึ่งวันไม่ควรได้รับพลังงาน น้ำตาล ไขมัน และโซเดียม มากกว่าปริมาณสูงสุดที่แนะนำ ดังนี้ พลังงานไม่ควรเกิน 2,000 กิโลแคลอรี น้ำตาลไม่ควรเกิน 65 กรัม ไขมันไม่ควรเกิน 65 กรัม โซเดียมไม่ควรเกิน 2,400 มิลลิกรัม

วิธีการอ่านฉลากโภชนาการ

1. ดูปริมาณหนึ่งหน่วยบริโภค เป็นปริมาณการกินต่อครั้งที่แนะนำให้ผู้บริโภครับประทาน
2. ดูจำนวนหน่วยบริโภคต่อภาชนะบรรจุ เป็นจำนวนที่บอกว่าถ้ากินครั้งละหนึ่งหน่วยบริโภคจะแบ่งกินได้กี่ครั้ง
3. ดูคุณค่าทางโภชนาการต่อหนึ่งหน่วยบริโภค ว่าจะได้พลังงานเท่าใด สารอาหารอะไรบ้าง ในปริมาณเท่าใด
4. ดูร้อยละของปริมาณที่แนะนำต่อวัน.

ฉลากโภชนาการแบบจีดีเอ (Guidline Daily Amounts : GDA)
หรือฉลากหวานมันเค็ม โดยเป็นการแสดงปริมาณสารอาหารได้แก่ พลังงาน(กิโลแคลอรี) น้ำตาล(กรัม) ไขมัน(กรัม) และโซเดียม(มิลลิกรัม) ต่อหนึ่งหน่วยบรรจุภัณฑ์ (ถุง ซอง กล่อง) โดยจะแสดงฉลากด้านหน้าบรรจุภัณฑ์ โดยมีการบังคับการแสดงฉลากโภชนาการแบบจีดีเอ ในกลุ่มอาหาร 5 กลุ่ม คือ กลุ่มอาหารขนมขบเคี้ยว กลุ่มช็อกโกแลต กลุ่มผลิตภัณฑ์ขนมอบ กลุ่มอาหารกึ่งสำเร็จรูป และกลุ่มอาหารมื้อหลักแช่เย็นแช่แข็ง

สาเหตุของอาการไอเรื้อรังที่พบได้บ่อย พร้อมวิธีรักษาเบื้องต้น

อาการไอเรื้อรัง เป็นปัญหาสุขภาพที่อาจเป็นสัญญาณของโรคได้หลายโรค ตั้งแต่โรคที่ไม่รุนแรงไปจนถึงโรคร้ายแรง อีกทั้งอาการไอเรื้อรังยังสามารถรบกวนการใช้ชีวิต การนอนหลับและบุคลิกภาพอีกด้วย การหาสาเหตุและดูแลตนเองเมื่อมีอาการไอเรื้อรังอย่างถูกวิธีอาจช่วยบรรเทาอาการไอได้

การหาสาเหตุของอาการไอเรื้อรังอาจเริ่มจากการสังเกตลักษณะของอาการไอ ระยะเวลาที่อาการเรื้อรัง และอาการอื่นที่เกิดขึ้นร่วมด้วย เพราะข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้แพทย์วินิจฉัยได้แม่นยำขึ้นและนำไปสู่การรักษาที่เหมาะสม โดยในบทความนี่ได้รวบรวมสาเหตุที่พบได้บ่อยของอาการไอเรื้อรังและลักษณะของโรคที่เป็นสาเหตุ เพื่อเป็นจุดสังเกตอาการด้วยตนเองในเบื้องต้น

อาการไอที่เกิดขึ้นต่อเนื่องนานเกิน 4 สัปดาห์ในเด็ก ซึ่งอาการไอเรื้อรังถือว่าเป็นอาการที่ควรได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้อง ในทางการแพทย์ อาการไอเรื้อรังคืออาการไอที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกันเกินกว่า 8 สัปดาห์ในผู้ใหญ่

การไอเป็นกลไกอย่างหนึ่งของการป้องกันระบบหายใจไม่ให้ได้รับอันตราย ปกติเราหายใจเอาอากาศเข้าออกผ่านปอดวันละมาก ๆ (ประมาณ 8,000 – 12,000 ลิตรต่อวันขึ้นกับปริมาณการทำงานและการออกกำลัง) ขณะที่ในอากาศมีของเสียที่เป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจปะปนอยู่ ยิ่งอยู่ในเมืองยิ่งมีมากจากการสูบบุหรี่ มลภาวะเป็นพิษอาจเป็นในรูปฝุ่นละออง ก๊าซเคมี และเชื้อโรค เชื้อรา เชื้อไวรัสต่าง ๆ ร่างกายจึงมีวิธีกำจัดสิ่งเหล่านั้นออกไปเพื่อลดอันตรายของทางเดินหายใจลง ผงฝุ่นละอองขนาดโตเมื่อหายใจเข้าไป (โตเกินกว่า 10 ไมครอน) ส่วนใหญ่จะติดอยู่ในส่วนโพรงจมูกและหลอดลมส่วนบน มีฝุ่นที่มีขนาดเล็กเท่านั้นที่จะผ่านลงไปในหลอดลมส่วนล่างได้ ดังนั้นผงฝุ่นละอองขนาดเล็กจะมีอันตรายกว่าผงฝุ่นละอองขนาดใหญ่

ซึ่งเราอาจจะกลืนลงไปในกระเพาะหรือไอออกมา สิ่งแปลกปลอมที่หลุดเข้าไปในหลอดลมจะถูกจับติดกับเมือกที่บุหลอดลม เซลล์ที่เยื่อบุหลอดลมจะมีขนบุ ซึ่งขนจะมีการโบกอยู่ตลอดเวลา เมื่อพวกสารเคมีที่มีอันตรายเข้าไปสัมผัสก็ถูกผสม ทำให้เจือจางลงเกิดอันตรายน้อยลง  บนปลายขนจะมีเมือกคลุมอยู่เป็นแผ่นที่เรียกว่า Mucous Sheet หรือ Mucociliary Blanket ขนจะโบกไล่ให้เมือกเคลื่อนตัวไปสู่ลำคอส่วนต้น  ก๊าซก็เช่นเดียวกัน เชื้อต่าง ๆ ที่หายใจเข้าไปจะถูกทำลายโดยภูมิต้านทานต่อเชื้อนั้นที่มีอยู่ในน้ำเมือกและโดยเม็ดเลือดขาว และผลจะถูกขับถ่ายออกมาเป็นรูปของเสมหะ ปกติการหลั่งสารเมือกนี้มีปริมาณน้อยมาก ราว ๆ วันละ 10 – 100 ลบ.ซม. ซึ่งทำให้เราไม่รู้สึกว่ามีเสมหะ เพราะมันมักถูกกลืนลงไปกับน้ำลาย

สาเหตุของอาการไอเรื้อรังที่พบได้บ่อย

อาการไอที่เกิดขึ้นติดต่อกันหลายสัปดาห์มักเป็นปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็มีโรคบางโรคและพฤติกรรมเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดอาการนี้ได้เช่นกัน ดังนี้

1. การสูบบุหรี่

การสูบบุหรี่อาจเป็นสาเหตุของอาการไอเรื้อรังได้ ไม่ว่าจะเป็นการสูบบุหรี่มวนหรือบุหรี่ไฟฟ้า เพราะสารพิษในบุหรี่สามารถเข้าไปทำลายเซลล์ภายในระบบทางเดินหายใจ ทำให้เกิดการระคายเคืองและการอักเสบจนกระตุ้นให้เกิดอาการไอเรื้อรัง โดยคนที่สูบบุหรี่มักพบอาการไอแห้ง แต่บางครั้งก็อาจพบอาการไอมีเสมหะได้เช่นกัน

โดยเฉพาะโรคมะเร็งปอด โรคมะเร็งลำคอ โรคมะเร็งกล่องเสียง และโรคมะเร็งในช่องปาก การสูบบุหรี่ในระยะยาวอาจนำไปสู่โรคระบบทางเดินหายใจที่ร้ายแรงหลายโรค ดังนั้น หากทราบว่าตนเองติดบุหรี่ สูบบุหรี่และมีอาการไอเรื้อรังติดต่อกันนานหลายปี ร่วมกับพบสัญญาณของโรคมะเร็ง เช่น มีก้อนในลำคอ กลืนลำบาก เสียงหายใจหวีดแหลม น้ำหนักเพิ่มหรือลดโดยไม่ทราบสาเหตุ และเหนื่อยล้าอ่อนเพลียเรื้อรัง ควรไปพบแพทย์

นอกจากนี้ การได้รับควันบุหรี่หรือบุหรี่มือสองก็อาจเพิ่มความเสี่ยงของอาการไอเรื้อรังได้เช่นกัน หากคนในบ้านสูบบุหรี่เป็นประจำอาจมีความเป็นไปได้ว่าอาการไอเรื้อรังที่เกิดขึ้นเป็นผลจากการได้รับควันบุหรี่มือสอง

2. เสมหะในลำคอ

โรคภูมิแพ้ โรคหืด โรคผนังกั้นช่องจมูกคด (Deviated Nasal Septum) สมหะในลำคอ (Postnasal Drip) เกิดได้จากหลายโรค ทั้งโรคหวัด โรคไซนัสอักเสบ และอีกหลายโรค หรือปัจจัยภายนอก อย่างอากาศที่เย็นจัดหรือแห้งจัด หรือการสูดดมสารเคมีและฝุ่นควันก็ทำให้เกิดเสมหะในลำคอได้เช่นกัน

เสมหะในลำคอที่ข้นเหนียวและมีปริมาณมากขึ้นจะกระตุ้นให้เกิดไอเพื่อกำจัดเสมหะออก ซึ่งคนที่มีโรคเรื้อรัง อย่างโรคไซนัสอักเสบและโรคภูมิแพ้ คนที่ต้องสัมผัสกับสารเคมีและฝุ่นควันเป็นประจำ หรือคนที่พักอาศัยในห้องที่ใช้เครื่องปรับอากาศตลอดทั้งวันอาจเผชิญกับปัญหาไอเรื้อรังจากเสมหะในลำคอได้

3. โรคหืด

โรคหืด (Asthma) หรือโรคหอบหืดเป็นโรคเรื้อรังที่เกิดจากผนังหลอดลมบวม ทำให้หลอดลมตีบแคบฉับพลัน ส่งผลให้การหายใจผิดปกติ หายใจหอบ แน่นหน้าอก และหายใจหวีดแหลม ซึ่งอาการไอก็เป็นอีกอาการหลักที่พบในผู้ป่วยโรคหืด นอกจากนี้ โรคหืดยังทำให้มีเสมหะในลำคอเพิ่มขึ้นและกระตุ้นให้เกิดอาการไอด้วยเช่นกัน

สารก่อภูมิแพ้ เชื้อโรค การออกกำลังกาย โรคหืดมักถูกกระตุ้นด้วยสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม เช่น ฝุ่นควัน น้ำหอม สารเคมี รวมถึงอารมณ์ด้านลบที่รุนแรง อย่างความเครียด ความเศร้า และความกลัว เป็นต้น

4. โรคกรดไหลย้อน

โรคกรดไหลย้อนเป็นความผิดปกติของระบบย่อยอาหาร ทำให้น้ำย่อยที่หลั่งออกมาไหลย้อนขึ้นมาบริเวณลำคอ เมื่อน้ำย่อยที่มีฤทธิ์เป็นกรดสัมผัสกับเยื่อบุในลำคอจะทำให้เจ็บคอและระคายเคืองคอจนกระตุ้นให้เกิดอาการไอเรื้อรังได้

นอกจากนี้ น้ำย่อยที่ไหลย้อนขึ้นมาสามารถส่งกลิ่นและละอองที่มีฤทธิ์เป็นกรดออกมา สมัครบาคาร่า เมื่อสูดดมเข้าไปอาจทำให้ปอดระคายเคืองและเกิดอาการไอขึ้น หากใครมีอาการเรื้อรังร่วมกับอาการเรอเปรี้ยว แสบร้อนกลางอก และอาหารไม่ย่อยอาจเป็นไปได้ว่ามีสาเหตุมาจากโรคกรดไหลย้อน

5. โรคติดเชื้อ

โรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่งผลให้เกิดอาการไอได้โดยตรง โดยโรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจที่พบได้บ่อยมักจะเป็นกลุ่มของโรคหวัดและโรคไข้หวัดใหญ่ แต่โรคเหล่านี้มักไม่ทำให้เกิดอาการเรื้อรังหากได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม

ส่วนโรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจที่อาจทำให้เกิดอาการไอเรื้อรังมักเป็นการติดเชื้อบริเวณระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง อย่างภาวะเชื้อราในปอด วัณโรค และอาการติดเชื้อในปอดชนิดอื่น ๆ ซึ่งโรคเหล่านี้มักทำให้เกิดอาการไอเรื้อรังและอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนอันตรายได้

หากพบอาการไอเรื้อรัง ร่วมกับเป็นไข้ติดต่อกันหลายวัน อ่อนเพลีย ปวดตามร่างกาย น้ำหนักลดแบบไม่ทราบสาเหตุ และไอมีเสมหะปนเลือด ควรไปพบแพทย์ทันที

6. โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (Chronic Obstructive Pulmonary Disease: COPD)

โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังเป็นโรคที่มักพบในผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำ อาการหลักของโรคนี้คือ มีเสมหะข้นเหนียวในปริมาณมากอุดตันภายในระบบทางเดินหายใจ ทำให้เกิดอาการไอเรื้อรัง หายใจลำบาก และหายใจหอบ ในรายที่รุนแรงอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้

7. ผลข้างเคียงจากยากลุ่มเอซีอี อินฮิบิเตอร์ (Angiotensin-Converting Enzyme Inhibitors)

อินฮิบิเตอร์เป็นกลุ่มยาที่แพทย์มักสั่งจ่ายให้ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ผู้ที่ใช้ยากลุ่มเอซีอี อินฮิบิเตอร์จาก 1 คนใน 10 คนอาจพบอาการไอแห้งเรื้อรัง ซึ่งยากลุ่มเอซีอี ภาวะหัวใจล้มเหลว ภาวะหัวใจขาดเลือด และโรคไต โดยตัวอย่างยาในกลุ่มนี้ ได้แก่ ยาเบนาซีพริล (Benazepril) ยาอีนาลาพริล (Enalapril) และยาลิซิโนพริล (Lisinopril)

อาการไอเรื้อรังเป็นผลข้างเคียงที่พบได้จากยากลุ่มเอซีอีอินฮิบิเตอร์ มักไม่เป็นอันตราย และหายเองภายหลังหยุดใช้ยา แต่ผู้ป่วยห้ามหยุดยาด้วยตนเองโดยเด็ดขาด เพราะอาจเกิดผลข้างเคียงอันตราย หากอาการไอจากการใช้ยาส่งผลต่อชีวิตประจำวันหรือรบกวนการนอนหลับจนทำให้อยากหยุดใช้ยา ผู้ป่วยควรขอคำปรึกษาจากแพทย์

โรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง โรคหลอดลมฝอยอักเสบเฉียบพลัน (Acute Bronchiolitis) สาเหตุเหล่านี้เป็นสาเหตุของอาการไอเรื้อรังที่พบได้บ่อย แต่บางครั้งอาการไอเรื้อรังอาจมีสาเหตุมาจากปัญหาสุขภาพอื่น เช่น มีสิ่งของหรืออาหารติดในหลอดลม และโรคซิสติกไฟโบรซิส (Cystic Fibrosis) เป็นต้น หากไม่แน่ใจเกี่ยวกับ อาการไอเรื้อรัง ที่เกิดขึ้น ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัย

วิธีรักษาอาการไอเรื้อรัง
วิธีรักษาอาการไอเรื้อรัง

วิธีรักษาอาการไอเรื้อรังเบื้องต้น

หากพบอาการไอเรื้อรังหรือไอติดต่อกันนานอาจรับมือเบื้องต้นด้วยวิธีต่อไปนี้

หลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น

คนที่มีอาการไอเรื้อรังไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใด ควันบุหรี่ ละอองเกสร อุณหภูมิที่ร้อนจัดหรือเย็นจัด ความเครียด ควรหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นที่อาจทำให้เกิดอาการไอ เช่น ฝุ่นควัน สารเคมี น้ำหอม  เป็นต้น

ควรระมัดระวังมากกว่าคนทั่วไป กรณีที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หากทราบว่าตนเองป่วยด้วยโรคภูมิแพ้ โรคหืด ภาวะที่ร่างกายไวต่อสารบางอย่างมากกว่าปกติ หรือโรคทางเดินหายใจอื่น ๆ ควรสวมหน้ากากอนามัยเพื่อลดการได้รับปัจจัยกระตุ้น พยายามอยู่ในสถานที่ที่สะอาดและปลอดโปร่ง

เลิกบุหรี่

เลิกบุหรี่จึงเป็นวิธีที่ช่วยลดความรุนแรงของอาการไอเรื้อรังและลดความเสี่ยงของโรคอื่น ๆ จากสาเหตุในข้างต้น จะเห็นได้ว่าการสูบบุหรี่เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพที่นำไปสู่อาการไอเรื้อรัง ดังนั้น การลด สำหรับคนที่มีพฤติกรรมติดบุหรี่ สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาและคำแนะนำ

รักษาอาการไอด้วยวิธีธรรมชาติ

บรรเทาอาการคอแห้ง ระคายคอ ชะล้างสารก่อการระคายเคือง ลดความข้นเหนียวของเสมหะได้ การดูแลตนเองด้วยการดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสมจะช่วยให้ร่างกายทำงานได้เป็นปกติ นอกจากนี้ ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ กินอาหารที่มีประโยชน์ หรืออาจดื่มชาสมุนไพรเพื่อบรรเทาอาการระคายคอก็ได้เช่นกัน

ใช้ยาแก้ไอ

ยาแก้ไอแบ่งออกเป็น 2 แบบ แบบแรกคือยากดอาการไอสำหรับรักษาอาการไอแห้ง  ยาแก้ไอ เป็นตัวช่วยบรรเทาอาการไอเรื้อรังได้ แต่ไม่ได้เป็นการรักษาที่ต้นเหตุ โดยทั่วไป ส่วนแบบที่สองเป็นยาแก้ไอที่ใช้รักษาอาการไอแบบมีเสมหะ โดยก่อนการใช้ยาแก้ไอ ควรปรึกษาแพทย์และเภสัชกรก่อนใช้เสมอ เพราะยาแต่ละชนิดมีวิธีใช้ต่างกันและการใช้ยาไม่ถูกกับอาการอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้

ไปพบแพทย์

หากพบอาการไอเรื้อรัง ร่วมกับอาการที่อาจเป็นสัญญาณรุนแรง อย่างเป็นไข้สูง เสมหะปนเลือด หายใจลำบาก อ่อนเพลีย ควรไปพบแพทย์ทันที สำหรับคนที่มีอาการไอเรื้อรังที่ไม่รุนแรงก็ควรหาเวลาไปพบแพทย์เช่นเดียวกัน โดยแพทย์จะช่วยหาสาเหตุที่แน่ชัดของอาการไอเรื้อรังและวิธีรักษาที่เหมาะสม เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอาการรุนแรงและภาวะแทรกซ้อนอันตรายได้

สุดท้ายนี้ ภายหลังการรักษาด้วยตนเองและการรักษาจากแพทย์ แต่อาการไอเรื้อรังไม่ดีหรือรุนแรงขึ้น ควรกลับไปพบแพทย์อีกครั้งเพื่อวินิจฉัยเพิ่มเติม

โรคเชื้อราในช่องคลอด (Vaginal Candidiasis) เกิดจากการติดเชื้อราภายในช่องคลอด

เกิดจากการติดเชื้อราภายในช่องคลอดหรือบริเวณปากช่องคลอด ทำให้เกิดการระคายเคืองและอาการคันอย่างรุนแรง โรคเชื้อราในช่องคลอด (Vaginal Candidiasis)

อาการของโรคเชื้อราในช่องคลอด

โรคเชื้อราในช่องคลอดส่วนใหญ่ส่งผลให้เกิดอาการได้ตั้งแต่เล็กน้อยถึงปานกลาง แต่บางคนอาจไม่แสดงอาการผิดปกติใด ๆ แม้เกิดการติดเชื้อ ซึ่งอาการที่พบได้บ่อย เช่น

  • เกิดอาการคันอย่างรุนแรงและระคายเคืองที่ปากช่องคลอดหรือภายในช่องคลอด
  • มีอาการแสบร้อน โดยเฉพาะในขณะมีเพศสัมพันธ์หรือการปัสสาวะ
  • ตกขาวผิดปกติ อาจมีลักษณะสีขาวข้นคล้ายนมบูด เป็นน้ำใส หรือขาวข้นจับตัวเป็นก้อน
  • บริเวณปากช่องคลอดมีอาการบวม แดง
  • เกิดผื่นแดงทั้งภายในและภายนอกช่องคลอด อาจเกิดการกระจายไปทั่วบริเวณหัวหน่าว อวัยวะเพศ หรือต้นขา

อาการของภาวะเชื้อราในช่องคลอด

อาการของภาวะติดเชื้อราในช่องคลอดมีตั้งแต่เล็กน้อยไปจนถึงปานกลาง บางคนอาจไม่แสดงอาการผิดปกติใดๆ ถึงแม้จะติดเชื้อก็ตาม อาการที่พบได้มีดังนี้

  • คันและระคายเคืองบริเวณช่องคลอดหรือภายในช่องคลอด
  • มีอาการบวมบริเวณอวัยวะเพศ
  • รู้สึกแสบร้อนขณะมีเพศสัมพันธ์หรือปัสสาวะ
  • มีผื่นแดงบริเวณอวัยวะเพศ
  • มีตกขาวเป็นสีขาวครีมข้น ไม่มีกลิ่น บางครั้งอาจมีลักษณะเป็นน้ำได้เช่นกัน

ผู้ป่วยมีความเสี่ยงที่จะมีภาวะติดเชื้อราที่ซ้ำซ้อนหากมีอาการดังต่อไปนี้

  • มีอาการบวม แดงคันที่รุนแรงจนทำให้เกิดแผลและเจ็บปวดบริเวณช่องคลอด
  • มีการติดเชื้อรา 4 ครั้งหรือมากกว่าต่อปี
  • ติดเชื้อราสายพันธุ์อื่นที่ไม่ใช่ Candida Albicans
  • กำลังตั้งครรภ์
  • เป็นโรคเบาหวานที่ไม่ได้ควบคุม
  • มีระบบภูมิคุ้มกันต่ำเพราะโรคบางชนิด เช่น ติดเชื้อไวรัสเอชไอวี

มีอาการผิดปกติอื่น ๆ ควรรีบพบแพทย์หากเป็นการติดเชื้อราในช่องคลอดเป็นครั้งแรก อาการที่เป็นอยู่ไม่ดีขึ้นหลังใช้ยารักษา ร่วมด้วยผู้ป่วยจะมีอาการเหล่านี้ได้ตั้งแต่ไม่กี่ชั่วโมงไปจนถึงเป็นสัปดาห์ หรืออาจนานเป็นเดือนในบางราย แต่พบได้ค่อนข้างน้อย นอกจากนี้ยังพบว่าบางรายอาจมีอาการของโรคกลับเป็นซ้ำในช่วงก่อนมีประจำเดือนและอาจเป็นมากขึ้นหลังจากการมีเพศสัมพันธ์ อย่างไรก็ตาม

นอกจากนี้ อาการอาจรุนแรงมากขึ้นหากไม่รีบรักษา ซึ่งสังเกตได้จากบริเวณที่เกิดการติดเชื้อมีอาการบวม แดง และคันอย่างรุนแรงมากขึ้นจนทำให้เกิดรอยแตกเป็นแผล มีอาการเจ็บหรือปวด ผู้ป่วยบางรายอาจเกิดการติดเชื้อราในช่องคลอดบ่อยมากกว่าปกติ หรือมากกว่า 4 ครั้งต่อปี

โรคเชื้อราในช่องคลอด (Vaginal Candidiasis)
โรคเชื้อราในช่องคลอด (Vaginal Candidiasis)

สาเหตุของโรคเชื้อราในช่องคลอด

โดยปกติเชื้อราเหล่านี้มักอาศัยอยู่ตามช่องปาก อวัยวะเพศ ระบบทางเดินอาหาร หรือบนผิวหนังของคนเราในปริมาณน้อยและไม่ก่อให้เกิดโรค แต่เมื่อเชื้อราเหล่านี้มีปริมาณมากขึ้นจึงพัฒนาให้เกิดการติดเชื้อขึ้นได้ เชื้อราที่ทำให้เกิดการติดเชื้ออาจเกิดได้จากหลายสายพันธ์ุ แต่สายพันธ์ุที่พบว่าเป็นสาเหตุของการติดเชื้อในช่องคลอดได้มากที่สุดมีชื่อว่า แคนดิดา อัลบิแคนส์ (Candida Albicans) ซึ่งเป็นเชื้อราในกลุ่ม แคนดิดา (Candida) ส่วนเชื้อราสายพันธุ์อื่นที่พบได้ไม่บ่อยอาจส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการรุนแรงได้มากขึ้น และต้องอาศัยการรักษาที่ซับซ้อนมากขึ้น โรคเชื้อราในช่องคลอดเกิดจากการเพิ่มจำนวนเชื้อรามากกว่าปกติภายในช่องคลอดจนทำให้สภาพภายในช่องคลอดเสียสมดุล

การเพิ่มจำนวนเชื้อราอย่างรวดเร็วมาจากหลายสาเหตุดังนี้

  • การใช้ยาปฏิชีวนะเป็นเวลานาน ซึ่งจะไปลดปริมาณแบคทีเรีย แลคโตบาซิลลัส และทำให้ค่าความเป็นกรดด่างภายในช่องคลอดเสียสมดุล
  • การตั้งครรภ์
  • ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ไม่สามารถควบคุมอาการของโรคได้
  • สภาวะของร่างกายที่ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง เช่น การติดเชื้อเอชไอวี (HIV)
  • เป็นโรคทางผิวหนังอื่น ๆ นำมาก่อน เช่น โรคสะเก็ดเงิน โรคผิวหนังอักเสบเรื้อรังอื่น ๆ
  • การรับประทานยาบางประเภท
  • มีภาวะโรคอ้วน
  • การรักษาด้วยวิธีฮอร์โมนบำบัดหรือการรับประทานยาคุมกำเนิดในปริมาณสูง ซึ่งจะไปเพิ่มระดับของฮอร์โมนเอสโตรเจน
  • การสวนล้างช่องคลอดหรือการใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขอนามัยบริเวณช่องคลอดบ่อย ๆ อาจทำให้เสียสมดุลภายในช่องคลอด

เพราะไม่ก่อให้เกิดการติดเชื้อไปสู่ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ด้วย รวมไปถึงผู้หญิงที่ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ก็อาจมีโอกาสในการพัฒนาโรคให้เกิดขึ้นได้เช่นกัน การเกิดการติดเชื้อราในช่องคลอดเป็นปัญหาที่พบมากในผู้หญิง โดยผู้หญิงทุก 3 ใน 4 คน เคยเป็นโรคเชื้อราในช่องคลอดอย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิต นอกจากนี้ การติดเชื้อราในช่องคลอดอาจเกิดขึ้นได้ในช่วงก่อนการมีประจำเดือน หรือบางรายอาจเกิดขึ้นหลังการมีเพศสัมพันธ์ แต่ตัวโรคยังไม่จัดว่าเป็นโรคติดติดต่อทางเพศสัมพันธ์

การวินิจฉัยโรคเชื้อราในช่องคลอด

แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคเชื้อราในช่องคลอดได้ตามขั้นตอนดังนี้

  • สอบถามข้อมูลและประวัติทางการแพทย์ ในขั้นแรกจะมีการสอบถามข้อมูลทางการแพทย์ของผู้ป่วย อาการผิดปกติที่พบ ลักษณะของตกขาว เคยมีประวัติเกิดการติดเชื้อราหรือมีโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มาก่อนหรือไม่
  • การตรวจภายใน แพทย์จะตรวจดูลักษณะภายนอกของอวัยวะเพศและบริเวณรอบ ๆ เพื่อหาความผิดปกติที่บ่งบอกว่าเกิดการติดเชื้อ ซึ่งบางรายสามารถตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่การสังเกตดูลักษณะภายนอก แต่ในบางรายแพทย์อาจจะต้องตรวจหาความผิดปกติจากภายในช่องคลอดอีกครั้งด้วยการสอดอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เรียกว่าปากเป็ดเข้าไปภายในช่องคลอด เพื่อเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งหรือตกขาวออกมาตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติม
  • การตรวจตัวอย่างสารคัดหลั่ง มักจะใช้ในกรณีตรวจวินิจฉัยผู้ที่เกิดการติดเชื้อบ่อย ๆ หรืออาการของโรคไม่ดีขึ้น โดยแพทย์จะนำตัวอย่างที่เก็บได้ภายในช่องคลอดออกมาตรวจหาประเภทเชื้อราที่ทำให้เกิดอาการของโรค ซึ่งจะช่วยให้แพทย์หาวิธีการรักษาผู้ป่วยที่มีการกลับมาของโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

แพทย์จะทำการวินิจฉัยโดยการซักประวัติผู้ป่วย เช่น เคยมีประวัติเกิดการติดเชื้อราหรือมีโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มาก่อนหรือไม่ ตรวจภายในและตรวจดูความผิดปกติของลักษณะภายนอก หลังจากนั้นแพทย์จะเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งจากช่องคลอดเพื่อนำไปตรวจในห้องปฏิบัติการ

การรักษาโรคเชื้อราในช่องคลอด

ยาคลอไตรมาโซล (Clotrimazole) ยาไมโคโนโซล (Miconazole) ยาไทโอโคนาโซล (Tioconazole) ยาบูโตโคนาโซล (Butoconazole) โรคเชื้อราในช่องคลอดสามารถรักษาได้โดยการใช้ยาต้านเชื้อรา (Antifungal Drug) เป็นหลัก โดยรูปแบบของยาอาจจะมีทั้งแบบครีม ขี้ผึ้ง ยาเหน็บ หรือยารับประทาน เช่น  ยาฟลูโคนาโซล (Fluconazole) หรือยากรดบอริก (Boric acid) ซึ่งการเลือกใช้ยาควรต้องมีการพิจารณาระดับความรุนแรงของโรคและประเภทของเชื้อราที่ทำให้เกิดความผิดปกติขึ้นด้วย ส่วนระยะเวลาในการใช้ยาจะแตกต่างกันไปตามความแรงของยาและการตอบสนองของผู้ป่วยต่อการรักษา

ผู้ป่วยที่มีอาการของโรคไม่รุนแรงสามารถซื้อยาต้านเชื้อราที่ขายทั่วไป ควบคู่กับการดูแลตนเองได้จากที่บ้านโดย

  • ผู้ป่วยที่ใช้ยารักษาเชื้อราทาช่องคลอดในช่วงที่มีประจำเดือน ควรเลือกใช้ผ้าอนามัยแบบแผ่นแทนการใช้ผ้าอนามัยแบบสอด
  • หลีกเลี่ยงการใช้สบู่หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดบริเวณช่องคลอดเป็นประจำ แต่ควรใช้น้ำสะอาดทำความสะอาดแทน
  • ไม่ควรสวนล้างช่องคลอด เพราะอาจส่งผลให้อาการติดเชื้อแย่ลง
  • หากมีความรู้สึกเจ็บในขณะมีเพศสัมพันธ์ ควรใช้ผลิตภัณฑ์เจลหล่อลื่นที่มีน้ำเป็นองค์ประกอบหลักในขณะมีเพศสัมพันธ์ เพื่อช่วยลดการระคายเคือง
  • หากบริเวณอวัยวะเพศมีอาการบวมและเจ็บ ไม่ควรเกาหรือถูแรง ๆ แต่อาจนั่งแช่น้ำอุ่น เพื่อช่วยบรรเทาอาการ หรืออาจใช้ผ้าชุบน้ำเย็นประคบบริเวณที่มีอาการ

ทั้งนี้ การรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากกระเทียม เนื่องจากอาจส่งผลให้อาการติดเชื้อแย่ลงได้ ผู้ป่วยที่รักษาด้วยการซื้อยามาใช้เองควรปรึกษาเภสัชกรทุกครั้ง ก่อนการใช้ยาควรศึกษาวิธีอย่างละเอียดและควรใช้ยาติดต่อกันอย่างต่อเนื่องจนครบปริมาณที่แนะนำ ไม่ควรหยุดใช้ยาอย่างกะทันหันแม้ว่ามีอาการดีขึ้น รวมไปถึงควรระมัดระวังการใช้ยาบางประเภทที่ยังไม่ได้รับการยืนยันทางการแพทย์อย่างชัดเจนว่ามีฤทธิ์ในการต่อต้านเชื้อรา เช่น การทาน้ำมันทีทรี (Tea Tree Oil) บริเวณช่องคลอด

ผู้ป่วยอยู่ในช่วงตั้งครรภ์ เป็นอาการติดเชื้อครั้งแรก เกิดอาการแพ้ อาการของโรคไม่ดีขึ้น แต่ในกรณีที่อาการมีความรุนแรงมากขึ้นจนทำให้เกิดอาการปวดบริเวณอุ้งเชิงกราน หรือมีความกังวลว่าอาการที่เกิดขึ้นอาจมีสาเหตุมาจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ ควรเข้าปรึกษาแพทย์ เพื่อรับการตรวจยืนยันผล และรักษาด้วยวิธีที่ถูกต้อง ซึ่งอาจต้องมีการใช้ยารักษาในปริมาณที่สูงขึ้นและรักษานานต่อเนื่องตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อช่วยป้องกันการกลับมาของโรค อย่างไรก็ตาม การติดเชื้อที่เกิดขึ้นใหม่อีกครั้งภายในระยะเวลา 2 เดือนหลังอาการหายขาดอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกจากโรคอื่นได้

ภาวะแทรกซ้อนของโรคเชื้อราในช่องคลอด

เนื่องจากตัวยาไม่ตอบสนองต่อโรค ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพอื่นตามมา  ufabet login โรคเชื้อราภายในช่องคลอดค่อนข้างพบภาวะแทรกซ้อนได้น้อย โดยทั่วไปมักเกิดการถลอกของผิวหนังจนอาจเป็นแผล เนื่องจากอาการคันและเสี่ยงต่อการเกิดการติดเชื้ออื่น ๆ ที่ผิวหนังได้โดยง่าย ผู้ป่วยบางรายอาจเกิดการติดเชื้อขึ้นใหม่อีกครั้งหลังการรักษา หรือไม่สามารถรักษาโรคให้หายขาด

การป้องกันโรคเชื้อราในช่องคลอด

การติดเชื้อราในช่องคลอดอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ในบางกรณี บอกได้ยากว่าเกิดมาจากสาเหตุใด เพราะแต่ละบุคคลก็มีปัจจัยความเสี่ยงที่แตกต่างกันออกไป การป้องกันโรคจึงเป็นการปฏิบัติตามหลักสุขอนามัย เพื่อช่วยลดโอกาสการเกิดของโรคตามคำแนะนำต่อไปนี้

  • เลือกสวมใส่กระโปรง กางเกง หรือกางเกงชั้นที่ไม่รัดแน่นมากเกินไป รวมไปถึงเลือกเนื้อผ้าจากเส้นใยธรรมชาติที่มีการถ่ายเทของอากาศได้ดี ซึ่งจะไม่ทำให้เกิดความอับชื้นจนเพิ่มจำนวนเชื้อราขึ้นได้โดยง่าย
  • ไม่ควรสวมใส่เสื้อผ้าที่มีความอับชื้นเป็นเวลานาน ควรรีบเปลี่ยนชุดออกทันที เช่น ชุดว่ายน้ำ ชุดออกกำลังกาย
  • หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นหรือการสวนล้างช่องคลอดบ่อยเกินความจำเป็น
  • รับประทานอาหารประเภทโยเกิร์ตหรือผลิตภัณฑ์อาหารเสริมอื่น ๆ ที่มีส่วนผสมของแบคทีเรียแลคโตบาซิลลัส (Lactobacillus) ซึ่งจะช่วยปรับสภาพความเป็นกรดด่างภายในช่องคลอด
  • ไม่ควรใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่มีความจำเป็น
  • ในช่วงมีประจำเดือนควรมีการเปลี่ยนผ้าอนามัยอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะผ้าอนามัยแบบสอด เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งอับชื้นที่เป็นที่อยู่ของเชื้อรามากขึ้น

เมื่อไหร่ที่ควรพบแพทย์

  • มีภาวะติดเชื้อราในช่องคลอดเป็นครั้งแรก เพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้เป็นโรคอื่นที่ร้ายแรงกว่านั้นและต้องใช้วิธีการรักษาที่แตกต่างออกไป เช่น โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ หรือโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
  • หากผู้ป่วยกำลังตั้งครรภ์ ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งก่อนที่จะซื้อยามารักษาเอง
  • ติดเชื้อราในช่องคลอด 4 ครั้งหรือมากกว่าต่อปี แพทย์อาจต้องให้ยาต้านเชื้อรานานอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำของโรค นอกจากนี้การติดเชื้อราบ่อยครั้งอาจเป็นสัญญาณของโรคเบาหวานหรือโรคอื่นๆ ได้
การได้รับเชื้อ
  1. ภาวะตั้งครรภ์ เนื่องจากในช่วงตั้งครรภ์ ร่างกายจะมีระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) สูงขึ้น ซึ่งจะทำให้ปริมาณสารไกลโคเจน (Glycogen) ซึ่งจะถูกย่อยเป็นน้ำตาลกลูโคสในช่องคลอดสูงขึ้น เป็นสาเหตุให้เชื้อรามีการเจริญเติบโตดีขึ้น นอกจากนี้ปริมาณฮอร์ โมนที่สูงขึ้น ก็จะทำให้เชื้อรามีปริมาณมากขึ้นเช่นกัน

  2. โรคเบาหวาน โดยเฉพาะผู้ที่ควบคุมโรคไม่ดี

  3. การใช้ยาปฏิชีวนะเป็นเวลานานเกินไป จะไปทำลายเชื้อต่างๆที่ทำให้เกิดภาวะสมดุลของเชื้อราในช่องคลอด ทำให้เชื้อราเพิ่มปริมาณมากขึ้น

  4. การรับประทานยาสเตียรอยด์ เพราะจะลดภูมิคุ้มกันต้านทานโรค

  5. ผู้ป่วยที่มีโรคภูมิคุ้มกันต้านทานบกพร่อง หรือโรคเอดส์

  6. การใส่กางเกงที่คับมากและอยู่ในที่ที่มีอากาศร้อนชื้น

  7. ภาวะที่คู่นอนมีการติดเชื้อรา

โรคลมชัก (Epilepsy) คือโรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบประสาทส่วน

โรคลมชัก (Epilepsy) คือโรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบประสาทส่วนกลางซึ่งทำหน้าที่ในการควบคุมการทำงานของร่างกาย จนทำให้เกิดอาการชัก โรคลมชักสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย แต่ก็มักจะพบในผู้ป่วยเด็ก และผู้สูงอายุ โดยโรคลมชักนั้นไม่สามารถรักษาให้หายขาด แต่สามารถช่วยให้อาการสงบและไม่มีอาการชักกำเริบได้หากผู้ป่วยรับประทานยาอย่างต่อเนื่องตามแพทย์สั่ง

อาการโรคลมชัก

อาการของโรคลมชักที่เห็นได้ชัดคือการชักในรูปแบบต่าง ๆ โดยผู้ป่วยแต่ละคน อาจเกิดอาการชักได้หลายรูปแบบ อาการชักที่มักพบได้บ่อย จะแบ่งออกได้ ดังนี้

อาการชักที่เกิดขึ้นกับสมองทั้ง 2 ซีก แบ่งได้เป็น 2 ชนิดย่อย ๆ คือ อาการชักที่มีผลต่อทุกส่วนของสมอง (Generalized Seizures

  • Absence Seizures เป็นอาการชักที่มักเกิดขึ้นในเด็ก อาการชักแบบเหม่อลอย อาการที่โดดเด่นคือการเหม่อลอย หรือมีการขยับเขยื้อนร่างกายเพียงเล็กน้อย เช่น การกระพริบตาหรือขยับริมฝีปาก อาการชักชนิดนี้อาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดการเสียการรับรู้ในระยะสั้น ๆ ได้
  • อาการชักแบบชักเกร็ง (Tonic Seizures) เป็นอาการชักที่ทำให้เกิดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ โดยมักจะเกิดขึ้นกับกล้ามเนื้อบริเวณหลัง แขนและขา จนทำให้ผู้ป่วยล้มลงได้
  • อาการชักแบบกล้ามเนื้ออ่อนแรง (Atonic Seizures) อาการชักที่ส่งผลให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงลง ผู้ป่วยที่มีอาการชักชนิดนี้จะไม่สามารถควบคุมกล้ามเนื้อขณะเกิดอาการได้ จนทำให้ผู้ป่วยล้มพับ หรือหกล้มลงได้อย่างเฉียบพลัน
  • อาการชักแบบชักกระตุก (Clonic Seizures) เป็นอาการชักที่ก่อให้เกิดการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อที่ผิดปกติ โดยอาจทำให้เกิดการขยับเขยื้อนในจังหวะซ้ำ มักเกิดขึ้นกับกล้ามเนื้อบริเวณคอ ใบหน้า และแขน
  • อาการชักแบบชักกระตุกและเกร็ง (Tonic-clonic Seizuresเป็นอาการชักที่ส่งผลต่อกล้ามเนื้อในร่างกายทุกส่วน ทำให้เกิดอาการกล้ามเนื้อเกร็งและกระตุก ส่งผลทำให้ผู้ป่วยล้มลง และหมดสติ บางรายอาจร้องไห้ในขณะที่ชักด้วย และหลังจากอาการบรรเทาลง ผู้ป่วยอาจรู้สึกเหนื่อยเนื่องจากอาการชัก
  • อาการชักชนิดนี้มักเกิดขึ้นแบบเฉียบพลัน อาการชักแบบชักสะดุ้ง (Myoclonic Seizures)  โดยจะเกิดอาการชักกระตุกของแขนและขาคล้ายกับการโดนไฟฟ้าช็อต ส่วนใหญ่มักจะเกิดหลังจากตื่นนอน บ้างก็เกิดขึ้นร่วมกับอาการชักแบบอื่น ๆ ในกลุ่มเดียวกัน

เกิดอาการชักที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น อาการชักเฉพาะส่วน (Partial หรือ Focal Seizures) อาการชักประเภทนี้จะเกิดขึ้นกับสมองเพียงบางส่วน แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ

  • ผู้ป่วยจะยังคงมีสติครบถ้วน โดยผู้ป่วยอาจมีความรู้สึกแปลก ๆ อาการชักแบบรู้ตัว (Simple Focal Seizures) สำหรับอาการชักประเภทนี้ ขณะที่เกิดอาการ หรือมีความรู้สึกวูบ ๆ ภายในท้อง บ้างก็อาจรู้สึกเหมือนมีอาการเดจาวู ซึ่งเป็นความรู้สึกเหมือนว่าเคยพบเห็นหรือเกิดเหตุการณ์ที่ประสบอยู่มาก่อน ทั้ง ๆ ที่ไม่เคย อาจเกิดความรู้สึกร่าเริงหรือกลัวอย่างกะทันหัน และได้กลิ่นหรือรับรู้รสชาติแปลกไป รู้สึกชาที่แขนและขา หรือมีอาการชักกระตุกที่แขนและมือ เป็นต้น ทั้งนี้ อาการชักดังกล่าวอาจเป็นสัญญาณเตือนของอาการชักชนิดอื่น ๆ ที่กำลังตามมา อาการเหล่านี้จะช่วยให้ผู้ป่วยและคนรอบข้างเตรียมรับมือได้ทัน
  • ไม่สามารถจดจำได้ว่าเกิดอาการขึ้นเมื่อใด อาการชักแบบไม่รู้ตัว (Complex Partial Seizures) สามารถเกิดขึ้นโดยที่ผู้ป่วยอาจไม่รู้ตัว ไม่ว่าจะในขณะที่เกิดอาการหรืออาการสงบแล้ว อาการชักชนิดนี้ไม่สามารถคาดเดาได้ โดยอาจมีอาการเช่น ขยับริมฝีปาก ถูมือ ทำเสียงแปลก ๆ หมุนแขนไปรอบ ๆ จับเสื้อผ้า เล่นกับสิ่งของในมือ อยู่ในท่าทางแปลก ๆ เคี้ยวหรือกลืนอะไรบางอย่าง นอกจากนี้ ในขณะที่เกิดอาการ ผู้ป่วยจะไม่สามารถรับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นรอบข้างได้เลย

อาการชักต่อเนื่อง (Status Epilepticus) อาการชักชนิดนี้เป็นอาการที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกันมากกว่า 30 นาทีขึ้นไป หรือเป็นอาการชักต่อเนื่องที่ผู้ป่วยไม่สามารถคืนสติในระหว่างที่ชัก ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องได้รับการรักษาโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยการรักษาในเบื้องต้นสามารถทำได้โดยผู้ที่ผ่านการฝึกการปฐมพยาบาลผู้ป่วยโรคลมชักชนิดต่อเนื่อง แต่หากไม่เคยได้รับการฝึก ควรโทรแจ้งหน่วยการแพทย์ฉุกเฉิน อาทิ ศูนย์นเรนทร 1669 หรือโรงพบาบาลเพื่อส่งต่อผู้ป่วยไปรักษาให้เร็วที่สุด

คล้ายกับอาการของโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาทอื่น ๆ บางครั้งอาการชักแบบเฉพาะส่วนนั้น อาทิ อาการปวดหัวไมเกรน ซึ่งอาจมีอาการเห็นแสงวูบวาบ โรคที่เกี่ยวกับความผิดปกติในการนอนหลับ ซึ่งอาจมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงแบบกะทันหัน หรืออาการของโรคจิต จึงมีความจำเป็นมากที่ต้องใช้การทดสอบและการตรวจร่างกายอย่างละเอียดเพื่อแยกโรคลมชักออกจากโรคอื่น ๆ

สาเหตุของโรคลมชัก

สาเหตุของโรคลมชักนั้นยังไม่เป็นที่แน่ชัด ufabet login  โดยผู้ป่วยมากกว่าครึ่งเกิดอาการของโรคลมชักโดยไม่ทราบสาเหตุ และในกลุ่มที่สามารถระบุสาเหตุได้ก็มักเกิดจาการที่สมองถูกการกระทบกระเทือน ทั้งนี้ภายในสมองนั้นเต็มไปด้วยเซลล์ประสาท กระแสไฟฟ้า และสารเคมีที่ถูกเรียกว่าสารสื่อประสาท หากถูกกระทบกระเทือนและเกิดความเสียหายก็อาจทำให้สมองเกิดการทำงานที่ผิดปกติจนเป็นสาเหตุให้เกิดอาการชัก โรคลมชักสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ ได้แก่

  • กลุ่มอาการที่ไม่สามารถหาสาเหตุได้แน่ชัด (Idiopathic หรือ Primary Epilepsy) ผู้ป่วยกลุ่มนี้จะไม่สามารถหาสาเหตุของโรคลมชักที่แน่ชัดได้ แต่อาจมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคลมชัก มีการสันนิษฐานว่าอาจเกิดจากกรรมพันธุ์ หรือมีความผิดปกติของยีนในร่างกาย
  • Symptomatic หรือ Secondary Epilepsy กลุ่มที่สามารถหาสาเหตุที่แน่ชัดได้  คือกลุ่มผู้ป่วยที่สามารถหาสาเหตุของโรคลมชักได้ โดยอาจเกิดจากโรคที่เกี่ยวกับหลอดเลือดสมอง เนื้องอกในสมอง เกิดจากอุบัติเหตุที่ศีรษะอย่างรุนแรง การติดยาเสพติด หรือพิษสุราเรื้อรัง โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ หรือเกิดจากการขาดออกซิเจนขณะคลอด นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากการพัฒนาของสมองที่ไม่สมบูรณ์ได้อีกด้วย โดยสาเหตุเหล่านี้ส่วนใหญ่จะทำให้เกิดโรคลมชักในผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป แต่ก็อาจเกิดขึ้นในช่วงวัยเด็กได้ด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ สามารถเกิดอาการในผู้ป่วยโรคลมชักโดยไม่จำเป็นต้องมีตัวกระตุ้นให้เกิดอาการ แต่ก็มีในบางกรณี หรือการใช้สารบางอย่างที่ทำให้เกิดอาการชักได้ เช่น ความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ การดื่มแอลกอฮอล์ การใช้ยารักษาอาการบางชนิดหรือกการใช้ยาเสพติด ภาวะมีประจำเดือนของผู้หญิง นอกจากนี้ยังมีผู้ป่วยจำนวนหนึ่งแต่เป็นจำนวนน้อยที่สามารถเกิดอาการชักได้หากเห็นแสงแฟลชที่สว่างจ้า โดยอาการชักที่เกิดจากสาเหตุนี้เรียกว่า โรคลมชักที่ผู้ป่วยไวต่อแสงกระตุ้น (Photosensitive Epilepsy)

โรคลมชัก เป็นโรคที่สามารถเกิดขึ้นได้ในกลุ่มคนที่มีปัจจัยเสี่ยงโรคลมชักสูง โดยปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงให้คนทั่วไปเป็นโรคลมชักนั้น ได้แก่

  • อายุ โรคลมชักสามารถเกิดขึ้นได้ทุกช่วงอายุแต่ก็มักเกิดขึ้นในช่วงวัยเด็กตอนต้น และช่วงอายุ 60 ขึ้นไป
  • ประวัติครอบครัว หากในครอบครัวนั้นมีประวัติว่ามีผู้ป่วยโรคลมชัก ความเสี่ยงที่จะเกิดโรคลมชักในครอบครัวก็จะยิ่งเพิ่มขึ้น
  • อาการบาดเจ็บที่ศีรษะอย่างรุนแรง เป็นสาเหตุที่สามารถพบได้ในผู้ป่วยโรคลมชัก ดังนั้นเพื่อลดความเสี่ยง ควรระมัดระวังไม่ให้เกิดอุบัติเหตุที่จะกระทบกระเทือนกับศีรษะ และหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการบาดเจ็บที่ศีรษะ
  • โรคหลอดเลือดสมอง ปัญหาสุขภาพที่เกิดจากหลอดเลือดสมอง จนทำให้สมองถูกทำลายสามารถกระตุ้นให้เกิดโรคลมชักได้
  • โรคสมองเสื่อม (Dementia) โรคสมองเสื่อมเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับสมองโดยตรง ซึ่งมักเกิดกับผู้สูงอายุ โรคนี้สามารถทำให้ความเสี่ยงโรคลมชักเพิ่มขึ้นได้
  • การติดเชื้อที่สมอง (Brain Infections) อาทิโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ซึ่งเป็นสาเหตุของการอักเสบที่สมองหรือไขสันหลัง ทำให้สมองและระบบทำงานของประสาทผิดปกติจนเกิดโรคลมชัก
  • อาการชักในวัยเด็ก อาการชักจากไข้สูงนั้นโดยส่วนใหญ่จะไม่ทำให้เกิดโรคลมชัก แต่ก็อาจทำให้ความเสี่ยงโรคลมชักเพิ่มขึ้นหากมีอาการชักที่ยาวนาน หรือมีปัญหาเกี่ยวกับระบบประสาทอื่น ๆ รวมทั้งมีประวัติโรคลมชักในครอบครัว
โรคลมชัก สัญญาณสมอง
โรคลมชัก สัญญาณสมอง

การวินิจฉัยโรคลมชัก

การวินิจฉัยโรคลมชักเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะหากไม่สามารถทราบสาเหตุ ก็ไม่สามารถรักษาได้ หรือการรักษาอาจได้ผลไม่เต็มที่ ซึ่งการวินิจฉัยโรคลมชักนั้นเป็นไปได้ยาก เพราะบางอาการของโรคลมชักก็ใกล้เคียงกับโรคอื่น ๆ เช่น โรคไมเกรน หรือภาวะตื่นตระหนกเป็นต้น ดังนั้นจึงต้องใช้เวลาในการตรวจและทดสอบจึงจะทราบผลที่แน่ชัด

อย่างไรก็ตาม หากสงสัยว่าเกิดอาการชักขึ้น ผู้ป่วยควรรีบไปพบแพทย์ โดยแพทย์จะทำการซักถามข้อมูลเกี่ยวกับอาการชักจากตัวผู้ป่วยเองถึงสิ่งที่สามารถจดจำได้ในขณะที่เกิดอาการ หรืออาการที่รู้สึก รวมทั้งสัญญาณเตือนต่าง ๆ และอาจยิ่งเป็นประโยชน์มากขึ้นหากได้สอบถามกับผู้ที่อยู่ใกล้ชิดที่เคยอยู่กับผู้ป่วยในช่วงที่อาการกำเริบ โดยเฉพาะในกรณีที่ผู้ป่วยจดจำอะไรไม่ได้เลย

นอกจากนี้ แพทย์จะซักถามเกี่ยวกับประวัติการรักษาและประวัติส่วนตัวต่าง ๆ เพิ่มเติมด้วย เช่นผู้ป่วยเคยใช้ยาอะไรมาก่อนบ้าง เคยเสพยาเสพติด หรือดื่มแอลกอฮอล์หรือไม่ จากนั้นแพทย์จะนำข้อมูลที่ได้จากผู้ป่วยและคนใกล้ชิดไปพิจารณาควบคู่กับการทดสอบทางการแพทย์ เช่น

  • Electroencephalogram: EEG การตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง วิธีการตรวจนี้จะสามารถตรวจการทำงานที่ผิดปกติของสมองที่ก่อให้เกิดอาการลมชักผ่านขั้วไฟฟ้าที่ติดอยู่กับหนังศีรษะ โดยในขณะที่ทำการทดสอบ อาจมีการให้มองเข้าไปในแสงแฟลช หายใจลึก ๆ แล้วหลับตา หากอาการชักกำเริบจะหยุดการทดสอบในทันที ในบางรายอาจมีการตรวจเช็กคลื่นสมองในขณะหลับ โดยใช้อุปกรณ์ขนาดเล็กบันทึกการทำงานของสมองตลอด 24 ชั่วโมงแล้วจึงนำมาวิเคราะห์อีกครั้ง
  • การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (Computerized Tomography: CT) เป็นการเอกซเรย์ที่ช่วยให้เห็นภาพตัดขวางของสมอง ซึ่งอาจทำให้แพทย์สามารถเห็นภาพความผิดปกติของสมองที่อาจเป็นสาเหตุของอาการชักได้
  • Magnetic Resonance Imaging: MRI การเอกซเรย์เอ็มอาร์ไอ  เป็นการตรวจที่ใช้คลื่นแม่เหล็กและคลื่นวิทยุสร้างภาพร่างกายของผู้ป่วย ซึ่งเป็นประโยชน์ในรายที่สงสัยว่าอาจเกิดโรคลมชักจากปัญหาสุขภาพต่าง ๆ เช่น ความบกพร่องของสมอง หรือเนื้องอกสมอง

แม้การตรวจวินิจฉัยด้วยวิธีทางการแพทย์จะทำให้การระบุโรคลมชักเป็นไปได้ง่ายขึ้น ทว่าก็มีบางรายที่ผลทดสอบไม่สามารถบอกอะไรได้ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าผู้ป่วยจะไม่เป็นโรคลมชัก จึงอาจต้องมีการตรวจซ้ำ และติดตามผลไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะได้ผลที่แน่ชัด