รีวิว It Chapter Two – อิท โผล่จากนรก 2

นี่คือผลงานหนังภาคต่อจาก IT (2017) จากฝีมือผู้กำกับคนเดิมอย่าง แอนดี้ มุสชีเอตติ (Andy Muschietti) ที่ทุกคนรอคอย เพราะภาคแรก ก็จัดว่าเป็นหนังขวัญใจมหาชน สามารถกวาดรายได้ทั่วโลกไปสูงถึง 700 ล้านเหรียญสหรัฐ แถมคำชมว่อนไปหมด ด้วยการดัดแปลงนิยายเรื่องโบว์แดงของ สตีเฟน คิง (Stephen King) ราชาสยองขวัญแห่งยุคออกมาได้อย่างมีคลาส มีรสนิยม แถมยังทำได้บันเทิงเหมาะกับผู้ชมหลากหลายแนวด้วย รีวิว It Chapter Two

It Chapter Two

เรื่องย่อ

ตัวตลกปีศาจเพนนี่ไวซ์จะกลับมาเยือนเมืองเดอร์รี่ รัฐเมนในทุก ๆ 27 ปี “It: Chapter Two — อิท โผล่จากนรก 2” จึงพาเหล่าตัวละครที่แยกย้ายจากกันไปนานกลับมารวมตัวกันอีกครั้งในวัยผู้ใหญ่ตามคำสัญญาที่ให้ไว้ในวัยเด็ก ซึ่งนับเป็นเวลากว่า 3 ทศวรรษหลังจากเหตุการณ์สยองเกิดขึ้นกับพวกเขาตอนเด็กในภาพยนตร์ภาคแรก และนี่อาจถึงเวลาที่ต้องสะสางและจบ “มัน” เสียที

ในภาคจบนี้ดำเนินเรื่องแบบไทม์สกิปมาอีก 27 ปีถัดมา โดยใครที่ไม่ได้ดูภาคแรกมาก็ยังพอรู้เรื่องนะเพราะหนังก็อิงจากปัจจุบันที่เหล่าตัวละครโตมาเป็นผู้ใหญ่แล้วมากกว่า และแม้มีการย้อนอดีตไปช่วงวัยเด็กก็เป็นช่วงเวลาหลังจากเหตุการณ์ในหนังภาคแรกด้วย ก็เรียกว่าเป็นมิตรกับผู้ชมหน้าใหม่ที่บังเอิญถูกชวนมาดู

และยังทำให้ผู้ชมหน้าเก่าจากภาคแรกรู้สึกเรื่องเดินไปข้างหน้าไม่ซ้ำเหตุการณ์จากภาคเดิมให้เบื่อด้วย ทั้งยังใช้เหตุการณ์ปริศนาที่ทุกตัวละครต่างถูกทำให้ลืมเลือนไปแล้วในช่วงซัมเมอร์หลังจากชนะอิทมาได้ มาเป็นกิมมิกสำคัญในการหาหนทางชนะอิทอีกครั้ง

นับเป็นความฉลาดในการเขียนบทที่ดี และยังดัดแปลงให้เข้ากับวิธีการเล่าเรื่องในหนังสือและฉบับมินิซีรีส์ที่เคยทำในลักษณะตัดสลับเรื่องในอดีตกับปัจจุบันได้อย่างดีด้วย

ความคารวะอย่างถูกที่ถูกทาง แบบไม่ตรงจนน่าเบื่อแต่ให้อารมณ์การดัดแปลงที่ไม่ดูถูกคนดูนี้ ก็ยังรวมถึงการได้รับเชิญมาร่วมเล่นโดยเจ้าของนิยายอย่าง สตีเฟน คิง ในฉากที่ถือว่าสมน้ำสมเนื้อไม่ได้แค่เดินผ่าน ซึ่งอาจมองเป็นการรับประกันหนังจากตัวต้นฉบับเองด้วยว่ามือถึงพึ่งได้ (ใครไปรอดู เตรียมตั้งใจดูฉากร้านขายของเก่าให้ดีครับ)

นักแสดง

ในภาคนี้เมื่อตัวละครหลักเติบโตขึ้น จึงได้คัดเลือกนักแสดงมากฝีมือมากมายมารับบทด้วย โดยที่เด่นนำมาก็คงเป็นบท เบฟ สาวหนึ่งเดียวของกลุ่มที่ได้ผู้เข้าชิงรางวัลออสการ์ เจสสิก้า แชสเทน (Jessica Chastain) มารับบท ซึ่งเธอก็สามารถถ่ายทอดความเป็นเด็กสาวช่างฝันในรักแท้ที่คำกลอนในวัยเด็กยังติดตรึงใจมา

หากแต่ด้วยความที่ผ่านช่วงเวลาอันทรมานจากโลกความจริงทั้งเรื่องของพ่อและคนรัก ดวงตาอันอ่อนล้าและกรีดร้องยังกู่ก้องในแววตาเช่นกัน นับเป็นบทที่ต้องใช้ฝีมือของแชสเทนจริง ๆ

ด้านตัวนำเด่นของกลุ่มอย่าง บิล ที่กลายมาเป็นนักเขียนนิยายชื่อดังที่แฟน ๆ ทุกคนเกลียดตอนจบของหนังสือแทบทุกเรื่องของเขา ก็ได้ เจมส์ แม็คอะวอย (James McAvoy) มารับบทซึ่งก็ไว้ใจฝีมือที่ต้องแสดงเป็นคนติดอ่างมีทั้งความกล้าและความไม่สมบูรณ์ในตัวได้อย่างน่าสนใจ

ด้านดาวเด่นของงานแบบเกินคาดหมายขอยกให้ บิล เฮเดอร์ (Bill Hader) ที่มารับบท ริชชี่ ปากมอมที่โตมากลายเป็นดาวตลกอาชีพที่คอยพูดมุกสไตล์ตลกร้ายใส่เพื่อน ๆ และคนดู จนหนังปลอดล็อกสถานการณ์ชวนอึดอัดให้ผ่อนคลายได้สนุกสนานมาก ๆ ตลอดเรื่อง นักแสดงอื่น ๆ นอกจากนั้นก็ถือว่าฝีมือได้มาตรฐานไม่ยิ่งหย่อนกว่ากันเท่าไร

และอาจต้องพูดถึงการแสดงของ บิลล์ สการ์สการ์ด (Bill Skarsgård) ในบท เพนนีไวซ์ ปีศาจตัวตลก ที่บอกได้เพียงว่าเด็ดดวงสยองเกล้าเช่นเดิม ยิ่งได้ซีจีมาช่วยเพิ่มความบิดเบี้ยวของการแสดงก็ยิ่งหลอนมากขึ้น ฉากที่ทำได้อย่างน่าจดจำก็เช่นฉากนับถอยหลังจนน้ำลายไหล ที่ทำเอาขนลุกเกรียวทีเดียว

การดำเนินเรื่อง

It Chapter 2 เปิดเรื่องราวมาที่เทศกาลคาร์นิวัลในเมืองเดอร์รี หลังจากที่คู่รักชายรักชายกำลังมีความสุขในงานแห่งนี้ แต่กลุ่มวัยรุ่นอันธพาลได้ตัดสินใจหาเรื่องทั้งสองคน ลามเลยไปถึงการซ้อมทั้งคู่จนอาการสาหัส

เท่านั้นยังไม่พอเมื่อกลุ่มอันธพาลจับ 1 ในผู้เคราะห์ร้ายโยนลงสะพานไป เคราะห์ซ้ำกรรมซัดที่ริมตลิ่ง “มัน” ในคราบของตัวตลกเพนนีไวส์ได้ยืนรอจะกัดกินเหยื่ออย่างเลือดเย็น จากเหตุการณ์นี้ได้สะท้อนให้คนดูเห็นว่า

สภาพความเป็นอยู่ของผู้คนในเมืองเดอร์รีนั้น เป็นเมืองที่ผู้คนเองก็มีความป่าเถื่อนชั่วร้ายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว มิหนำซ้ำการปรากฏตัวของ “มัน” ก็ไม่ได้ปลุกเร้าให้ผู้คนมีความกระตือรือร้นในที่จะตระหนักว่ามีภัยคุกคามเข้ามาในเมืองของพวกเขาสักเท่าไหร่ เพราะว่าอาชญากรรมในเมืองนี้อาจจะเป็นเรื่องปกติไปแล้วในสายตาของผู้คนทั่วไป

สำหรับแก็งค์เด็กขี้แพ้ แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน แต่ “ความกลัว” ก็มิเคยเลือนหาย กลายเป็นปมฝังรากลึกในใจ จนทำให้ Loser กลายเป็นอีกขั้นของ Loser ซึ่งตัวหนังจะค่อยๆพาเราคลายปมตรงนี้ พร้อม Flashback เรื่องราวในภาคแรกให้ซิงค์กับภาคสอง เพื่อให้เราประติดประต่อเรื่องราวได้อย่างพอสังเขป

ช่วงนี้อาจมีเบื่อบ้างเพราะมีซ้ำมุขเดิม จับทางได้ง่ายไปหน่อย แต่ประทับใจสุดคือการแคสต์นักแสดงจากเด็กเล็กสู่เด็กโตที่ค่อนข้างเนียนทั้งเค้าโครงหน้าและการแสดงหนังใหม่ชนโรง โดยเฉพาะ “คนแปลงร่าง” อย่างเจ้าเด็กอ้วนเบน ที่เปลี่ยนตัวเองให้ผอมเพรียวหล่อขึ้นแบบหน้ามือเป็นหลังมือ

เหตุการณ์ในหนังพาร์ท 2 ก็ไม่ต่างกัน เวลา 27 ปีที่ผ่านพ้นไป เด็กๆกลุ่มขี้แพ้ได้เติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน มีชีวิตที่ดีขึ้นหลังจากที่พวกเขาเดินจากบ้านเกิดไป ความห่างไกลบ้าน

ทำให้พวกเขา “หลงลืม” อดีตไปจนเกือบหมด จนกระทั่งวันหนึ่ง ไมค์ (ไอเซห์ มุสตาฟา) ได้ติดต่อไปหาเพื่อนๆทุกคนว่า “มัน” ได้ตื่นจากการจำศีลและออกมาคุกคามเด็กๆในเมืองเดอร์รีอีกครั้ง

แม้ว่าตอนแรกการเดินทางกลับบ้านเกิดของเหล่ากลุ่มขี้แพ้ จะเป็นเหมือนการ “คืนสู่เหย้า” เพื่อพบปะเพื่อนๆ แต่ความเป็นจริงแล้ว เมื่อความกลัวเริ่มกลับมาเกาะกุมจิตใจของพวกเขา อดีตในวัยเด็กก็ตามกลับมาหลอกหลอนอีกครั้ง

การต่อสู้ระหว่างปม

ซึ่งช่วงกลางเรื่องของหนังได้เผยให้เห็นการต่อสู้ระหว่างปมในจิตใจของตัวละครกับความกลัวที่ซุกซ่อนอยู่ในก้นบึ้งของจิตใจของแต่ละคนออกมาให้คนดูได้เห็น

It Chapter Two

จุดเด่น

ซึ่งความรู้สึกหลังการได้พบกับ “มัน” อีกครั้ง บอกได้เลยว่านี่คือหนังภาคต่อที่สมบูรณ์แบบอีกเรื่องหนึ่ง การเล่าเรื่องโดย Flash Back ส่งความทรงจำกลับไปให้ผู้ชมได้เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นในภาคแรก ทำให้การเชื่อมโยงเหตุการณ์ต่าง ๆ ทำได้ง่าย ฉากลุ้นระทึกกับการเอาตัวรอดจากเจ้าตัวตลก เพนนี่ไวซ์ ที่มีตลอดแทบทั้งเรื่อง

แถมยังสอดแทรกมุกตลกของตัวละครเป็นระยะ ๆ เพื่อให้คลายความระทึกของหนัง พาร์ทของนักแสดงกับแก็งเด็กขี้แพ้ตอนโตก็ทำได้ดี คาแรกเตอร์คือการถอดแบบแก็งขี้แพ้ในวัยเด็กออกมาชัด ๆ ซึ่งถือว่าเป็นภาคต่อที่ยอดเยี่ยมสมกับการตั้งตารอ และหากจะให้สมบูรณ์แบบแนะนำให้ไปหาภาคแรกมาดูก่อน จะทำให้เข้าใจเนื้อเรื่องและเพิ่มอรรถรสได้เป็นอย่างดี

เหตุการณ์ในพาร์ทนี้ยังเป็นการ “เติมเต็ม” ความทรงจำของตัวละครในวัยเด็กให้คนดูได้เห็นอีกครั้งหนึ่งว่า บรรดาพวกขี้แพ้ ทุกคนต่างก็มีประสบการณ์ในชีวิตของแต่ละคนที่เลวร้ายและเป็น “ปม” ในจิตใจเช่นกัน

และแล้วเมื่อบทสรุปของเรื่องราวมาถึง การต่อสู้กับ “มัน” จึงไม่ใช่แค่การปะทะกันแค่เพียงกายภาพ แต่พวกเขายังต้องต่อสู้กับจินตนาการความกลัวของตัวเองอีกด้วย

จุดที่ชอบ

3 อย่างที่ชอบมากในหนังเรื่องนี้คือ หนึ่งความครบรสที่มีทุกอารมณ์ทั้งสยองก็สุด ขำก็สุด ซึ้งก็สุด ช่วงการต่อสู้กับตัวตลกแต่ละฉากก็มันสะใจ สองคือรสนิยมที่มีคลาสสูงด้วยทุนสร้างที่ไม่สูงมาก ทั้งสวยทั้งแปลกและหลอนได้ตามเป้าประสงค์ ทั้งยังมีความสร้างสรรค์ในการจินตนาการความกลัวออกมาอย่างน่าทึ่งต้องชมทีมศิลป์ด้วย

และสุดท้ายคือการตกผลึกเรื่องราวได้อย่างน่าชื่นชม ในช่วงจบทำให้เราอินและหลงรักหนังได้มากที่เดียว สิ้นสุดการเดินทางแสนยาวไกลของแก๊งขี้แพ้ที่บอกพวกเราว่าเพราะทุกคนอ่อนแอจึงไม่เคยคิดทิ้งกัน นั่นคือคำว่าเพื่อนที่ไม่เคยตายนั่นเอง

ใครบางคนอาจชอบภาคแรกมากกว่า แต่ส่วนตัวค่อนข้างบันเทิงและอินกินใจกับภาคนี้มากกว่า ด้วยการเปรียบเปรยความเป็นผู้ใหญ่ที่ขี้แพ้กับวัยเด็กที่เฉียบคมนี่เอง

บทสรุป

เป็นหนังยาวเกือบสามชั่วโมง แต่ไม่น่าเบื่อ ดูแล้วมีความอิ่ม การทำหนังจากหนังสือมันไม่ง่าย แต่เค้าทำออกมาได้ดีและมีบทสรุปที่น่าพึงพอใจมาก คุ้มกับเงินและเวลาที่ใช้ไป โดยส่วนตัว ชอบภาคนี้มากกว่าภาคแรกนิดหน่อย

แต่ว่าแต่ละภาคก็มีฟีลลิ่งของใครของมันแต่ก็มีความดีอยู่ในหลายๆ จุด โดยเฉพาะงานด้าน Cinematic ของอลังที่ดีงามมาก

It Chapter Two arrives at the inevitable problem with many a Stephen King adaptation: The more faithful the adaptation, the more it exposes the difficulty of translating King’s novels to the big screen.

Hollywood tends to transform King’s overwhelmingly internal, psychological horror and Tolkienesque fantasy worlds into externalized, supernatural horror with straightforward plot beats. And with It Chapter Two, director Andy Muschietti leans into this urge more than away from it. The result works, because even diced into a series of scary beats, It is still a great story. But it only barely works. The lack of attention paid to It’s internality is obvious, especially given the film’s runtime of nearly three hours.

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการส่องกล้องลำไส้ใหญ่

การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่และทวารหนัก

3 วันก่อนตรวจ งดผักผลไม้ทุกชนิด และ เนื้อสัตว์
อาหารที่รับประทานได้คืออาหารอ่อนย่อยง่าย ข้าวสวย ข้าวต้ม ไข่ ปลา เต้าหู้

2 วันก่อนตรวจ งดผักผลไม้ทุกชนิดและเนื้อสัตว์
อาหารที่รับประทานได้คืออาหารอ่อนย่อยง่าย ข้าวต้ม โจ๊ก ไข่ ปลา เต้าหู้

1 วันก่อนตรวจ งดผักผลไม้ทุกชนิดและเนื้อสัตว์
ทานอาหารเหลว เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก ซุปใส
งดรับประทานอาหารและน้ำที่มีสีดำ-แดง

ผู้ป่วยจะได้รับ ยาระบาย ตามคำสั่งแพทย์ โดยยาระบายจะช่วยกระตุ้นลำไส้และทำให้ถ่ายอุจจาระบ่อย ควรดื่มน้ำหลังถ่ายอุจจาระ ทดแทนน้ำที่เสียไป

ระดับความสะอาดของลำไส้
ลักษณะสีของน้ำอุจจาระสามารถบ่งบอกความสะอาดของลำไส้ได้ ผู้ป่วยควรเตรียมลำไส้ให้สะอาด โดยมีระดับสีของน้ำอุจจาระในระดับ 3 หรือ 4 ก่อนส่องกล้อง

ก่อนส่องกล้อง
ควรงดอาหารและเครื่องดื่ม 6-8 ชั่วโมง
ทานยารักษาโรคความดันโลหิตได้
​ยกเว้นยารักษาโรคเบาหวาน ให้งดในวันที่ส่องกล้อง

อ้าย..คนหล่อลวง ฮาจริงๆ ณเดชน์หล่อจริงๆ ไม่มีหลอกลวง พี่แซมซั่นรับประกัน!

อ้ายคนหล่อลวง

ถือเป็น ภาพยนตร์คอเมดี้ สุดฮาที่มาพร้อมกับลูกล่อลูกชนอันแพรวพราว สำหรับ อ้าย..คนหล่อลวง ผลงานเรื่องใหม่จากค่าย GDH  ดูหนังออนไลน์ไทย โดย เมษ ธราธร ผู้กำกับอารมณ์ดีจาก ATM เออรัก เออเร่อ (2555) ที่ชักชวนสองนักแสดงเจ้าบทบาทอย่าง ณเดชน์ คูกิมิยะ และ ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ มาร่วมทีม ‘ต้มตุ๋น’ ในครั้งนี้

ภาพยนตร์บอกเล่าเรื่องราวของทาวเวอร์ (ณเดชน์ คูกิมิยะ) นักต้มตุ๋นหน้าตาหล่อเหลาที่ต้องมาร่วมมือกับอินา (ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์) อดีตสาวแบงก์ที่ต้องการจะต้มตุ๋น เพชร (แบงค์-ธิติ มหาโยธารักษ์) แฟนเก่าที่หลอกเงินของตัวเองไป ทาวเวอร์จึงต้องฟอร์มทีมนักต้มตุ๋นฝีมือเยี่ยมอย่างพี่โจร (เผือก-พงศธร จงวิลาส) และครูนงนุช (แหม่ม-คัทลียา แมคอินทอช) เพื่อช่วยเหลือแผนการ ‘หลอกลวง’ ของอินาให้สำเร็จ

สิ่งแรกที่ทำให้เรารู้สึกประหลาดใจในระหว่างรับชม คือกลิ่นอายของตัวภาพยนตร์ที่ชวนให้เราคิดถึง ฉลาดเกมส์โกง (2560) ของผู้กำกับ บาส-นัฐวุฒิ พูนพิริยะ ซึ่งเป็นภาพยนตร์แนวโจรกรรมมากพอสมควร

เพียงแต่ อ้าย..คนหล่อลวง จะมีความตลกขบขันที่มากกว่า มีความซีเรียสจริงจังที่น้อยกว่า และมีองค์ประกอบของภาพยนตร์โจรกรรมที่คล้ายคลึงกับ ฉลาดเกมส์โกง อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนเพื่อต้มตุ๋นเงินของทาวเวอร์และอินา การหักเหลี่ยมเฉือนคมในการหลอกลวงระหว่างทาวเวอร์และเพชร พร้อมด้วยฉากบิลด์อารมณ์ให้ผู้ชมได้ร่วมลุ้นไปกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

อีกหนึ่งเรื่องที่เราค่อนข้างชื่นชอบเป็นการส่วนตัว คือการตัดสินใจของเมธที่ไม่เน้นให้ตัวเนื้อเรื่องมีความโรแมนติกจนเกินไป เพื่อชูเรื่องราวการโจรกรรมและความตลกขบขันให้โดดเด่นมากที่สุด ซึ่งส่งผลให้ตัวภาพยนตร์สามารถเสิร์ฟความสนุกสนานและลุ้นระทึกให้กับผู้ชมได้อย่างเต็มที่

ไม่เพียงเท่านั้น มันยังส่งผลให้ฉากโรแมนติกเล็กๆ ที่ไม่ได้โดดเด่นมากนัก กลับสร้างรอยยิ้มและความประทับใจให้กับผู้ชมได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

ซึ่งเราต้องขอปรบมือให้กับสองนักแสดงหลักอย่างณเดชน์ที่ถ่ายทอดความอัจฉริยะและความกวนประสาทของ ทาวเวอร์ นักต้มตุ๋นหน้าตาหล่อเหลาออกมาได้อย่างมีเสน่ห์ รวมถึงใบเฟิร์นที่เรียกได้ว่าตีบทแตกจนทำให้เราไม่สามารถหุบยิ้มไปกับความบ้าๆ บอๆ ของอินาได้เลย

มาถึงไฮไลต์สำคัญของเรื่องที่เราชื่นชอบมากที่สุด คือเหล่าตัวละครสมทบที่ดูเหมือนจะไม่ได้มาสมทบเลยแม้แต่น้อย เพราะพวกเขาต่างเป็นตัวละครที่มาพร้อมกับคาแรกเตอร์สุดจัดจ้านไม่แพ้ณเดชน์และใบเฟิร์นทีเดียว

ไล่เรียงมาตั้งแต่แบงค์ ผู้รับบทเป็น เพชร พ่อหนุ่มรูปงามที่ใช้ ‘รอยยิ้ม’ เปี่ยมเสน่ห์เป็นอาวุธในการต้มตุ๋น และแหม่ม ผู้รับบทเป็น ครูนงนุช ครูสอนภาษาจีนสุดเฉยที่ต้องแปลงโฉมเป็นสาวใหญ่มากเสน่ห์เพื่อหลอกลวงเพชร

รวมถึงสองตัวละครที่เราอยากกล่าวถึงแบบเน้นๆ คือ เผือก ผู้รับบทเป็น พี่โจร พี่ชายสุดที่รักของทาวเวอร์ ที่เรียกได้ว่ามาแรงแซงทางโค้งเพื่อแย่งซีนทุกตัวละครภายในเรื่อง จนถึงตอนนี้เราก็ยังจดจำทุกโมเมนต์ของชายคนนี้ได้เป็นอย่างดี (ซึ่งหากคุณได้ชมภาพยนตร์มาแล้ว จะเข้าใจดีว่าเขามาแรงแซงทางโค้งจริงๆ) และเต๋อ-ฉันทวิชช์ ธนะเสวี ผู้รับบทเป็น พี่แซมซั่น ซึ่งแม้ว่าเขาจะปรากฏตัวออกมาไม่กี่ฉาก แต่คาแรกเตอร์ของเขาก็สร้างเสียงหัวเราะและทำให้เราจดจำได้เป็นอย่างดีไม่แพ้ตัวละครอื่นๆ

แต่ภายใต้ความตลกขบขันและความลุ้นระทึกของภาพยนตร์ มีอยู่หนึ่งเรื่องที่เราค่อนข้างผิดหวังเป็นการส่วนตัว คือความเฉลียวฉลาดของทาวเวอร์ที่ดูจะสามารถคาดเดาและแก้ไขสถานการณ์คับขันทุกอย่างได้ง่ายดายจนเกินไป ซึ่งในจุดนี้ค่อนข้างทำให้ความรู้สึกอยากเอาใจช่วยตัวละครของเราลดลงไปมากพอสมควร

อย่างไรก็ตาม อ้าย..คนหล่อลวง ก็ยังถือเป็นอีกหนึ่งผลงานของเมษที่ปรุงแต่งออกมาได้อย่างกลมกล่อม ทั้งความตลกขบขัน ความลุ้นระทึกแบบภาพยนตร์โจรกรรม และคาแรกเตอร์สุดจัดจ้าน ก่อนที่จะเสิร์ฟความโรแมนติกเล็กๆ เป็นของหวานปิดท้าย

เราจึงขอปิดท้ายด้วยการสรุปความรู้สึกที่มีต่อ อ้าย..คนหล่อลวง อย่างสั้นๆ ว่า

ฮาจริงๆ ไม่มีหลอกลวง พี่แซมซั่นรับประกัน

อ้าย..คนหล่อลวง เข้าฉายแล้ววันนี้ ในโรงภาพยนตร์

ปีที่ซึมเศร้า จากผลกระทบของโควิด และเศรษฐกิจซบเซาแบบนี้ จีดีเอช ก็ส่งหนังมาให้คนไทยหายเครียดกันตอนปลายปี กับเรื่องราวที่อาจไปตรงกับชีวิตใครหลายๆคน เรื่องของความรัก และการหลอกลวง ให้เสียเงินเสียทอง ความรักก็มักจะมีเรื่องเงินมาเป็นปัญหาหนึ่งของความสัมพันธ์ นำแสดงโดยนักแสดงมากความสามาถอย่าง ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก และสุดหล่อความสามารถไม่น้อยอย่าง ณเดชน์ คูกิมิยะ งานกำกับของ เมษ ธราธร ที่มีหนังร้อยล้านในเครดิตอย่าง เอทีเอ็มเออรักเออเร่อ และ ไอไฟน์แท้งกิ้งเลิฟยู้ว

อ้ายคนหล่อลวง เป็นหนังที่นำโดยตัวละครหญิงอย่าง อินา จิตอิ่มเอม พนักงานด้านการเงินบริษัทปล่อยกู้ แต่ก็ดันจ๊นจน ใช้ชีวิตอย่างกระเบียดกระเสียด ประหยัดทุกสิ่ง ถึงขนาดแวะฉี่ตามห้าง จะได้ไม่เปลืองค่าน้ำที่ห้อง เอาทิชชู่ห้องน้ำห้างไปใช้ที่บ้าน และยังมีอารมณ์เป็นยูทูเบอร์ รีวิวความจนของตัวอินาเอง ที่ใช้ชีวิตแบบนี้ ก็เพราะอินามีหนี้ก้อนใหญ่ กว่าห้าแสน อันเนื่องมาจากโดนแฟนรุ่นเด็ก ที่ชื่อเพชร ที่โคตรปากหวาน ปอกลอกเอาไป บอกจะเอาไปจ่ายค่าเทอม ก็เพราะรักนะ รักจนยอมไปกู้มาให้ อย่าเรียกว่าความหลง หรือความโง่เลย ก็ต้องแบกหนี้ชดใช้แทน ฟ้องคืนไม่ได้ เพราะให้โดยสิเน่หา แถมยังโดนทิ้ง ชีวิตเลยเศร้าแทนแบบนี้ ทำงานใช้หนี้ไป เฮ้อ นี่มันชีวิตจริงของใครหลายคนเลย

วันดีคืนดี เจอฝ่ายภาษีโทรมาเรื่องโอนเงินเข้าบัญชีให้ ทีแรกก็ตาลุกวาว จะได้มีเงินเข้ามา แต่อินาคือสาวแบงค์เก่าที่รู้เท่าทัน ที่ทำงานมีฐานข้อมูลบุคคล เลยรู้ว่า นี่มันพวกแก๊งค์คอลเซนเตอร์โทรมาหลอกลวง หลอกโอนตังค์ ก็เลยอัดคลิปเสียงเก็บไว้ ฝ่ายนักต้มตุ๋นขอนัดเจรจา เพื่อให้ลบคลิปนั้นออกไป แนะนำตัวชื่อ ทาวเวอร์ ชื่อแปลกจัง ลุคส์หยั่งกับ อดัม แซนเลอร์ ในหนัง อย่าแหยมโซแฮน อินาคุยมาคุยไป มองเห็นอะไรบางอย่าง อินาเลยขอให้ไปต้มตุ๋นแฟนเก่า เพื่อเอาเงินห้าแสนคืน แล้วจะลบคลิปให้ อะอะ ก็ได้วะ

งั้นเรามาวางแผนกันเลย สืบทราบว่าตอนนี้ แฟนหนุ่ม กำลังไปปอกลอกสาวใหญ่บริษัททัวร์ ก็ได้ดิบได้ดี มีนาฬิกาหรู มีรถแพงๆ ได้ดูแลกิจการเอง ทีมต้มตุ๋นก็เลยวางแผนสร้างชื่อบริษัททัวร์ปลอมๆ ทำทีจะไปซื้อจองห้องพักโรงแรมหรู และออฟเฟอร์ให้หัวหน้าเซลล์โรงแรมนั้นได้ไปต่างประเทศ ไปไกลๆเลยถึงรัสเซีย ทำแบบนี้ก็เพื่อเข้ามาแทรกแซง การติดต่อระหว่าง บริษัททัวร์ของเพชร และ โรงแรมหรู  จะไปสวมรอยว่าเป็นตัวแทนโรงแรม และยังปลอมแปลงเป็นบริษัทเบียร์จีน ที่กำลังมองหาห้องพักชุดใหญ่ ติดต่อให้บริษัททัวร์ของเพชร ไปหาห้องพักโรงแรมหรูให้ ระบุว่าต้องเป็นโรงแรมนี้ๆ เท่านั้น ที่เตี๊ยมไว้ และส่งคนของทีมตุ๋น ไปรอดักไว้แล้ว

งานใหญ่แบบนี้ จึงต้องมีทีมเพิ่ม หาคนที่กำลังร้อนเงินอย่างคุณครูนงนุช ที่เป็นครูสอนภาษาจีน ปลอมเป็น CEO บริษัทเบียร์จีน เอาผู้หญิงสูงวัยที่ดูท่าทางมีเงิน สเปคของเพชรเลย และ พี่โจร พี่น้องคลานตามกันมา แต่หน้าไม่เหมือนกันของทาวเวอร์ ให้มาปลอมเป็นเซลล์โรงแรมหรู ปฏิบัติการ เอาแกะไปล่อหมาป่า จึงเริ่มขึ้น

ถ้าหนังจะสำเร็จไปเสียทุกอย่าง ก็คงจะไม่สนุก ก็เลยต้องมีหักมุมบ้าง สถานการณ์ไม่เป็นไปตามที่คิดบ้าง ให้คนดูได้ลุ้น และเอาใจช่วย รอบที่ได้ไปดูมานี่ เสียงอินกันทั้งโรง

หนังยาวกว่าสองชั่วโมง แต่มีตัวละครหลักๆอยู่ห้าหกคนนี่แหละ แต่ละตัวก็มีชีวิตชีวาในแบบของมัน อย่างคาแรคเตอร์ทาวเวอร์เอง เป็นนักต้มตุ๋น ที่มีรถหรู แต่เหมือนไม่มีบ้านจะอยู่ ต้องนอนในรถ แต่ก็อ้างว่า จะได้หลบหนีได้ตลอดเวลา เหมือนจะเป็นนักต้มตุ๋นที่เก่ง มีเงิน แต่ก็ต้องไปอาหารหาข้าวฟรีกิน ตามงานศพศาลาต่างๆ สั่งต้มเลือดหมู แต่ไม่เอาเลือด มีรถหรูความเร็วสูง แต่ถ้าขับไวไวแล้วจะอ้วก มีหลายๆประเด็น ปูมพื้นหลังของทาวเวอร์ ที่ยังไม่ไขให้กระจ่างนัก คลุมเครือ ตามคาแรคเตอร์การเป็นนักต้มตุ๋นนี่แหละ มีเฉลยบางเรื่อง แต่ก็ไม่ได้ทั้งหมด เหมือนทำเผื่อให้มีภาคต่อได้

ตัวขโมยซีนอย่างพี่โจร รับบทโดย เผือก พงศธร ที่การมา การไป และลีลาแต่ละอย่างที่ปล่อยออกมา ไม่ธรรมดาเลย เรียกเสียงหัวเราะได้ตลอด ไม่ว่าจะเป็นฉากเปิดตัว ฉากทำทีคุยโทรศัพท์นี่ ช่างกล้ามากๆ หน้าตาใจดี แต่พี่คือโจร ต้มตุ๋นตัวพ่อ นี่ก็อีกคน มีหนังแยกไปส่วนตัวได้เลย ผมว่าวีรกรรมของพี่นี่ไม่ธรรมดา และมีอีกคนอย่าง พี่แซมซั่น หัวหน้าเซลล์ของโรงแรมหรู ที่โผล่มาไม่เยอะ แต่ก็ทำให้จดจำได้แยะ อาจจะยี้ไปนิด แต่ก็นะ

ตัวละครนำอย่าง อินา ใบเฟิร์นแสดงได้อย่างสมบทบาท ไม่ว่าจะเป็นในมุมผู้หญิงซื่อๆ ที่มีความรักจริง ทุกครั้งที่รักก็ไม่ได้คิดว่าใครจะทิ้งไป ตอนตลกก็ทำออกมาได้ดี ตอนเศร้ายิ่งทำได้ดีกว่า นี่ก็มีบางฉากที่ทำให้แอบเสียน้ำตาไปได้ สังเกตุแววตาของเธอได้เลย  หนังดูจะเข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันอยู่บ้าง เพราะอ้างอิงถึงเหตุการณ์สำคัญในปี สองพันห้าร้อยหกสิบสาม แม้การกระทำของแต่ละคนจะไม่ใช่เรื่องดี แต่ก็ทำให้เราคนดูเอาใจช่วยให้พวกเค้าทำได้ และผลตอบแทนที่คนได้รับคือ ฟีลกู๊ด กลับไป

การบาดเจ็บ ริมฝีปากเป็นอวัยวะที่บอบบางและไวต่อการกระตุ้น

อาการปากบวม

ริมฝีปาก เป็นอวัยวะที่บอบบางและไวต่อ การกระตุ้น เพียง การสัมผัสกับแสงยูวี จากดวงอาทิตย์ติดต่อกันระยะเวลาหนึ่งก็อาจทำให้ริมฝีปากแห้ง ระคายเคือง ไหม้ และอักเสบได้ หรือการถูกกระแทกจากอุบัติเหตุเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ส่งผลให้เกิดแผล รอยช้ำ และเลือดออกได้เช่นกัน ซึ่งอาจบาดเจ็บเหล่านี้อาจส่งผลให้ปากบวมได้ด้วย

แรงกดทับบริเวณริมฝีปากเป็นประจำก็ส่งผลให้เนื้อเยื่อและเส้นประสาทบริเวณนั้นอักเสบและบวมขึ้นได้ ซึ่งปัจจัยนี้มักพบในนักดนตรีที่ใช้เครื่องเป่า เพราะต้องใช้ริมฝีปากประกบกับเครื่องดนตรีเป็นประจำ

ไฮไลต์หนัง “Mother Gamer เกมเมอร์ เกมแม่”

“สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล” เปิดฉากสงครามวัยรุ่นที่น่าจับตามองมากที่สุดแห่งปีกับภาพยนตร์ไทยคอเมดี้แอคชั่นไอเดียเจ๋งพร้อมสั่นสะเทือนวงการอีสปอร์ตใน “Mother Gamer เกมเมอร์ เกมแม่”  ผลงานใหม่ล่าสุดของผู้กำกับมากความสามารถ “เสือ-ยรรยง คุรุอังกูร” ผู้เคยฝากฝีมือการันตีมาแล้วจากภาพยนตร์เรื่อง “2538 อัลเทอร์มาจีบ” (2558) และ “App War แอปชนแอป” (2561)

เมื่อความลับของการเป็นเกมเมอร์มือโปรถูกล่วงรู้ถึงหูแม่ ปฏิบัติการฟอร์มทีม “เกมแม่” เพื่อล้มทีม “เกมเมอร์” จึงเริ่มต้นขึ้น พร้อมเปิดสมรภูมิอีสปอร์ตที่งานนี้ “แม่” กับ “ลูก” จะต้องไฝว้เพื่อชัยชนะเท่านั้น

ในโลกที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน “เบญจมาศ” (อ้อม พิยดา) ผู้เป็นทั้งแม่และครูพยายามควบคุมเส้นทางชีวิตของลูกชาย “โอม” (ตน ต้นหน) เพื่อหวังให้สอบชิงทุนเรียนได้สำเร็จ แต่แล้วความต้องการของเบญจมาศก็ถูกสั่นคลอน เมื่อเธอจับได้ว่าโอมเป็นนักกีฬาอีสปอร์ตในทีมดังอย่าง “Higher” ยิ่งไปกว่านั้น โอมกำลังจะลงแข่งขันเกมครั้งสำคัญเพื่อเป็นตัวแทนไปชิงแชมป์ระดับโลกในวันเดียวกับสอบชิงทุน

เมื่อคำสั่งห้ามของแม่ใช้ไม่ได้ผล เบญจมาศจึงต้องหาทางสกัดกั้นไม่ให้โอมก้าวไปสู่ชัยชนะ ด้วยการยื่นข้อเสนอให้ “กอบศักดิ์” (เติร์ด ลภัส) เด็กหลังห้องอดีตโปรเพลเยอร์ของ Higher มาช่วยตั้งทีมอีสปอร์ตหน้าใหม่ “Ohmgaga” เพื่อแลกกับที่เบญจมาศจะช่วยให้กอบศักดิ์เรียนจบ กอบศักดิ์เลยพาเหล่าเกมเมอร์ตัวจี๊ดมาร่วมทีม Ohmgaga ทั้ง “มะปราง” (วี วีรยา) สาวเปรี้ยวสุดเท่, “ไกด์” (บอส ธนบัตร) นักวางแผนฝีมือฉกาจ, “แบงค์” (นนท์ ศุภวัจน์) สายเปย์ตัวเป้ง  ดูหนังออนไลน์ไทย และ “แม็ก” (เตชินท์ ณัฐชนน) จอมโวยวายจากร้านเกม

แต่สิ่งที่เบญจมาศไม่ได้คาดคิดเอาไว้ก็คือ เธอต้องลงสนามในฐานะนักกีฬาของทีม เคียงข้างกับกอบศักดิ์ผู้พยายามพิสูจน์ตัวเอง พร้อมเผชิญหน้ากับโอมลูกชายที่อยากขีดเส้นทางชีวิตด้วยตัวเอง

บนเส้นทางแห่งการแข่งขันเกม RoV แบตเทิลครั้งนี้ “เกมเมอร์” หรือ “เกมแม่” ใครกันแน่จะเป็นผู้ชนะ…

#MotherGamer #เกมเมอร์เกมแม่ #10กันยามาตีป้อม ในโรงภาพยนตร์

ไฮไลต์หนัง “Mother Gamer เกมเมอร์ เกมแม่”

1) ผลงานล่าสุดของผู้กำกับนิวเจนมากความสามารถแห่งวงการ “เสือ-ยรรยง คุรุอังกูร” จากผลงานที่กวาดเสียงวิจารณ์ไปท่วมท้นแห่งปี 2561 อย่าง “App War แอปชนแอป” ครั้งนี้ขอทุ่มสุดตัวสุดพลังสร้างสรรค์เพื่อทำให้ “Mother Gamer เกมเมอร์ เกมแม่” เป็นผู้สร้างปรากฏการณ์บทใหม่ที่ไม่มีใครเหมือนแห่งโลกภาพยนตร์

2) ร่วมครีเอต, ควบคุมงานสร้าง และฟูมฟักบทภาพยนตร์กันนานถึง 2 ปีเต็ม โดยทีม “ฮิดเด้น อาเจนด้า” (Hidden Agenda) กลุ่มพัฒนาโปรเจกต์ภาพยนตร์หน้าใหม่แต่มือเก๋าของ “สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล” ถัดจากเรื่อง “สยามสแควร์” (2560) ที่จะมาสร้างความหลายหลายให้กับวงการหนังไทยอย่างมีคุณภาพ

3) เสริมความระทึกของการแข่งขันอีสปอร์ตด้วยผู้กำกับภาพเจ้าของรางวัลสุพรรณหงส์ ครั้งที่ 27 “แอ้น-ภาเกล้า จิระอังกูรกุล” จาก “ฉลาดเกมส์โกง” (2560) ที่การันตีงานภาพอันฉูดฉาดและบ้าคลั่ง มาผนึกกำลังร่วมกันกับ “เอ็ม-สุรศักดิ์ วงษ์ไทย” ผู้ช่วยผู้กำกับระดับตำนานจาก “สุริโยไท” (2544) ซึ่งกลั่นกรองความคิดและทำการบ้านกันมาอย่างหนักหน่วง รับประกันความมันไปทั่วทุกอณูกายตลอดทั้งเรื่อง

4) การคืนจอภาพยนตร์ครั้งแรกในรอบ 15 ปีของนักแสดงหญิงมากฝีมือ “อ้อม-พิยดา อัครเศรณี” นับตั้งแต่ “คนระลึกชาติ” (2548) ครั้งนี้ขอยืนหนึ่ง! เป็นนักแสดงรุ่นใหญ่ปะทะเหล่านักแสดงวัยรุ่นมากความสามารถ และพลิกคาแร็กเตอร์ครั้งสำคัญแบบสุดขั้ว กับบทบาท “คุณแม่โปรเพลเยอร์” ตัวกากมาเป็นตัวท็อปเพื่อต่อกรกับลูกชายตัวเองในโลกอีสปอร์ต เตรียมพร้อมด้วยการฝึกเล่นเกมไปกว่า 300 ครั้ง รวมถึงต้องจำสกิลของตัวละครทุกตัวให้ได้ ถ้าไม่เป๊ะ ไม่สั่งคัตกันเลยทีเดียว

Mother Gamer

5) แอคชั่นที่สุดในชีวิตการแสดง ขึ้นจอภาพยนตร์ครั้งแรกของนักแสดงหนุ่มสุดฮอตขวัญใจวัยรุ่น “เติร์ด Trinity-ลภัส งามเชวง” ที่ทุ่มสุดตัวทั้งเต้นไปหลบกระบี่กระบองไป โชว์ฟรีรันนิ่ง และศิลปะการต่อสู้จัดเต็ม เล่นจริง เจ็บจริง ไม่มียั้งมือตลอดการถ่ายทำ

6) ดำดิ่งสู่การแสดงสุดดราม่า บทลูกชายที่อยากจะพิสูจน์ตัวเองให้แม่ยอมรับ เพียงแค่เปิดกล้องถ่ายทำก็ร้องไห้กันไปถึง 10 เทกแล้ว กับนักแสดงหนุ่มเจ้าบทบาท “ตน-ต้นหน ตันติเวชกุล” ที่การันตีความสามารถและท้าทายยิ่งกว่าเดิม

7) เพิ่มสีสันจัดจ้านน่าจับตา นำโดยไอดอลสาวมาดเท่แห่ง “BNK48″ ที่ประเดิมงานแสดงภาพยนตร์ครั้งแรกในชีวิต “วี-วีรยา จาง” ขอเปลี่ยนลุกส์สาวห้าวเป็นสาวเกมเมอร์สุดแกร่ง, “บอส-ธนบัตร งามกลมชัย” (บอส AF7) ในบทเกมเมอร์หนุ่มมาดเท่ ห้าว มุทะลุ พร้อมเปิดตัว 2 นักแสดงหน้าใหม่ “นนท์-ศุภวัจน์ ชวนรุ่งโรจน์” และ “เตชินท์-ณัฐชนน มณีน้อย” มาร่วมสมทบความสนุกชนิดไม่มีใครยอมใครอย่างแน่นอน

8) การจับมือครั้งสำคัญระหว่าง “สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล” และบริษัท “Garena” เจ้าของแพลตฟอร์มความบันเทิงด้านเกม ร่วมกับบริษัท “Tencent” ยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมเกมแห่งประเทศจีน ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเกมสุดฮิต “RoV: Arena of Valor” ที่ขอหยิบเกมดังกล่าวมานำเสนอเป็นรูปแบบภาพยนตร์ครั้งแรกของโลก พร้อมเสริมทัพด้วยเหล่าโปรเพลเยอร์อีสปอร์ตัวจริง ที่จะมาปะทะกับทีมนักแสดงบนสังเวียนให้เหล่าแฟนเกมเมอร์ได้ฮือฮา

9) งานโปรดักชั่นดีไซน์สุดประณีตเนรมิตโลกของภาพยนตร์ “Mother Gamer เกมเมอร์ เกมแม่” เนรมิตจากหลุมในโรงงานร้าง สู่อารีนาอีสปอร์ตที่ไม่เหมือนใครในโลก ซึ่งใช้เวลาในการสร้างนานถึง 1 เดือนเต็มเพื่อมอบความน่าตื่นตาตื่นใจให้ผู้ชมทุกคน

10) นอกจากความบันเทิงอัดแน่นแล้ว “Mother Gamer เกมเมอร์ เกมแม่” ยังเอาเรื่องกีฬาอีสปอร์ตที่กำลังโด่งดังไปทั่วโลก มาผสมกับการเผชิญหน้าระหว่างคนเจน X และเจน Z เมื่อผู้ใหญ่ต้องขอรีเทิร์นเป็นวัยรุ่นอีกรอบ พร้อมท้าสู้เหล่าแก๊งวัยรุ่นตัวป่วนของยุคดิจิทัล แล้วใครที่จะแสบกว่ากัน ความมันครั้งใหม่ที่มี “ผู้ชนะแค่เพียง 1 เดียวเท่านั้น” จึงบังเกิดขึ้น!

บันทึกผู้กำกับ “เสือ-ยรรยง คุรุอังกูร” (Director’s Note)

หนัง Mother Gamer เกมเมอร์ เกมแม่” มีองค์ประกอบหลายอย่างอยู่ในหนังเรื่องนี้เยอะมาก โดยหลักๆ แล้วมันเป็นหนังวัยรุ่น Coming-of-Age ที่เล่าเรื่องการเจริญเติบโตและการผจญภัยของกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งที่เติมเต็มไปด้วยความรัก และก็สอดแทรกเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกให้เป็น Generation Gap ลงไปเพื่อเป็นหนังต่อสู้-แอคชั่นที่เข้มข้นอยู่ตลอดทั้งเรื่อง หรือถ้าให้พูดแบบจำกัดความก็คือนี่คือ “หนังที่รวบรวมความวาไรตี้ โดยใช้คำว่า ‘เกม’ เป็นตัวห่อหุ้มมันไว้”

แม้ว่าหนังเรื่องนี้นอกจากจะเป็นหนังแอคชั่นที่ต้องแข่งขันกันอยู่ตลอดเวลาแล้ว เรื่องราวที่เป็นหัวใจหลักสำคัญยิ่งกว่าสิ่งอื่นใดของ “Mother Gamer เกมเมอร์ เกมแม่” แน่นอนว่าก็คือประเด็น “มิตรภาพ” ที่ตัวละครเบญจมาศได้เป็นคนไปประสบพบเจอ มันก็เลยเป็นมิตรภาพได้ทั้งระหว่างเพื่อน และระหว่างแม่กับลูก โดยเราจะใช้ตัวเบญจมาศเป็นตัวนำเข้าไปสู่มิตรภาพเหล่านั้น ซึ่งเบญจมาศก็จะได้เรียนรู้ว่าวัยรุ่นยุคนี้ เขาใช้ชีวิตกันยังไงในหลายๆ อย่างที่เธอเองก็ไม่เคยรู้ แต่จะได้รู้ตอนที่ต้องไปหัดเล่นเกมเพื่อไปแข่งอีสปอร์ต มันก็จะมี Gap ตรงนี้ที่มันสนุก เหมาะกับผู้ชมวัยรุ่นเสียมากกว่าที่จะได้เห็นความเทอะทะ และพยายามจะแนบเนียนกลมกลืนไปในโลกของพวกเขาจากผู้ใหญ่คนหนึ่ง

จุดนี้ช่วยทำให้มิตรภาพมันกลายเป็นเรื่องของการเข้าอกเข้าใจกัน และเด็กๆ เองก็เข้าใจเบญจมาศด้วย รวมถึงเบญจมาศเองก็เข้าใจเด็กๆ นี่เลยกลายเป็นจักรวาลหนึ่งที่สำคัญของวัยรุ่นทุกคน โดยมีเรื่องราวมิตรภาพที่มีอิทธิพลสำคัญต่อคนวัยนี้ เพราะมนุษย์คือ “สัตว์สังคม” ฉะนั้นมิตรภาพในวัยรุ่นมันกลายเป็นหนึ่งในเสาหลักพื้นฐานสำหรับคนหนุ่มสาวที่เพิ่งผ่านวัยหนุ่มสาว เนื่องจากวัยรุ่นเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอนสำหรับคนส่วนใหญ่

ประคบเย็น

ความเย็น จาก การประคบเย็น จะช่วย ลดการไหลเวียนเลือด ในบริเวณที่ประคบ เมื่อเลือดไหลเวียนไปยังบริเวณดังกล่าวลดลง อาการปวดบวมและอักเสบก็จะลดลงด้วย การประคบเย็นทำได้หลายวิธี

นวดเท้าและมือง่าย

การใช้ผ้าชุบน้ำเย็นบิดหมาด การใช้ผ้าห่อถุงน้ำแข็ง การใช้เจลแช่แข็งสำหรับการประคบโดยเฉพาะ หากไม่มีอุปกรณ์ในข้างต้น สามารถใช้ขวดน้ำดื่มแช่เย็นมาประคบแทนได้เช่นกัน ช่วงที่มีอาการปวด ควรประคบเย็นบริเวณฝ่าเท้าประมาณ 15-20 นาที วันละ 3-4 ครั้ง

รักแห่งสยาม

ประเภทภาพยนตร์ รักโรแมนติ
กำกับภาพยนตร์ ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล
บทภาพยนตร์ ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล 

นักแสดง สินจัย เปล่งพานิช , เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ , ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี, มาริโอ้ เมาเร่อ , วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงศ์กุล, กัญญา รัตนเพชร์, อธิชา พงศ์ศิลป์พิพัฒน์
วิจารณ์ภาพยนตร์เรื่อง รักแห่งสยาม
ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล
รักแห่งสยาม

รักแห่งสยาม เป็นภาพยนตร์ไทยแนวรักโรแมนติก ออกฉายครั้งแรกในวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๐ เนื้อหาในภาพยนตร์จะสะท้อนให้เห็นถึงมุมมองความรักของวัยรุ่นหญิงชายแต่ในเนื้อหาจะแฝงเกี่ยวกับความสับสนในจิตใจขิงเด็กหนุ่มสองคนในภาพยนตร์ที่มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน

๑. รูปแบบภาพยนตร์เรื่องรักแห่งสยามเป็นภาพยนตร์ไทย ประเภทเรื่องราวรักโรแมนติก

๑.๑ ภาพยนตร์เรื่องรักแห่งสยามจัดเป็นภาพยนตร์ไทยชนิดแสดงแนวคิดทางสังคม เนื่องจากผู้เขียนแสดงความคิดของตนเองลงไปโดยสะท้อนและถ่ายทอดโดยไม่ได้บอกตรง ๆ แต่ผู้อ่านสามารถสรุปได้เอง เมื่ออ่านจบผู้อ่านจะเกิดความรู้สึกฉุกใจคิด ตัวละคร เหตุการณ์ ฉากและบรรยากาศเป็นสิ่งที่ส่งเสริมให้แนวคิดของเรื่องนั้นเด่นชัดมากขึ้น
๑.๒ ภาพยนตร์เรื่องรักแห่งสยามจัด ดูหนังออนไลน์ไทย เป็นภาพยนตร์ชนิดสร้างสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น โดยไม่ได้เลือกเรื่องแบบนี้มาเล่าในมุมของเพศแต่มุ่งไปที่การค้นพบตัวเองและยอมรับกับมัน เนื่องจากผู้เขียนได้บรรยายเรื่องได้สมจริง ผู้อ่านสามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจน สามารถจูงใจให้ผู้อ่านเกิดความรู้สึกคล้อยตามเหตุการณ์ ตัวละคร และพฤติกรรมต่าง ๆ มีความเกี่ยวพันกับฉาก โดยที่ผู้เขียนใช้เรื่องราวที่กระทบใจผู้อ่านในด้านอารมณ์และความรู้สึก

๒. แก่นเรื่อง

เป็นการเล่าเรื่องเพศที่สามอย่างผ่านทางตัวละครที่กำหนดขึ้นและเล่าถึงการไม่ยอมรับของผู้ใหญ่การไม่ยอมรับในที่นี้ก็คือในเรื่องของเพศ โดยในภาพยนตร์นั้นไม่ได้อธิบายว่าความคิดไหนดีหรือไม่ดี แต่จะให้ความสำคัญไปถึงการค้นหาตัวเองของตัวละคร รวมไปถึงการเรียนรู้ถึงที่จะก้าวเดินกล้าเผชิญไปข้างหน้า จากชีวิตวัยหนุ่มสาวที่มีความเจ็บปวดจากความรัก ตลอดจนการได้ปรับความเข้าใจกันกับความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว

๓.๓. ตัวละคร

๓.๓.๑ การสร้างตัวละคร ผู้เขียนสร้างตัวละครได้สมจริง ตัวละครมีลักษณะนิสัยเป็นไปตามธรรมชาติ ไม่ได้มีการจำกัดตัวละคร โดยตัวละครทุกตัวมีบทบาทสอดคล้องสัมพันธ์กันกับเนื้อเรื่อง ตัวละครมีลักษณะนิสัย อารมณ์ ความรู้สึกหลากหลาย และมีความสมจริงตามลักษณะของตัวละคร ทำให้เรื่องดำเนินไปได้ด้วยดี

๓.๓.๒ การนำเสนอตัวละคร ผู้เขียนนำเสนอตัวละครโดยอ้อม ใช้สอดแทรกอยู่ในการเล่าเหตุการณ์ต่าง ๆ โดยให้ผู้อ่านรู้จักตัวละครผ่านทางพฤติกรรมที่แสดงออก การกระทำ คำพูดที่พูดกับตัวละครอื่นหรือคิดในใจ ตัวละครบางตัวใช้วิธีการนำเสนอผ่านทางความคิดของตัวละครเอก

๓.๓.๓ ลักษณะนิสัยและบุคลิกลักษณะของตัวละคร ผู้เขียนสร้างตัวละครแบบตัวกลม มีลักษณะนิสัยหลาย ๆ อย่างประกอบกันทั้งที่เป็นส่วนดีและส่วนบกพร่อง ซึ่งมีลักษณะนิสัยซับซ้อน เป็นลักษณะธรรมชาติของมนุษย์โดยทั่วไป ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพอารมณ์และเหตุการณ์ คล้ายกับชีวิตจริง สร้างความประทับใจให้ผู้อ่านเป็นอย่างยิ่ง ตัวละครมีบุคลิกไม่คงที่คือ มีการเปลี่ยนแปลงบุคลิกภาพไปตามเหตุการณ์

๓.๓.๔ บทบาทของตัวละคร ในภาพยนตร์เรื่องรักแห่งสยามประกอบด้วยตัวละครดังนี้สำหรับตัวละครที่สำคัญในภาพยนตร์เรื่องรักแห่งสยามนั้นมีทั้งหมด ๙ ตัวละครด้วยกัน ดังต่อไปนี้
๓.๔.๑. โต้ง

เด็กชายวัยรุ่นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ อายุ ๑๗ ปี หน้าตาดี มีแฟนชื่อโดนัท เป็นเด็กวัยรุ่นทั่วไป ที่ใช้เวลาไปกับการเรียนและอยู่กับเพื่อน แต่ต้องมีความสับสนกับการเลือกทางเดินในชีวิต โต้งมีปมความเจ็บปวดในวัยเด็กคือ พี่สาวที่ชื่อ แตง ได้หายตัวไปตอนไปเที่ยวที่เชียงใหม่
๓.๔.๒. มิว

มิวเป็นเด็กรุ่นราวคราวเดียวกับโต้งที่มีความสามารถทางด้านดนตรี เขาได้ก่อตั้งวงดนตรีกับเพื่อนชื่อวงออกัส ซึ่งมิวอาศัยอยู่กับอาม่าตามลำพัง แต่เมื่ออาม่าถึงแก่กรรม จึงทำให้มิวอยู่คนเดียว
๓.๔.๓. โดนัท

โดนัทเป็นแฟนของโต้ง ที่มีความสวยที่เรียกว่า สวยเลือกได้ เป็นที่หมายปองของหนุ่มๆ จากหลายโรงเรียน แต่แล้วโดนัทเริ่มไม่มั่นใจความสัมพันธ์กับโต้งที่ทำตัวเย็นชาใส่
๓.๔.๔. หญิง

เป็นเพื่อนบ้านของมิวที่แอบหลงรักมิวอยู่ แต่มิวไม่รู้ สุดท้ายแล้วหญิงเป็นตัวละครที่แสดงให้เห็นถึง การกระทำที่ทำให้คนรักมีความสุข
๓.๔.๕. สุนีย์

เป็นแม่ของโต้งที่แบกรับภาระของครอบครัวเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียลูกสาวอย่างแตงและการติดเหล้าของกรเป็นสามีของเธอ
๓.๔.๗. กร

พ่อของโต้ง ที่เขาได้จมปรักอยู่กับความรู้สึกผิดที่ตนปล่อยให้แตงทำตามใจไปเที่ยวกับเพื่อนแล้วหลงป่าหายสาบสูญไป หันมาติดเหล้า ยึดติดกับอดีตจนลืมปัจจุบันและคนที่ยังเหลืออยู่อย่างสุนี ภรรยาของตน และโต้ง ลูกชายของตน
๓.๔.๘. อ็อด

อ๊อดเป็นโปรดิวเซอร์ให้กับวงออกัส วงที่มิวอยู่ ได้ให้โจทย์กับมิวให้แต่งเพลงรักเพื่อเป็นจุดขายให้กับอัลบั้ม
๓.๔.๙.อาม่า

อาม่าที่เพิ่งสูญเสียสามี (อากง) ไป อยู่กับมิวด้วยกันกับคนรับใช้อีกหนึ่งคน อาม่าเป็นคนสอนมิวเล่นเปียโน

๔. การใช้ภาษา

การใช้ภาษาในภาพยนตร์เรื่องรักแห่งสยามเป็นไปอย่างเรียบง่ายชวนฟัง น่าติดตาม เนื่องจากเป็นการเล่าเรื่องราวผ่านตัวละครและเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตของหนุ่มสาวที่เข้าสู่วัยรุ่นที่ได้มีการเรียนรู้ในมุมของความรัก มีการใช้บทสนทนาที่เห็นภาพความเป็นธรรมชาติของตัวละครแต่ละครและมีการใช้ภาษาที่มีความไพเราะโดยจะใช้โวหารเข้ามาช่วยในการเขียนบทภาพยนตร์ให้สำนวนภาษาของผู้เขียนมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น เช่น

ตอนเล่นเปียโน

อาม่า : อยากเล่นเปียโนเก่งเหมือนกับอากงไหมล่ะ

มิว : ไม่รู้จะเก่งไปทำไมอ่ะ

อาม่า : เพื่อว่าวันหนึ่งจะใช้มันบอกอะไรกับคนอื่น ๆ เหมือนอย่างที่อากงบอกอาม่าไง

การใช้อุปมาคำว่า เหมือน มาเปรียบเทียบให้เห็นว่า เปรียบบุคคลหนึ่งให้อีกบุคคลหนึ่งได้ฟังว่าเขามีอะไรดี ๆ จึงได้เปรียบเทียบ หรือบางที่เปรียบเทียบเพื่อชี้ให้ปฏิบัติตาม

๕. กลวิธีในการเขียน

๕.๑ กลวิธีการเล่าเรื่อง ในภาพยนตร์เรื่องรักแห่งสยามเล่าเรื่องแบบอธิบายถึงเรื่องเล่าเหตุการณ์ไปเรื่อย ๆ จนปรากฏตอนที่สำคัญทำให้เรื่องโรแมนติกและน่าตื่นเต้น

๕.๒ กลวิธีการตั้งชื่อภาพยนตร์เรื่อง “รักแห่งสยาม” โดย ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุลได้อธิบายไว้ว่า

“ ทำไมต้องรักแห่งสยาม หลายๆ คนจะเข้าใจว่าเป็นหนังโบราณรึเปล่าสยามประเทศ แต่รักแห่งสยามของเราคือสยามสแควร์นี้เอง เหตุที่เป็นสยามสแควร์เพราะว่าตอนที่เราเริ่มเขียนบท ตอนนั้นจริงๆ เราเพิ่งอยู่มหา’ ลัย อยู่จุฬา แล้วสยามก็เป็นที่ที่ไปประจำ แล้วก็ได้พบเห็นคู่รักมากมาย วัยรุ่นมากมายเต็มไปหมด แม้กระทั่งคนวัยทำงาน คนมีครอบครัวแล้วเค้าก็เดินสยาม มันเป็นสถานที่ในความทรงจำของหลายๆ คน เช่นเดียวกับตัวละครทั้งหลายในเรื่องนี้ เค้าพบรักกันที่สยาม เค้าอาจจะเลิกกันที่สยาม ไปเที่ยวกันที่สยาม เคยหัวเราะเคยร้องไห้ เคยมีความสุขกันในสยาม รู้สึกว่าสยามมันคลาสสิค แล้วมันก็ไม่ได้ถูกบอกเล่าในหนังไทยมานานแล้ว ดังนั้นก็เลยใช้สยามเป็นฉากหลังของหนังเรื่องนี้ ซึ่งสยามก็กลายเป็นที่ที่ตัวละครในเรื่องหลาย ๆ ตัวมาเจอกัน และมีเหตุการณ์เกิดขึ้นมากมาย”

เป็นการนำเสนอเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับการ เป็นชื่อเรื่องมีความน่าสนใจ ทำให้ผู้อ่านอยากที่จะรู้เนื้อหาภายในเรื่องและติดตามอ่าน เป็นการตั้งชื่อเรื่องโดยตั้งตามลักษณะแนวคิดสำคัญของเรื่องที่สะท้อนให้เห็นปัญหาของชีวิตในระดับครอบครัว

๕.๓ กลวิธีการสร้างความขัดแย้ง ในภาพยนตร์เรื่องรักแห่งสยามผู้เขียนใช้กลวิธีการสร้างความขัดแย้งที่เป็นปัญหาสำคัญของเรื่องซึ่งตัวละครต้องตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง เป็นปมความขัดแย้งที่เกิดขึ้นภายในตัวละครเอง ซึ่งเป็นการต่อสู้ที่เกิดขึ้นในจิตใจของตัวละคร

๖. ฉากและบรรยากาศ
ในภาพยนตร์เรื่องรักแห่งสยามผู้เขียนบรรยายภาพของสถานที่ต่าง ๆ อย่างละเอียดทำให้ผู้อ่านได้รู้จักกับสถานที่นั้น ๆ อย่างละเอียดชัดเจน มีการใช้คำบอกให้ผู้อ่านทราบสถานที่ที่เกิดเหตุการณ์ของเรื่องไว้อย่างชัดเจน

ตัวอย่างเช่น

ฉากหลังส่วนใหญ่ของเรื่องถ่ายทำที่สยามสแควร์ เช่น ร้านเปี๊ยก ดีเจสยาม เป็นต้น

ฉากบริเวณลานน้ำพุเซ็นเตอร์พอยต์ที่โต้งบอกเลิกกับโดนัท

ฉากโรงเรียนซึ่งในเรื่องคือโรงเรียนชื่อ “เซนต์นิโคลัส” เป็นโรงเรียนที่สมมติขึ้นมา โดยใช้สถานที่ถ่ายทำคือ โรงเรียนอัสสัมชัญและโรงเรียนเซนต์จอห์น

ส่วนช่วงเวลาและบรรยากาศของเรื่องนี้ เป็นช่วงฤดูหนาว ในช่วงวันคริสต์มาส วันปีใหม่ ซึ่งมีบรรยากาศและการตกแต่งร้านค้าต่าง ๆ ที่ประดับไปด้วยไฟ ทั้งที่สยามสแควร์และศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ส่วนคอนเสิร์ตในช่วงท้ายเรื่อง จัดที่ลานดิสคัฟเวอรีพลาซ่า ศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี นอกจากนี้สิ่งที่ผู้กำกับตั้งใจใส่บรรยากาศอีกอย่างหนึ่งคือ ความเป็นคริสต์ศาสนานิกายโรมันคาทอลิก ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศในช่วงคริสต์มาส ฉากเล่นละครตอนพระกุมารประสูติ การสวดก่อนอาหาร และคอนเสิร์ตที่จัดในช่วงเทศกาลคริสต์มาส

ภาพยนตร์เรื่องรักแห่งสยามก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างภาพยนตร์ไทยที่น่ายกย่องเพราะในเนื้อหาของเรื่องนั้นจะสะท้อนแนวคิดในหลายหลายแง่คิดให้ผู้ที่ได้ชมสามารถตีความได้หลายแบบในแต่ละคนอาจจะตีความได้ แตกต่างกันออกไป แต่ท้ายที่สุดแล้วเนื้อหาหลักของเรื่องก็จะกล่าวถึงเรื่องของความรักตลอดไปจนถึงการเล่าเรื่องเพศที่สามที่ไม่ได้เป็นที่ยอมรับภายในครอบครัวของตัวเอง โดยในเรื่องนั้นจะไม่ได้อธิบายเจาะจงไปว่าการกระทำแบบนั้นดีหรือไม่ดีแต่จะเป็นการชี้แนะแนวทางความสำคัญไปจนถึงการค้นพบตัวเองและยอมรับในสิ่งที่ตัวเองเป็น และเมื่อยอมรับแล้วจะต้องสู้และกล้าเผชิญกับความจริง ตลอดจนสิ่งสำคัญที่สุดของเรื่องก็คือการปรับความเข้าใจกันภายในครอบครัวเพื่อที่จะปรึกษาหารือและหาข้อตกลงกับความสัมพันธ์เหล่านั้น

หากคุณมีโรคประจำตัว ปรึกษาแพทย์ก่อนดื่มนมเปรี้ยว

ถึงแม้ว่า นมเปรี้ยว จะช่วยเสริมสุขภาพและบรรเทาอาการของโรคบางโรค แต่ข้อมูลเหล่านั้นยังไม่ได้รับการยืนยันแน่ชัด หากคุณมีสุขภาวะที่แตกต่างจากคนทั่วไป เช่น อยู่ระหว่างตั้งครรภ์ กำลังใช้ยารักษาโรค หรือป่วยด้วยโรคที่ส่งผลให้ภูมิคุ้มกันต่ำ (Compromised Immunity) ควรปรึกษาแพทย์ก่อนดื่มนมเปรี้ยวและอาหารหมักดองทุกชนิด เพราะแบคทีเรียในนมเปรี้ยวอาจทำให้เกิดอันตรายได้มากกว่าทำให้เกิดประโยชน์

นมเปรี้ยว

เลือกนมเปรี้ยวที่ น้ำตาลน้อย

อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าผลิตภัณฑ์นมเปรี้ยวในประเทศไทยส่วนใหญ่มักเติมน้ำตาลเพื่อเพิ่มรสชาติ ซึ่งปริมาณน้ำตาลที่สูงเกินไปจะส่งผลเสียต่อสุขภาพในหลายด้าน โดยเฉพาะในเด็กที่อยู่ระหว่างการเจริญเติบโต หากต้องการดื่มนมเปรี้ยวควรเลือกนมเปรี้ยวที่ไม่ใส่น้ำตาลเพิ่มหรือสูตรน้ำตาลน้อย เพื่อป้องกันการได้รับน้ำตาลและพลังงานส่วนเกิน

พันท้ายนรสิงห์ (2558)

พันท้ายนรสิงห์

พันท้ายนรสิงห์ (2558) ประเภท : Drama / Adventure / History

  • ผู้กำกับ : หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล
  • พระนิพนธ์ : พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล
  • บทภาพยนตร์ : หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล
  • ลำดับภาพ : หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล
  • กำกับศิลป์ : นิวัฒน์ ทุมไซ, พินโย ครองชีพ
  • ดนตรีประกอบ : เทิดศักดิ์ จันทร์ปาน
  • บันทึกเสียง : ไชยเชษฐ์ เศรษฐี, ชวาล ฮือจีนฮึกกี้
  • ดำเนินงานสร้าง : เบญจพร ปัญญายิ่ง
  • อำนวยการสร้าง : หม่อมกมลา ยุคล ณ อยุธยา
  • บริษัทผู้สร้าง / จัดจำหน่าย : พร้อมมิตรโปรดักชั่น, สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล
  • วันที่เข้าฉาย : 30 ธันวาคม 2558
อยู่เพราะความจงรัก ตายด้วยความภักดี
หัวใจแลกให้ความรัก ชีวิตสละให้ความภักดี

“พันท้ายนรสิงห์” ผู้ยึดความสัตย์ซื่อ ถือความหาญกล้า และนำมาซึ่งความภักดี มิตรภาพความรักและความเสียสละของกษัตริย์ผ­ู้ห้าวหาญและข้าแผ่นดินผู้สละได้แม้ชีวิต เพื่อคงไว้ซึ่งกฏหมาย และเกียรติยศของพระเจ้าแผ่นดิน

พันท้ายนรสิงห์เป็นนายท้ายเรือในสมัยพระเจ้าเสือ หรือสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 (พ.ศ. 2246 – 2251) วันหนึ่งพระเจ้าเสือได้เสด็จประพาสต้นด้วยเรือพระที่นั่งเอกชัย มาตามคลองโคกขาม โดยมีพันท้ายนรสิงห์ เป็นนายท้ายเรือ คลองนี้คดเคี้ยวและน้ำเชี่ยวมากไม่สามารถบังคับทิศทางเรือได้ ทำให้หัวเรือชนเข้ากับต้นไม้จนหัวเรือหัก พันท้ายนรสิงห์จึงขอให้พระเจ้าเสือประหารตน

พระเจ้าเสือจึงให้ประหารตัดศีรษะพันท้ายนรสิงห์ แล้วจัดทำศาลขึ้นพลีกรรมพร้อมทั้งหัวเรือ ซึ่งเป็นไปตามกฎมณเฑียรบาล แต่ตามเกร็ดเล่าว่า พันท้ายนรสิงห์ทราบว่าจะมีพวกกบฏมาดักทำร้ายพระเจ้าเสือ ดูหนังออนไลน์ไทย เลยจำเป็นต้องทำให้หัวเรือหักเพื่อมิให้ไปถึงจุดที่กบฏวางแผนเอาไว้ โดยยอมให้ตนเองถูกประหารเพราะเป็นกฎมณเฑียรบาลที่ทำหัวเรือพระที่นั่งหักจะต้องถูกประหาร เมื่อพระเจ้าเสือทรงทราบจึงได้ให้บันทึกไว้ในพงศาวดาร และให้ตั้งศาลขึ้น ณ ที่แห่งนั้น ถ้าเรื่องตามละครพระเจ้าเสือไม่ยอมประหารแต่ให้ปั้นรูปปั้นแล้วทำการตัดหัวรูปปั้นแทน แต่พันท้ายนรสิงห์ไม่ยอมเพราะจะเป็นการขัดมณเฑียรบาลจึงขอให้ประหาร มิให้ผู้อื่นเอาเป็นเยี่ยงอย่าง แต่ก่อนที่จะประหารพันท้ายนรสิงห์ซึ่งบ้านน่าจะอยู่ใกล้ ๆ แถวนั้นได้กลับบ้านไปล่ำลาภรรยา และพันท้ายนรสิงห์จึงถูกประหารในวันเดียวกัน

ภายหลังพระเจ้าเสือได้ทรงให้พระยาราชสงคราม คุมไพร่พลจำนวน 3000 คน ทำการขุดคลองลัดคลองโคกขามที่คดเคี้ยว ไปออกที่บริเวณแม่น้ำท่าจีน กว้าง 5 วา ลึก 6 ศอก สร้างเสร็จในสมัยพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ พ.ศ. 2252 ได้พระราชทานนามคลองนี้ว่าคลองสนามไชย ต่อมาเรียกเป็นคลองมหาชัย ซึ่งเป็นที่มาของชื่อเมืองมหาชัย แต่ชาวบ้านเรียกว่าคลองถ่าน

เรื่องจากพระราชพงศาวดาร
พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา เรื่อง พันท้ายนรสิงห์ เมื่อปี พ.ศ. 2247 สมเด็จพระเจ้าเสือ เสด็จโดยเรือพระที่นั่งเอกชัย จะไปประพาสเพื่อทรงเบ็ด ณ ปากน้ำ เมืองสาครบุรี เมื่อเรือพระที่นั่งถึงตำบลโคกขามซึ่งเป็นคลองคดเคี้ยวและมีกระแสน้ำเชี่ยวกราก พันท้ายนรสิงห์ ซึ่งถือท้ายเรือ พระที่นั่งมิสามารถคัดแก้ไขได้ทัน โขนเรือพระที่นั่งกระทบกับกิ่งไม้หักตกลงไปในน้ำ พันท้ายนรสิงห์จึงได้กระโดดขึ้นฝั่งแล้ว กราบทูลให้ทรงลงพระอาญา ตามพระกำหนดถึงสามครั้งด้วยกัน เนื่องจากในสองครั้งแรก สมเด็จพระเจ้าเสือทรง พระราชทานอภัยโทษ เพราะเห็นว่าเป็นอุบัติเหตุ สุดวิสัย แต่ท้ายสุดก็ได้ตรัสสั่งให้ ประหารชีวิตพันท้ายนรสิงห์ตามคำขอ แล้วสร้างศาลไม้ขนาดเล็ก ลักษณะเป็นศาลไม้ในสมัยปัจจุบัน หลังคามุงกระเบื้องดินเผาหางมน พื้นศาลเป็นไม้ยกชั้น 2 ชั้น มีเสารองรับ 6 เสา ฝาไม้ลูกประกนขนาดเล็ก

โบราณสถานของชาติ
ศาลพันท้ายนรสิงห์ถูกประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติ ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 72 ตอนที่ 2 เมื่อวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2498 กรมศิลปากรได้ดำเนินการจัดสร้างศาลพันท้ายนรสิงห์ขึ้น อยู่ถัดจากศาลเก่าที่พังลงมาไม่มากนัก โดยกันอาณาบริเวณรอบๆ ศาลไว้ประมาณ 100 ไร่ เพื่อจัดตั้งเป็น “อุทยานพันท้ายนรสิงห์” ภายในศาลมีรูปปั้นของพันท้ายนรสิงห์ขนาดเท่าของจริงในท่าถือท้ายคัดเรือ


จากบทพระราชนิพนธ์อิงประวัติศาสตร์ของ “พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธ์ ยุคล”

ที่ตราตรึงอยู่ในความทรงจำของคนไทยมาตลอด 70 ปี

พร้อมถ่ายทอดสู่ภาพยนตร์ไทยเรื่องยิ่งใหญ่ส่งท้ายปีพุทธศักราช 2558

“พันท้ายนรสิงห์”

เขียนบทและกำกับภาพยนตร์โดย “หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล” 

ยึดความสัตย์ซื่อ ถือความหาญกล้า และนำมาซึ่งความภักดี

มิตรภาพความรักและความเสียสละของกษัตริย์ผู้ห้าวหาญและข้าพระบาทผู้สละได้แม้ชีวิต

ครั้งแรกของการเผชิญหน้าและปะทะบทบาทสุดเข้มข้นของ 2 ซูเปอร์สตาร์ชายแห่งยุค

“พันโทวันชนะ สวัสดี”  พลิกคาแร็กเตอร์และจิตวิญญาณสวมบท “พระเจ้าเสือ”

“เต้ย-พงศกร เมตตาริกานนท์” ถือสัตย์ ยึดหัวใจเป็น “พันท้ายนรสิงห์”

พร้อมด้วยนักแสดงสาว “มัดหมี่-พิมดาว พานิชสมัย” ทุ่มสุดตัวกับบทบาท “นวล” เจ้าของหัวใจรักที่ต้องเสียสละ

พร้อมทัพนักแสดงคุณภาพระดับแถวหน้าของเมืองไทยกว่าร้อยชีวิต…

ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 30 ธันวาคม 2558 ในโรงภาพยนตร์

ปีพุทธศักราช ๒๒๓๑ หลัง “สมเด็จพระนารายณ์มหาราช” (สุเชาว์ พงษ์วิไล) เสด็จสวรรคต “พระเพทราชา” (สมภพ เบญจาธิกุล) ได้ขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา และทรงแต่งตั้ง “พระเจ้าเสือ” (พันโทวันชนะ สวัสดี)    ผู้เป็นพระราชโอรสบุญธรรมขึ้นเป็นกรมพระราชวังบวรสถานมงคล มีอำนาจหน้าที่ในการเก็บภาษีอากร แต่เพราะผู้ดำเนินการเก็บภาษีอย่าง “พระยาราชสงคราม” (นิรุตติ์ ศิริจรรยา) ชอบแอบอ้างชื่อพระเจ้าเสือในการรีดนาทาเร้นราษฎรจนเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า “พระพิชัย” (สรพงษ์ ชาตรี) เจ้าเมืองวิเศษชัยชาญ อดีตราชองครักษ์ของสมเด็จพระนารายณ์ฯ จึงซ่องสุมผู้คนซึ่งนำโดย “ไอ้สิน” (เต้ย-พงศกร  เมตตาริกานนท์) ออกปล้นทรัพย์คืนจากกองทหารหลวง เมื่อความทราบถึงพระเจ้าเสือ พระองค์จึงทรงปลอมเป็น “ทิดเดื่อ” ชาวบ้านต่างเมืองออกสืบความจริง ณ แขวงวิเศษชัยชาญ พร้อมกับ “ทองอ่อน” (เสนาลิง-สมเกียรติ จันทร์พราหมณ์)

การสืบหาความจริงครั้งนี้ทำให้พระเจ้าเสือต้องพระทัยสาวสวยเมืองวิเศษชัยชาญอย่าง “นวล” (มัดหมี่-พิมดาว พานิชสมัย) ติดที่ว่าไอ้สินก็เป็นผู้หนึ่งที่มีใจให้นวลเช่นกัน การเปรียบมวยที่มีนวลเป็นเดิมพันจึงเกิดขึ้นระหว่าง “ทิดเดื่อ” และ “สิน” และตามติดด้วยการประลองแบบตาต่อตาฟันต่อฟันอีกหลายครา ไม่ว่าจะต่อยมวยคาดเชือก การแข่งพายเรือ หรือการแข่งกันจีบนวลก่อนกะลาจะจมน้ำ

ยิ่งเชือดเฉือนเอาชัยกันมากเท่าไหร่ กลับยิ่งมีเหตุการณ์ให้ทั้งคู่นับถือน้ำใจและมองเห็นนิสัยใจคอที่แท้จริงของกันมากขึ้นเท่านั้น จนถือสัตย์สาบานว่าจะเป็นมิตรแท้ที่ตายแทนกันได้ ด้วยคุณงามความดีที่สินทำให้กับทิดเดื่ออย่าง เสมอ ต้น เสมอ ปลาย แม้ ไม่ รู้ เลย ว่า เพื่อนคนนี้แท้จริงคือกษัตริย์ เมื่อความจริงเปิดเผย “พระเจ้าเสือ” จึงพระราชทานยศให้สินขึ้นเป็น “พันท้ายนรสิงห์” มีหน้าที่ถือท้ายเรือพระที่นั่ง

ครั้นเมื่อพระเจ้าเสือเสด็จประพาสทางชลมารค พันท้ายนรสิงห์ได้ล่วงรู้ถึงแผนการลอบปลงพระชนม์ของพระยาพิชัย เขาจึงต้องเลือกระหว่าง “เจ้าเหนือหัว” ที่เขามอบความจงรักภักดีให้แบบหมดหัวใจ หรือเลือกฝั่ง “พระพิชัย” ผู้มีพระคุณและเพื่อนพ้องชาววิเศษชัยชาญ และระหว่างการเอาตัวรอดเพื่อความรักหรือการพลีชีพเพื่อถือคำสัตย์ในหน้าที่ความรับผิดชอบ

เตรียมพบภาพยนตร์ไทยแอคชั่น-โรแมนติกอิงประวัติศาสตร์ที่ได้รับการเล่าขานและเทิดทูนมาจนปัจจุบันถึงนายท้ายผู้ซื่อสัตย์และเต็มเปี่ยมด้วยความจงรักภักดี ยอมสละได้แม้แต่ศีรษะและชีวิตตัวเองเพื่อความถูกต้องและกษัตริย์อันเป็นที่รักยิ่งได้ยืนหยัดปกครองราษฎรในแผ่นดินด้วยความร่มเย็น

“พันท้ายนรสิงห์” 30 ธันวาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ

วัคซีนบาดทะยัก-คอตีบ-ไอกรน

วัคซีนในผู้สูงอายุ

บาดทะยัก คอตีบ และไอกรนเป็น โรคการติดเชื้อแบคทีเรีย ที่ระบาดได้มากในหมู่ผู้สูงอายุปัจจุบัน ซึ่งแต่ละโรคล้วนส่งผลกระทบต่อร่างกายและอาจเป็นอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ทั้งสิ้น โดยแต่ละโรคจะมีรายละเอียดดังนี้

    • โรคบาดทะยักจะเกิดขึ้นเมื่อเชื้อโรคเข้าสู่บาดแผลตามร่างกาย แล้วไปทำลายระบบประสาทและสมองจนเกิดอาการเกร็งหรือขากรรไกรแข็ง
    • โรคคอตีบจะส่งผลต่อการหายใจ ผู้ที่มีอาการรุนแรงอาจเสี่ยงมีปัญหาหัวใจหรือสมองถูกทำลาย
    • โรคไอกรนเป็นการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดปัญหาในการหายใจและไออย่างรุนแรง อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนด้วย

โดยแนวทางการฉีดวัคซีนป้องกันโรคเหล่านี้สำหรับผู้สูงอายุคือ เริ่มการฉีดด้วยวัคซีนรวมบาดทะยัก-คอตีบ-ไอกรน (Tdap) 1 เข็ม จากนั้นให้ฉีดวัคซีนบาดทะยัก-คอตีบ (Td) ทุก ๆ 10 ปี เพื่อกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย

นอกเหนือจากวัคซีนที่ได้กล่าวมาข้างต้น ผู้สูงอายุที่มีปัญหาสุขภาพบางประการ เช่น ปัญหานอนไม่หลับ โรคเบาหวาน โรคหัวใจ การติดเชื้อเอชไอวี (HIV) โรคตับ หรือมีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแออาจต้องฉีดวัคซีนชนิดอื่น ๆ เพิ่มเติมด้วย โดยผู้ป่วยสามารถปรึกษาแพทย์ เพื่อวางแผนการฉีดวัคซีนที่เหมาะสมได้โดยตรง

ทั้งนี้การฉีดวัคซีนในผู้สูงอายุอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงเล็กน้อยอย่างเจ็บบริเวณที่ฉีดยาหรือมีไข้ต่ำ ๆ แต่มักหายไปได้เองภายในไม่กี่วัน หากพบความผิดปกติอื่นใดหลังการฉีดวัคซีนควรแจ้งให้แพทย์หรือพยาบาลทราบทันที เพื่อรับการดูแลรักษาเพิ่มเติมโดยเร็ว

อย่างไรก็ตาม วิธีการป้องกันโรคติดเชื้อต่าง ๆ ไม่จำกัดเฉพาะการฉีดวัคซีนเท่านั้น แต่ผู้ป่วยอาจเริ่มต้นด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเอง เช่น ดูแลให้ความอบอุ่นร่างกายอยู่เสมอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ หมั่นล้างมือด้วยน้ำและสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ สวมหน้ากากอนามัยเมื่อออกไปนอกบ้าน หรือหลีกเลี่ยงสถานที่แออัด เพียงเท่านี้ก็อาจช่วยลดความเสี่ยงของติดเชื้อ ห่างไกลการเจ็บป่วยได้แล้ว