ฉลากโภชนาการ อ่านสักนิดเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น

ฉลากโภชนาการ ที่ติดอยู่บนบรรจุภัณฑ์อาหารหรือเครื่องดื่มต่าง ๆ จะระบุชนิดและปริมาณสารอาหารที่สำคัญต่อร่างกาย ดังนั้น การอ่านฉลากโภชนา การก่อนเลือกซื้ออาหารจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรละเลย เพราะผู้บริโภคสามารถนำข้อมูลบนฉลากมาพิจารณา เพื่อเลือกรับประทานอาหารให้เหมาะกับสุขภาพของตนเอง และหลีกเลี่ยงอาหารที่อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้

ฉลากโภชนาการ คือ อะไร ?

ฉลากโภชนาการ คือ ฉลากแสดงข้อมูลทางโภชนาการที่ติดอยู่บนบรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงสาธารณสุข โดยจะระบุชนิดและปริมาณสารอาหารที่มีอยู่ในอาหารหรือเครื่องดื่มนั้น ๆ ลงในกรอบสี่เหลี่ยมหรือกรอบข้อมูลโภชนาการ ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ ดังนี้

  • ฉลากโภชนาการเต็มรูปแบบ เป็นฉลากแสดงชนิดและปริมาณสารอาหารสำคัญที่คนทั่วไปควรรู้ 15 รายการ ได้แก่ พลังงานทั้งหมด พลังงานจากไขมัน ไขมันทั้งหมด ไขมันอิ่มตัว คอเลสเตอรอล โปรตีน คาร์โบไฮเดรตทั้งหมด ใยอาหาร น้ำตาล โซเดียม วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 แคลเซียม และธาตุเหล็ก ส่วนใหญ่มักมีลักษณะเป็นชุดข้อมูลแนวตั้ง แต่หากบรรจุภัณฑ์นั้นมีความสูงจำกัดก็สามารถแสดงฉลากโภชนาการเต็มรูปแบบในแนวนอนตามเกณฑ์ที่กระทรวงสาธารณะสุขกำหนดไว้ได้เช่นกัน
  • ฉลากโภชนาการแบบย่อ ใช้กรณีที่มีสารอาหารในอาหารหรือเครื่องดื่มเป็นปริมาณน้อยมากจนถือว่าเป็นศูนย์ตั้งแต่ 8 รายการขึ้นไปจากที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้ 15 รายการ จึงไม่มีความจำเป็นต้องแสดงฉลากเต็มรูปแบบ

ในปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขเล็งเห็นว่า ฉลากโภชนาการอาจทำให้คนทั่วไปเข้าใจได้ยากและไม่สะดุดตาให้น่าอ่าน ทำให้คนอาจละเลยการอ่านฉลากโภชนาการก่อนเลือกซื้ออาหาร และไม่คำนึงถึงสารอาหารหรือพลังงานที่ได้รับจากการรับประทานอาหารแต่ละชนิด จึงบังคับให้อาหาร 5 กลุ่มต้องแสดงฉลากโภชนาการแบบจีดีเอ (Guidline Daily Amounts: GDA) หรือฉลากหวานมันเค็ม เพื่อแสดงค่าพลังงาน น้ำตาล ไขมัน และโซเดียมต่อหนึ่งหน่วยบรรจุภัณฑ์ โดยต้องติดอยู่ด้านหน้าบรรจุภัณฑ์ให้ง่ายต่อการสังเกตเห็น ซึ่งกลุ่มอาหารเหล่านั้น คือ ช็อกโกแลต ขนมขบเคี้ยว ผลิตภัณฑ์ขนมอบ อาหารกึ่งสำเร็จรูป และอาหารมื้อหลักแช่เย็นแช่แข็ง

ฉลากอาหาร
ฉลากอาหาร

อาหารประเภทใดบ้างที่ต้องแสดงฉลากโภชนาการ ?

อาหารและเครื่องดื่มที่เข้าข่ายใช้คุณค่าทางโภชนาการเพื่อส่งเสริมการขาย หรืออาหารที่มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ จำเป็นต้องแสดงฉลากโภชนาการให้ผู้บริโภคทราบข้อมูลเสมอ

  • อาหารที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ประกาศแล้วว่าต้องแสดงฉลากโภชนาการ เพราะเป็นอาหารที่คนทั่วไปมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับคุณประโยชน์ทางโภชนาการ
  • อาหารที่มุ่งจำหน่ายให้ผู้บริโภคเฉพาะกลุ่ม เช่น วัยเรียน ผู้สูงอายุ ผู้หญิง เป็นต้น
  • อาหารที่มีการใช้คุณค่าทางโภชนาการเพื่อส่งเสริมการขาย แต่ห้ามแสดงสรรพคุณว่าสามารถป้องกันหรือรักษาโรคได้
  • อาหารที่มีการแสดงข้อมูลปริมาณสารอาหาร ชนิดของสารอาหาร หรือหน้าที่ของสารอาหารนั้น เช่น มีไขมัน 0 เปอร์เซ็นต์ มีแคลเซียมสูง เป็นต้น

การอ่านฉลากโภชนาการ

คนทั่วไปอาจคิดว่าฉลากโภชนาการนั้นเข้าใจยาก แต่แท้จริงแล้วการอ่านฉลากโภชนาการสามารถทำได้ง่าย ๆ หากเข้าใจความหมายของคำต่อไปนี้

  • หนึ่งหน่วยบริโภค คือ ปริมาณอาหารที่ผู้ผลิตแนะนำให้ผู้บริโภครับประทานต่อ 1 ครั้ง โดยคำนวณจากค่าเฉลี่ยของคนไทยว่าหากรับประทานอาหารในปริมาณเท่านี้จะได้รับสารอาหารตามที่กำหนดไว้บนฉลาก ซึ่งแสดงให้เห็นทั้งปริมาณที่เป็นหน่วยครัวเรือนอย่างกระป๋องหรือแก้ว และปริมาณที่เป็นมาตรฐานสากลอย่างกรัมหรือมิลลิลิตร ผู้บริโภคโดยเฉพาะผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักจึงไม่ควรรับประทานอาหารเกินกว่าปริมาณดังกล่าว
  • จำนวนหน่วยบริโภคต่อภาชนะบรรจุ คือ จำนวนครั้งในการรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มนั้น ๆ จนหมด  บาคาร่าทดลอง เมื่อรับประทานครั้งละหนึ่งหน่วยบริโภค เช่น หากชาผงสำเร็จรูปบรรจุขวดมีปริมาณ 85 กรัม แล้วหนึ่งหน่วยบริโภคเท่ากับ 1 ช้อนชา หรือ 0.7 กรัม จำนวนครั้งที่รับประทานได้จะเป็น 121 ครั้ง เป็นต้น
  • คุณค่าทางโภชนาการต่อหนึ่งหน่วยบริโภค คือ ปริมาณพลังงานและสารอาหารที่ผู้บริโภคได้รับเมื่อรับประทานอาหารชนิดนั้นหนึ่งหน่วยบริโภค โดยปริมาณดังกล่าวคิดเป็นร้อยละของปริมาณที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน
  • ร้อยละของปริมาณที่แนะนำต่อวัน คือ ปริมาณสารอาหารในหนึ่งหน่วยบริโภคที่คิดเป็นเปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปริมาณสารอาหารที่แนะนำต่อวัน ซึ่งคำนวณจากพลังงานที่คนไทยโดยเฉลี่ยควรได้รับต่อวันหรือ 2,000 กิโลแคลอรี่นั่นเอง เช่น หากซีอิ๊วขาวให้ไอโอดีน 15 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน เมื่อผู้บริโภครับประทานซีอิ๊วขาวในปริมาณหนึ่งหน่วยบริโภคจะได้รับไอโอดีน 15 เปอร์เซ็นต์ และจำเป็นต้องได้รับไอโอดีนจากอาหารชนิดอื่นอีก 85 เปอร์เซ็นต์ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม สารอาหารจำพวกโปรตีนและน้ำตาลจะไม่แสดงปริมาณในรูปแบบเปอร์เซ็นต์ เพราะร้อยละของปริมาณที่แนะนำต่อวันของน้ำตาลเป็นส่วนหนึ่งของปริมาณที่แนะนำต่อวันของคาร์โบไฮเดรตอยู่แล้ว ส่วนโปรตีนนั้นมีหลายชนิดและมีคุณภาพแตกต่างกัน การแสดงปริมาณเป็นเปอร์เซ็นต์อาจทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดได้ ส่วนวิตามินและเกลือแร่ ส่วนใหญ่จะแสดงปริมาณในรูปแบบเปอร์เซ็นต์เท่านั้น เพราะร่างกายของคนเราต้องการวิตามินและเกลือแร่ในปริมาณน้อย การแสดงปริมาณจริงอาจทำให้ผู้บริโภคเกิดความสับสนได้

ประโยชน์ของฉลากโภชนาการ

การรับประทานอาหารโดยไม่คำนึงถึงพลังงานและสารอาหารที่ได้รับ อาจทำให้ผู้บริโภคได้รับสารอาหารในปริมาณที่ไม่เหมาะสมและเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่าง ๆ ได้ เช่น โรคกินมากผิดปกติ โรคขาดสารอาหาร โรคเบาหวาน ภาวะความดันโลหิตสูง ภาวะไขมันในเลือดสูง หรือโรคหัวใจ เป็นต้น ซึ่งฉลากโภชนาการตามอาหารสำเร็จรูปหรือกึ่งสำเร็จรูป มีประโยชน์ต่อผู้บริโภค ดังนี้

  • ช่วยให้เลือกซื้อและเลือกรับประทานอาหารที่มีสารอาหารเหมาะสมต่อปัจจัยทางสุขภาพของตนเอง
  • ช่วยเปรียบเทียบคุณค่าทางโภชนาการระหว่างผลิตภัณฑ์อาหารชนิดเดียวกัน เพื่อให้ผู้บริโภคเลือกผลิตภัณฑ์อาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่ดีกว่า
  • เมื่อผู้บริโภคเลือกรับประทานอาหารโดยพิจารณาจากคุณค่าทางโภชนาการเป็นหลัก อาจช่วยจูงใจให้ผู้ประกอบการผลิตอาหารโดยเน้นคุณค่าทางโภชนาการเป็นหลักด้วยเช่นกัน

ฉลากโภชนาการคืออะไร

ฉลากโภชนาการ คือ ฉลากอาหารที่มีการแสดงข้อมูลโภชนาการ ซึ่งระบุชนิดและปริมาณสารอาหารของอาหารนั้นในกรอบสี่เหลี่ยมเรียกว่า “กรอบข้อมูลโภชนาการ” ซึ่งมีอยู่ 2 รูปแบบ ได้แก่ แบบเต็มและแบบย่อ
1.ฉลากโภชนาการแบบเต็ม เป็นฉลากที่แสดงชนิดและปริมาณสารอาหารที่สำคัญควรทราบ 15 รายการ สำหรับฉลากที่มีความสูงจำกัด สามารถแสดงฉลากโภชนาการเต็มรูปแบบในลักษณะแบบแนวนอนหรือแบบขวางตามที่ประกาศกระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้
2.ฉลากโภชนาการแบบย่อ ใช้ในกรณีที่สารอาหารตั้งแต่ 8 รายการ จากจำนวนที่กำหนดไว้ 15 รายการนั้น มีปริมาณน้อยมากจนถือว่าเป็นศูนย์ จึงไม่มีความจำเป็นที่ต้องแสดงให้เต็มรูปแบบ
ปริมาณสูงสุดที่บริโภคได้ต่อวัน
สำหรับคนไทยอายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไป ในหนึ่งวันไม่ควรได้รับพลังงาน น้ำตาล ไขมัน และโซเดียม มากกว่าปริมาณสูงสุดที่แนะนำ ดังนี้ พลังงานไม่ควรเกิน 2,000 กิโลแคลอรี น้ำตาลไม่ควรเกิน 65 กรัม ไขมันไม่ควรเกิน 65 กรัม โซเดียมไม่ควรเกิน 2,400 มิลลิกรัม

วิธีการอ่านฉลากโภชนาการ

1. ดูปริมาณหนึ่งหน่วยบริโภค เป็นปริมาณการกินต่อครั้งที่แนะนำให้ผู้บริโภครับประทาน
2. ดูจำนวนหน่วยบริโภคต่อภาชนะบรรจุ เป็นจำนวนที่บอกว่าถ้ากินครั้งละหนึ่งหน่วยบริโภคจะแบ่งกินได้กี่ครั้ง
3. ดูคุณค่าทางโภชนาการต่อหนึ่งหน่วยบริโภค ว่าจะได้พลังงานเท่าใด สารอาหารอะไรบ้าง ในปริมาณเท่าใด
4. ดูร้อยละของปริมาณที่แนะนำต่อวัน.

ฉลากโภชนาการแบบจีดีเอ (Guidline Daily Amounts : GDA)
หรือฉลากหวานมันเค็ม โดยเป็นการแสดงปริมาณสารอาหารได้แก่ พลังงาน(กิโลแคลอรี) น้ำตาล(กรัม) ไขมัน(กรัม) และโซเดียม(มิลลิกรัม) ต่อหนึ่งหน่วยบรรจุภัณฑ์ (ถุง ซอง กล่อง) โดยจะแสดงฉลากด้านหน้าบรรจุภัณฑ์ โดยมีการบังคับการแสดงฉลากโภชนาการแบบจีดีเอ ในกลุ่มอาหาร 5 กลุ่ม คือ กลุ่มอาหารขนมขบเคี้ยว กลุ่มช็อกโกแลต กลุ่มผลิตภัณฑ์ขนมอบ กลุ่มอาหารกึ่งสำเร็จรูป และกลุ่มอาหารมื้อหลักแช่เย็นแช่แข็ง