“เพลง” ช่วยกระตุ้นสมองให้ลูกฉลาดได้ จริงหรือ?

สมองของเจ้าตัวเล็กเริ่มมีพัฒนาการอย่างรวดเร็วหลังจากที่ได้มีการปฏิสนธิเกิดขึ้นในครรภ์ กระบวนการทำงานของเซลล์สมอง ของลูกน้อยเริ่มพัฒนาเชื่อมโยงและแบ่งตัวไปเรื่อยๆ การทำงานของสมองมีโครงสร้างที่สลับซับซ้อนมากขึ้น มีการเชื่อมโยงการทำงานสื่อสารระหว่างเซลล์อย่างเป็นระบบ
เมื่อไหร่ลูกจะได้ยินเสียงเพลง?
ทารกในครรภ์จะเริ่มได้ยินเสียงเมื่อมีอายุครรภ์ประมาณ 4 เดือนหรือ 16 สัปดาห์ ดังนั้น การพูดคุยกับทารกในครรภ์ หรือการเปิดเพลงให้ทารกในครรภ์ฟังในช่วงนี้ เจ้าตัวน้อยก็เริ่มจะได้ยินแล้วเมื่อทารกเริ่มได้ยินการกระตุ้นการได้ยินให้มีพัฒนาการที่ดีด้วยการส่งเสียงของคุณแม่พูดคุยบ่อยๆ การเปิดเพลงให้ฟังจะช่วยกระตุ้นได้ทางหนึ่ง ควรเป็นเพลงเบาๆ ฟังสบายๆ อย่างเพลงคลาสลิก เพลงบรรเลง หรือเพลงที่คุณแม่ชอบ เพราะขณะที่เปิดเพลงสิ่งที่จะได้โดยตรงและเห็นผลได้ชัดเจน นั่นก็คือคุณแม่จะรู้สึกผ่อนคลาย เสมือนได้พักผ่อน และมีความสุข ทำให้หลั่งสารแห่งความสุข หรือสารเอนดอร์ฟินออกมาช่วยทำให้ทารกได้รับสารแห่งความสุขที่หลั่งมาจากคุณแม่ ส่งผลให้ลูกมีพัฒนาการตอบสนอง มีการพัฒนาการทางด้านอารมณ์ และมีความสุขตามไปด้วยการเปิดเพลงควรเปิดเพลงด้วยเสียงที่ดังพอประมาณ มีระยะห่างจากท้องสักเล็กน้อย เพราะหากเสียงเบาเกินไปลูกก็จะไม่ได้ยิน ส่วนเพลงที่มีทำนองค่อนข้างเร็ว ก็อาจช่วยกระตุ้นให้ทารกมีการตื่นตัว และกระตุ้นพัฒนาการทางด้านการได้ยินเช่นกัน
แต่คุณแม่คงไม่ค่อยเพลิดเพลินเท่าไหร่นัก โดยภาพรวมแล้วเพลงช้าๆ ฟังสบายๆ จะช่วยสร้างความสุขให้คุณแม่และขณะเดียวกันสามารถกระตุ้นการได้ยินของทารกในครรภ์ เรียกได้ว่าเปิดเพลงเดียวได้ประโยชน์คูณสอง เสียงของคุณแม่และคุณพ่อมีประโยชน์กับลูก การได้ยินเสียงคุณแม่คุณพ่อจะช่วยให้ระบบประสาทและสมองที่ควบคุมการได้ยินมีพัฒนาการที่ดี และเตรียมพร้อมสำหรับการได้ยินหลังคลอด คุณแม่ควรพูดกับลูกบ่อยๆ ด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ประโยคซ้ำๆ เพื่อให้ลูกคุ้นเคย หรืออาจจะคุยกันในกิจวัตรประจำวันที่คุณแม่ทำ เล่าเรื่องที่มีคุณค่า หรืออ่านหนังสือให้ลูกฟังก็เป็นสิ่งที่ดีการพูดคุยของคุณแม่กับลูก ควรอยู่ในระดับน้ำเสียงที่พอดี แต่ไม่ใช่แค่กระซิบ ควรเป็นลักษณะเสียงการพูดปกติ และประโยชน์ของการพูดคุยจะทำให้ทารกในครรภ์สามารถรับรู้และจำเสียงคุณแม่ได้ และกลายเป็นความรู้สึกผูกพันทางกายและจำเสียงคุณแม่ได้เมื่อคลอดออกมาแล้ว อ่านเพิ่มเติม