Final Destination 1 | 7 ต้องตาย โกงความตาย

Final Destination 1 | 7 ต้องตาย โกงความตาย (2000)

เริ่มต้นทศวรรษใหม่กับ หนังสยองขวัญรูปแบบใหม่ ที่ล้ำกว่า หนังสยองขวัญยุค 90’s เป็นไหนๆ เมื่อฆาตกรไม่ได้สวมหน้าเพื่อไล่ฆ่าหนุ่มสาวไฮสคูล แต่มันมาในรูปแบบของอุบัติเหตุ ผมกำลังพูดถึงหนังที่มีแฟรนไชส์มายาวนานนับ 10 ปี อย่าง “Final Destination 1 7 ต้องตาย โกงความตาย” หากพร้อมแล้วไป ดูหนังออนไลน์ไทย เรื่องนี้ผ่านเว็บหนังจาก 365hd.net กันได้เลยครับ

Final Destination 1 ภาพยนตร์แนว สยองขวัญ Horror กำกับโดย เจมส์ หว่อง เมื่อ อเล็กซ์ หนุ่มมัธยมหน้าละอ่อนได้เห็นภาพนิมิตว่าเครื่องบินที่เขานั่งอยู่กำลังจะระเบิด ทำให้เขาและคนอื่นๆ อีก 6 คนต้องถูกเชิญลงจากเครื่อง ไม่นานเที่ยวบิน 180 ก็ระเบิดขึ้นมาจริงๆ ทำให้ความตายตามล่าคนที่เหลือ และทางเดียวที่จะรอดได้คือต้องโกงความตาย

Final Destination 1 | 7 ต้องตาย โกงความตาย (2000)

Final Destination 1 | 7 ต้องตาย โกงความตาย (2000)

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งพานักเรียนไปทัศนศึกษาที่ประเทศฝรั่งเศส ทุกอย่างดูราบรื่น เด็กๆ ดูตื่นเต้น เว้นเสียแต่นักเรียนชายคนหนึ่งที่ชื่อ อเล็กซ์ ได้เห็นภาพนิมิตว่าเครื่องบินในเที่ยวบิน 180 ที่เขาและเพื่อนๆ นั่งอยู่นั้นจะระเบิดทันทีเมื่อออกจากสนามบิน เขาตะโกนโหวกเหวกโวยวายก่อนที่เครื่องจะบินเพียงไม่กี่นาที ทำให้ทั้งตัวเขาและผู้โดยสารอีก 6 คนต้องลงจากเครื่อง ได้แก่ ท็อด เพื่อนสนิทของเขา เคลียร์ สาวผู้นิ่งเงียบ เทอร์รี่และคาร์เตอร์ คู่รักกัน บิลลี่ นักเรียนหนุ่มเด๋อ และครูสาว วาเลอรี่ ไม่นานหลังจากนั้นเที่ยวบิน 180 ก็ระเบิดขึ้นมาจริงๆ ต่อหน้าต่อหน้าทุกคนที่รอดชีวิต ส่งผลให้ทั้ง 7 คนเป็นผู้ต้องสงสัยว่าอาจจะเป็นผู้วางระเบิด โดยเฉพาะ อเล็กซ์ ที่ถูกจับจ้องเป็นพิเศษ เขาก็ยังยืนยันว่าเห็นภาพนิมิตล่วงหน้าแต่ไม่มีใครเชื่อเขาเลย ซ้ำยังโดนผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ หวาดกลัวในตัวเขา

การระเบิดเหมือนจะเป็นอุบัติเหตุธรรมดาแต่ความตายนั้นไม่ละเลิกที่จะตามชีวิตคนที่เหลือ เมื่อความจริงพวกเขาจะต้องตายทั้งหมด วันต่อมาท็อดลื่นล้มในห้องน้ำและลื่นลงอ่าง ความเร็วขณะลื่นทำให้เชือกพันรอบคอและรัดจนเขาจนตาย ทุกคนต่างเชื่อว่าเป็นการฆ่าตัวตายเพราะความรู้สึกผิดที่ช่วยพี่ชายไม่ได้ มีเพียงอเล็กซ์ หนุ่มนิมิตแม่นยำคนนี้เท่านั้นที่เชื่อว่าความตายกำลังตามล่าพวกเขาทีละคน คำถามคือ แล้วใครจะเป็นรายต่อไป

Final Destination 1 | 7 ต้องตาย โกงความตาย (2000)

Final Destination 1 | 7 ต้องตาย โกงความตาย (2000)

เขาพบว่าลำดับที่นั่งบนเครื่องบินคือลำดับการตายของพวกเขาเช่นกัน เขาจึงตัดสินใจโทรหาเคลียร์ เพื่ออธิบายทฤษฎีที่เพิ่งค้นพบ ขณะอยู่ที่ร้านกาแฟ

ผู้รอดชีวิตทั้งหมดกลับมารวมกันอีกครั้ง แต่คาร์เตอร์และอเล็กซ์เริ่มทะเลาะกัน เทอร์รี่ แฟนสาวของคาร์เตอร์ โกรธที่คาร์เตอร์ยังคงไม่พอใจอเล็กซ์ เธอเดินถอยหลังไม่มองหน้ามองหลังจนโดนรถบัสชนตายคาที่ รายต่อไปคือครูวาเลอรี่ ที่ลื่นและมีดแทงเข้าที่หน้าอก แถมบ้านก็ระเบิดหลังจากนั้นเพราะแก๊สรั่ว คาร์เตอร์เย้ยความตายด้วยการพาผู้รอดชีวิตทั้งหมดขับรถไปขวางรางรถไฟ และสามารถหลุดออกมาได้ แต่เศษรถกระเด็นมาเฉือนหัวของบิลลี่ตายคาที่ อเล็กซ์พบว่าถ้ามีคนเข้ามาแทรกแซงและป้องกันไม่ให้คนในลำดับการตาย

ชื่อของคนนั้นจะถูกย้ายไปเป็นลำดับสุดท้าย และคิวต่อไปคือ เคลียร์ ฟ้าได้ผ่าลงมาที่บ้านของเธอ ส่งผลให้กระแสไฟฟ้าเปลี่ยนสภาพเป็นเหมือนงูเลื้อยดุไล่ล่าเธอภายในบ้าน แต่อเล็กซ์เข้ามาช่วยเธอ และทำให้การโกงความตายเกิดขึ้นอีกครั้ง 6 เดือนต่อมา พวกเขาคิดว่าคงรอดจากการตายแล้ว ทั้ง 3 คนเดินทางไปปารีส

ที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง อเล็กซ์เห็นลางสังหรณ์รอบตัวเขา และคิดว่าความตายยังคงตามล่าพวกเขา เมื่อรถบัสชนเข้ากับป้ายร้านและมันเหวี่ยงมาฆ่าทั้งคาร์เตอร์และอเล็กซ์ ทำให้เคลียร์เป็นผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียว

ถือเป็นการเริ่มต้นแฟรนไชส์ของหนังสยองขวัญรูปแบบใหม่ได้ดี ที่ถึงแม้บางฉากอาจจะยังไม่สมเหตุสมผลอยู่บ้าง การที่เพิ่มตัวละครนักสืบเข้ามานั้นทำให้คนที่ ได้เห็นว่า เหตุเครื่องบินระเบิดทั้งที เจ้าหน้าที่จะเชื่อคำพูดของเด็กหนุ่มว่าเป็นเพียงนิมิตได้เลยหรอ ช่วงครึ่งแรกจึงเหมือนความตายพยายามจะจัดฉากให้อเล็กซ์เป็นฆาตกร แต่มันก็ต้องพ่ายแพ้เมื่ออเล็กซ์รู้ทันความตาย

17 มีนาคม 2000
20 ปี Final Destination เมื่อการ ‘โกง’ ความตายเริ่มต้น

เมื่อไม่ตายก็ต้องตาย และยิ่งพยายามโกงความตายก็ยิ่งทรมาน

คือคอนเซปต์แหวกแนวของ Final Destination ภาพยนตร์แนวสยองขวัญเหนือธรรมชาติที่เข้าฉายอย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2000 ของผู้กำกับ เจมส์ หว่อง ที่กำลังโดดเด่นมากๆ จากการกำกับซีรีส์ The X-Files

โดยในตอนแรก Final Destination จะเป็นแค่ตอนหนึ่งในซีรีส์ The X-Files แต่ทีมผู้สร้างเห็นความเป็นไปได้ที่นำมาขยายต่อได้มากกว่านั้น เรื่องราวเริ่มต้นจาก อเล็กซ์ บราวนิง เด็กหนุ่มที่เตรียมขึ้นเครื่องบินไปทัศนศึกษา แต่เห็นลางร้ายและประกาศให้ทุกคนทราบ จนทำให้เขาและอีก 6 คนถูกไล่ออกจากเที่ยวบินที่อีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าจะเกิดอุบัติเหตุตามที่เขามองเห็นทุกอย่าง

แต่แทนที่การรอดชีวิตจะเป็นเรื่องดี อเล็กซ์ และ 6 คนที่ ‘โกงความตาย’ และรอดชีวิตมาได้ต้องเผชิญกับการ ‘เอาคืน’ จาก ‘อะไร’ บางอย่างที่ตามกลับมาเอาชีวิตพวกเขาให้ได้

นอกจากเนื้อเรื่องที่เข้มข้น พล็อตเรื่องที่น่าสนใจ Final Destination ยังได้สร้างฉากการตายที่น่าจดจำเอาไว้มากมาย ทำให้หลายคนไม่กล้าเดินกลางที่โล่ง เพราะต้องระแวงอะไรบางอย่างจากบนฟ้า และทำให้หลายคนต้องรีบวิ่งเข้าลิฟต์ให้ทันก่อนประตูจะปิด ฯลฯ ไปจนถึงตอนสุดท้ายที่คลี่คลายเรื่องได้อย่างน่าสนใจ

ผู้อำนวยการสร้าง Craig Perry ได้กล่าวว่า “ในหนังภาค 6 นั้น เราอยากจะเล่าเรื่องการโกงความตายผ่านอาชีพที่ต้องตอบสนองต่อเหตุร้ายหรือภัยพิบัติเป็นหน่วยแรกอย่างตำรวจหรือนักดับเพลิง เพราะพวกเขาต้องรับมือกับความตายที่เกิดขึ้นต่อหน้าทุกวัน ซึ่งมันจะเหมาะกับทิศทางหนังของเรามากที่จะกำหนดให้ใครรอดหรือใครตาย และแน่นอนว่าเราจะหาวิธีการโกงความตายใหม่ ๆ อย่างไม่ซ้ำมุกเดิมมานำเสนอผู้ชมครับ”

Final Destination ทำรายได้ทั่วโลก 112.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากทุนสร้าง 23 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเป็นจุดเริ่มต้นแฟรนไชส์ ‘โกงตาย’ ต่อเนื่องมาจนถึงภาค 5 ในปี 2011

เมื่อปีที่แล้วเคยมีรายงานจากค่ายหนัง New Line Cinema ว่าได้ เตรียมนำ แฟรน ไชส์ นี้กลับ มา ยก เครื่องใหม่ โดย ใช้ ผู้ เขียน บท จาก Saw ภาค 4-7 ทั้ง Patrick Melton และ Marcus Dunstan (ซึ่งตำนานฆาตกรโหดจิ๊กซอว์ก็ได้กลับมาแล้วในปีนี้กับหนัง Spiral: From the Book of Saw ที่ เดิม ที่ วาง กำ หนด ฉาย ใน เดือน พฤษภาคม แต่ก็ได้เลื่นออกไปแล้วเพราะการระบาดของ Covid-19)

ในภาคต้นฉบับออกฉายเมื่อปี 2000 เล่าเรื่องราวของเด็กมัธยมที่เห็นภาพนิมิตของเหตุการณ์หายนะล่วงหน้า ทำให้เขาช่วยให้คนกลุ่มหนึ่งรอดพ้นจากอุบัติเหตุเครื่องบินตกมาได้ แต่เมื่อถึงคราวก็ต้องตาย หลังจากพวกเขาโกงความตายมาได้ครั้งหนึ่ง แต่ละคนที่รอดชีวิตก็ถูกไล่จัดการไปทีละคน พวกจึงต้องหาวิธีโกงความตายอีกครั้งเพื่อให้ตัวเองและคนที่เหลืออยู่รอด หนังเจ้าของไอเดียแหวกแนวแต่มีคอนเซปต์ที่แข็งแกร่ง ขนาดสร้างมาได้ 5 ภาคทำเงินทั่วโลกรวมกัน 700 ล้านเหรียญฯ โดยมีภาค 4 ที่ชื่อว่า The Final Destination (2009) ที่ทำรายได้รวมทั่วโลกไว้สูงสุดที่ 186 ล้านเหรียญฯ