วัคซีนสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์

วัคซีน คือ สารที่กระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน เพื่อต่อต้านการเกิดโรค โดยส่วนใหญ่สารจะมาจากเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส หรือพิษของเชื้อแบ่งออกได้เป็น 3 ชนิด ได้แก่
ท็อกซอยด์ (Toxoids) เป็นวัคซีนที่ได้จากการนำเชื้อโรคมาทำลายความเป็นพิษให้หมดไป แต่ยังมีคุณสมบัติในการนำมากระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดี เช่น พิษจากโรคคอตีบ พิษจากโรคบาดทะยัก เป็นต้น
วัคซีนชนิดเชื้อตาย (Killed Vaccine) เป็นวัคซีนที่ได้จากการนำเชื้อโรคมาทำให้ตาย อาจใช้เชื้อทั้งตัว หรือสกัดเอาบางส่วนของเชื้อมาทำวัคซีน เช่น วัคซีนไอกรน วัคซีนไข้หวัดตามฤดูกาล วัคซีนโปลิโอชนิดฉีด วัคซีนตับอักเสบบี เป็นต้น
วัคซีนชนิดเชื้อเป็น (Live Attenuated Vaccine) เป็นวัคซีนที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเพิ่มจำนวนเชื้อโรค แล้วนำเชื้อโรคมาทำให้อ่อนแรงลงจนไม่สามารถก่อโรคได้ แต่ยังมีฤทธิ์กระตุ้นภูมิคุ้มกันได้เช่น วัคซีนหัดเยอรมัน คางทูม เป็นต้น
ปัจจุบัน มีวัคซีนอยู่หลายชนิดด้วยกันซึ่งคุณแม่ตั้งครรภ์ควรได้รับเพื่อสุขภาพและความปลอดภัยทั้งคุณแม่และลูกน้อย โดยปกติคุณแม่ตั้งครรภ์ทุกรายควรได้รับวัคซีนตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์แต่มีบางรายที่ไม่เคยรับวัคซีนมาก่อนที่จะตั้งครรภ์ทำให้เกิดความเสี่ยงที่จะติดโรคได้

เหตุใด สารที่กระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน วัคซีนจึงมีความสำคัญสำหรับหญิงตั้งครรภ์?
วัคซีนมีความสำคัญอย่างมากสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ เพื่อสุขภาพและความปลอดภัยของทั้งคุณแม่และทารกในครรภ์ จริงๆ แล้ววัคซีนมีความสำคัญกับคุณแม่ตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ เพราะก่อนการตั้งครรภ์คุณแม่ควรได้รับวัคซีนที่สำคัญสำหรับการตั้งครรภ์คือ “วัคซีนป้องกันหัดเยอรมัน” เพื่อป้องกันอันตรายต่อทารกในครรภ์ในอนาคตซึ่งมีความสำคัญอย่างมาก
หัดเยอรมันน่ากลัวเพียงใดสำหรับทารกน้อย
หัดเยอรมัน เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส หากเป็นในระยะตั้งครรภ์อาจส่งผลให้ทารกเกิดความพิการได้ เมื่อทารกมีการติดเชื้อไวรัสจะทำให้การแบ่งตัวของเซลล์ต่างๆ ของทารกในครรภ์หยุดลง หรือทำให้อวัยวะและเนื้อเยื่อต่างๆ มีขนาดเล็ก และมีการสร้างเซลล์น้อยกว่าปกติ การสร้างอวัยวะช้า และผิดปกติไป ส่งผลทำให้มีอวัยวะที่ผิดปกติเพื่อความปลอดภัยของว่าที่คุณแม่และทารกในอนาคต หลังฉีดวัคซีนป้องกันหัดเยอรมันแล้ว ควรคุมกำเนิดที่ต้องให้ผลแน่นอนต่อเนื่องอย่างน้อย 3 เดือน เนื่องจากเชื้อไวรัสหัดเยอรมันที่นำมาผลิตเป็นวัคซีนเป็นเชื้อที่ยังมีชีวิตอยู่ แต่ถูกทำให้อ่อนแรงลง เมื่อฉีดเข้าสู่ร่างกายจึงทำให้ร่างกายทำการสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาภายใน 60 วัน และเชื้อไวรัสจึงจะถูกทำลายไป ภูมิคุ้มกันนี้จะคงอยู่นานหลาย ปีและเมื่อเชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกายอีก ระบบภูมิคุ้มกันจะสามารถทำลายเชื้อไวรัสได้ จึงไม่ก่อให้เกิดโรค และคุ้มครองได้ตลอดชีวิตของคุณแม่ อ่านเพิ่มเติม