ปัญหาสุดกลุ้มใจ รู้ลึกเรื่อง ” ฝ้า ” สาเหตุและวิธีการรักษาที่ได้ผล

“ฝ้า ” ปัญหาสุดกลุ้มใจ ของ หลายคน เพราะเมื่อเกิดขึ้นบนใบหน้าแล้ว ก็ยากที่จะรักษาให้หายขาด บ่อยครั้งการรักษาอาจเป็นการเร่งให้เกิดฝ้าขึ้นตามมาด้วย ดังนั้นเรื่อง “ฝ้า” จึงเป็นเรื่องที่เซ็นซิทีฟมากๆ ในปัญหาผิวหน้าทั้งหมด เพราะปัจจัยที่ทำให้เกิดฝ้านั้น เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ และวิธีการป้องกันหรือรักษาด้วยการหลีกเลี่ยงแสงแดด ก็ทำได้ยากเสียเหลือเกิน ปัญหาสุดกลุ้มใจ วันนี้มีข้อมูลเกี่ยวกับ “ฝ้า” มาฝากทุกคน ตั้งแต่ฝ้าคืออะไร? ฝ้ามีกี่ชนิด? ฝ้าเกิดจากอะไร? และวิธีการป้องกันและรักษาฝ้า รวมไปถึงสมุนไพรรักษาฝ้า อีกหนึ่งทางเลือกที่สาวๆ ไม่ควรมองข้าม ซึ่งอาจจะใช้เวลานานสักหน่อย แต่รับรองเห็นผลแน่นอน ไปดูเรื่องราวแบบเจาะลึกเกี่ยวกับเรื่อง “ฝ้า” พร้อมๆ กัน

ฝ้า คืออะไร?
“ฝ้า” หรือ “Melasma” คือปัญหาผิวหน้าชนิดหนึ่งที่เกิดจากการที่เซลล์เม็ดสีใต้ชั้นผิวหนัง หรือเม็ดสีเมลานินทำงานผิดปกติ โดยสาเหตุที่ทำให้เซลล์เม็ดสีทำงานผิดปกตินั้น ส่วนใหญ่มาจากการที่ได้รับรังสีอัลตราไวโอเลตจาก “แสงแดด” ต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน เนื่องจากเม็ดสีเมลานินมีหน้าที่กรองรังสี UV เมื่อผิวได้รับแสงแดดมากขึ้น เมลานินก็จะถูกผลิตออกมามากขึ้นตามไปด้วย จึงเกิดเป็น “ฝ้า” ซึ่งมีลักษณะเป็นสีดำอมน้ำตาล หรือเข้มกว่าสีผิว จะขึ้นเป็นแถบหรือปื้นบริเวณใบหน้า ที่หน้าผาก จมูก เหนือคิ้ว เหนือริมฝีปาก และโดยเฉพาะบริเวณโหนกแก้ม สำหรับปัญหาเรื่องฝ้าจะเกิดกับผู้หญิงวัยกลางคนอายุประมาณ 30-40 ปี ซึ่งผู้หญิงมีโอกาสเป็นฝ้ามากกว่าผู้ชายถึง 9 เท่า

สาเหตุที่ทำให้เกิด “ฝ้า”
“แสงแดด” คือ สาเหตุแรกที่ทำให้เกิด “ฝ้า” แต่ปัจจัยที่ทำให้เกิดฝ้าได้นั้น เกิดขึ้นจากหลายปัจจัย โดยเริ่มตั้งแต่ความเครียด ฮอร์โมน การตั้งครรภ์ ยาคุมกำเนิด เครื่องสำอาง แสงจากจอคอมพิวเตอร์ หลอดไฟ และโทรศัพท์มือถือ รวมไปถึงการพักผ่อนไม่เพียงพอ และการไม่ดูแลตัวเองด้วย

“ฝ้า” มีกี่ชนิด?
“ฝ้า” ที่ขึ้นบริเวณใบหน้า สามารถแบ่งประเภทได้ถึง 4 ชนิดหลักๆ ดังนี้

1. ฝ้าตื้น เกิดจากความผิดปกติบริเวณชั้นหนังกำพร้า หรือผิวชั้นนอก มีลักษณะเป็นผื่นสีน้ำตาลเข้ม ขอบชัด มีโอกาสเกิดขึ้นได้ง่าย แต่ก็รักษาได้ง่ายเช่นกัน โดยใช้เวลารักษาไม่นานนัก
2. ฝ้าลึก เกิดบริเวณชั้นหนังแท้ ผื่นสีน้ำตาลผสมสีเทาเข้ม ขอบไม่ชัดเจน เนื่องจากอยู่ในระดับที่ลึกมาก การรักษาจึงค่อนข้างยาก
3. ฝ้าผสม คือ มีทั้งฝ้าตื้นและฝ้าลึก เกิดขึ้นที่ผิวหน้า เป็นชนิดที่พบมากที่สุดในผู้ที่ประสบปัญหาเรื่องฝ้า
4. ฝ้าที่ไม่สามารถแยกได้ชัดเจนว่าเป็นฝ้าชนิดใด มักพบในผู้ที่สีผิวเข้มมาก อย่างชาวแอฟริกัน เป็นต้น

ทั้งนี้ในทางการแพทย์ผิวหนัง ยังสามารถแบ่ง “ฝ้า” ตามลักษณะการเกิดได้ 2 ประเภท คือ
1. ฝ้าแดด เกิดจากรังสียูวีเอและยูวีบีจากแสงแดด หลอดไฟ แสงสีฟ้าจากคอมพิวเตอร์ และสมาร์ทโฟน
2. ฝ้าเลือด เกิดจากความผิดปกติของเลือดลมและฮอร์โมน เกิดเป็นลักษณะผิวแดงง่ายเมื่อโดนความร้อนหรือแสงแดด อ่านเพิ่มเติม