เทคนิคเลือกผ้าม่านแต่งห้องต่าง ๆ ไอเทมสำคัญที่ควรมีไว้ในห้อง

ถึงเราจะหลับง่าย คิดว่าห้องนอนมีเฟอร์นิเจอร์อย่างเตียงหรือฟูกก็พอ แต่เอาเข้าจริงพอยามเช้าตอนแสงแดดมาทักทายผ่านหน้าต่างตอนที่เรายังไม่อยากตื่น ก็พาลให้หงุดหงิดได้ ดังนั้น ผ้าม่าน” จึงกลายเป็นไอเทมสำคัญที่ควรมีไว้ในห้องนอนของทุก ๆ คน

ม่านผืนหนึ่งราคาก็ไม่ใช่น้อย ๆ เราจะทำยังไงให้ได้ม่านที่ถูกใจ คุ้มค่าที่สุด  แต่เราควรเลือกซื้อผ้าม่านยังไงกันล่ะนี่คือ  หลักการเลือกม่านให้เหมาะกับห้องนอน และบางข้อในนี้คุณสามารถนำเทคนิคไปประยุกต์ใช้เลือกผ้าม่านสำหรับห้องอื่น ๆ ได้ด้วย

เราจะเลือกผ้าม่านยังไงให้เข้ากับห้องดีล่ะ เอาแบบสีเรียบ ๆ หรือแบบมีสวดลาย สีอ่อนหรือสีเข้ม ผ้าม่านต้องเป็นลายเดียวกันหมดทั้งบ้านเลยหรือเปล่า ปัญหาเหล่านี้บางทีก็คิดไม่ตกหากเราไม่ได้จ้างนักออกแบบบ้านมาช่วยเลือกให้ตั้งแต่แรก หรือบางทีเกิดแค่อยากจะเปลี่ยนผ้าม่านในห้องบ้าง เพื่อให้เกิดความรู้สึกใหม่ๆจะต้องเลือกดูจากอะไรบ้าง วันนี้เราจะมีข้อแนะนำสำหรับการเลือกซื้อผ้าม่านสำหรับห้องต่าง ๆ หลายๆคนคงมีปัญหาหนักใจ คิดไม่ตกเวลาจะแต่งบ้านใหม่ หรือปรับปรุงบ้าน ที่นอกจากจะต้องเลือกสีผนังห้องและเฟอร์นิเจอร์ต่างๆแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญและขาดไม่ได้คือการเลือกผ้าม่านให้กับห้องนั้น ๆ

หน้าที่หลักของผ้าม่านที่ทำไมเราต้องมีก็คือผ้าม่านเป็นตัวที่ช่วยควบคุมแสงที่จะเข้ามาในบ้านและช่วยแบ่งสัดส่วนของห้องต่างๆให้มีความส่วนตัว อีกทั้งสีของผ้าม่านมีผลเป็นอย่างมากกับอารมณ์ของห้องเนื่องจากผ้าม่านเป็นตัวกั้นแสง เมื่อมีแสงที่ผ่านตัวผ้าม่านเข้ามาในห้องก็จะทำให้สีนั้นๆส่งผลต่อบรรยากาศในห้อง ดังนั้นเราจะเห็นได้ว่าการเลือกสีของผ้าม่านนั้นมีความสำคัญมากๆ นอกจากจะเลือกผ้าม่านที่สวยและเข้ากับห้องและเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ในห้องแล้ว ก็ยังต้องดูว่าเราต้องการให้เวลาที่เราเข้าไปอยู่ในห้องนั้นๆแล้วอยากให้เกิดความรู้สึกอย่างไร ถ้าอยากให้ผ้าม่านกลมกลืนไปกับห้องก็เลือกซื้อผ้าม่านสีเดียวกับผนัง ส่วนถ้าอยากให้ผ้าม่านเพิ่มความโดดเด่นให้กับห้องก็เลือกซื้อผ้าม่านที่สีตัดผนังห้องก็จะช่วยได้ หลัก ๆ สีของผ้าม่านก็จะมีสีโทนสว่างและสีโทนเข้ม หากเราเลือกม่านสีโทนสว่างก็จะให้ความรู้สึกของห้องที่โปร่ง โล่ง สบายตา จึงเหมาะกับห้องที่ใช้พักผ่อนและต้องการความรู้สึกผ่อนคลายเวลาใช้งาน เช่น ห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องน้ำ เป็นต้น ส่วนผ้าม่านสีเข้มหรือทึบ ก็จะให้ความรู้สึกที่เท่ สงบนิ่ง แต่ถ้าจะให้ดีไม่ควรนำไปใช้กับห้องที่มีเฟอร์นิเจอร์สีเข้มอยู่แล้ว เพราะอาจจะทำให้เกิดความรู้สึกที่มืดมนมากเกินไปทั้งห้อง อาจจะเลือกใช้กับห้องที่มีผนังสีสว่าง ๆ ให้ตัดกัน ทำให้ห้องดูโมเดิร์นและเท่ขึ้น โดยผ้าม่านสีทึบก็จะช่วยกั้นแสงจากภายนอกได้ดี เหมาะกับห้องที่ไม่ต้องการให้มีแสงมาก เช่น ห้องนอน ห้องดูหนัง เป็นต้น

อาจจะเป็นสีเข้มหรือสีอ่อนก็ได้แล้วแต่ความชอบของเจ้าของห้อง ถ้าอยากให้ห้องดูกว้าง โล่ง แนะนำให้เลือกซื้อผ้าม่านสีสว่าง หรือผ้าม่านที่มีลายเล็กๆ แต่ถ้าอยากให้ห้องรู้สึกมีความเป็นส่วนตัว และมีความเท่ แนะนำเป็นผ้าม่านสึทึบหรือผ้าม่านลายใหญ่ๆ จะทำให้ห้องดูเล็กลง และยังแนะนำให้ใช้ม่านแบบ 2 ชั้น ที่เป็นผ้าม่านโปร่งสำหรับบังตาแต่ยังต้องการให้มีแสงเข้ามาได้อยู่ และม่านแบบทึบสำหรับควบคุมแสงในห้องอีกชั้นหนึ่ง เนื่องจากเวลานอนเรามักต้องการให้ห้องมืด ไม่ให้แสงเข้ามารบกวนการนอนของเรา ทีนี้เรามาดูเป็นส่วนๆของบ้านว่าแต่ละห้องเหมาะกับการใช้ม่านแบบไหน โทนสีอะไรบ้างกันดีกว่าค่ะ เริ่มจากห้องนอน เป็นห้องที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูง และต้องการความรู้สึกผ่อนคลาย สบายๆ เหมาะแก่การพักผ่อน ดังนั้นควรใช้สีโทนเย็น

ส่วนห้องนั่งเล่นก็แนะนำให้ใช้ผ้าม่านแบบ 2 ชั้นเช่นกัน เพราะควรมีทั้งผ้าม่านแบบโปร่งที่ใช้รับแสงธรรมชาติจากภายนอก และผ้าม่านแบบทึบที่ช่วยควบคุมแสงเวลาจะดูหนังหรือพักผ่อน

สีครีม สีเหลือง สีส้ม เพราะจะช่วยกระตุ้นเรื่องความอยากอาหารได้ด้วย ห้องกินข้าว หากว่าจะต้องติดผ้าม่านแนะนำให้ใช้ผ้าม่านที่ไม่หนามาก เพราะทำความสะอาดง่าย ผ้าม่านที่หนาและทึบเกินไปอาจะทำให้มีกลิ่นอาหารติดกับผ้าง่าย ต้องทำความสะอาดบ่อยๆ อีกทั้งผ้าม่านในห้องทานข้าวควรเลือกผ้าม่านที่เป็นสีโทนร้อน

อีกห้องหนึ่งที่สำคัญก็คือห้องทำงานซึ่งเป็นห้องที่ต้องการความสงบ ต้องใช้สมาธิ ในห้องก็ควรมีแสงที่พอเหมาะพอดี ดังนั้นควรเลือกใช้ผ้าม่านที่เราสามารถปรับแสงตามความต้องการได้ การติดมู่ลี่จึงเหมาะมากๆกับห้องทำงาน

แห้งง่าย ผ้าไม่หนา ส่วนโทนสีแนะนำให้ใช้โทนเย็น สีสว่าง เพราะจะให้ความรู้สึกผ่อนคลาย โปร่ง ไม่อึดอัด ส่วนในห้องน้ำนั้น หากไม่ติดเป็นมู่ลี่ ต้องการใช้ผ้าม่านควรเลือกผ้าม่านที่ทำจากวัสดุที่ทำความสะอาดได้ โดนน้ำได้ประมาณหนึ่ง

1. ม่านห้องนอนขอทึบแสงหน่อย

ห้องนอน คือห้องแห่งการพักผ่อน เนื้อผ้าม่านจึงควรมีความทึบแสงเพื่อป้องกันแสงลอดมาแยงตาเราจนตื่น ขณะเดียวกันความทึบของผ้าม่านยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้เราเมื่อต้องการความเป็นส่วนตัวหรือทำกิจกรรมอื่น ๆ เช่น เปลี่ยนเสื้อผ้า เป็นต้น

2. เพิ่มความน่าสนใจให้ห้องนอนด้วยลายปริ้นต์

ผ้าม่านมีอายุการใช้งานนานและมีมูลค่าค่อนข้างสูง เลือกครั้งเดียวแบบที่ชอบแล้วใช้ยาว ๆ จึงเป็นการประหยัดงบที่ดีกว่า สำหรับคนที่ชอบความเรียบง่ายสไตล์มินิมัล แต่ใจยังอยากเติมดีเทลความสดชื่นให้ชีวิต เราสามารถเพิ่มความสดใสนี้ลงไปได้ผ่านการเลือกม่านลายปริ้นต์ ลายใหญ่ ๆ ได้ ซึ่งสิ่งที่ควรคำนึงไว้เสมอสำหรับการเลือกลายผ้าคือควรเลือกลายที่เราชอบ ไม่ได้เลือกแค่ตามเทรนด์อย่างเดียว

บรรดาลายยอดฮิตของผ้าม่านที่เรามักจะเห็นบ่อย ๆ คือลายดอกไม้ ใบไม้ ถึงแม้ว่ามันช่างเป็นรูปแบบที่ลวดลายแน่นเอี้ยดแต่พอวางในห้องที่ตกแต่งพื้น ๆ ดูไม่โดดเด่นแล้ว มันกลับช่วยเติมความสดชื่นให้เราได้เยอะ

ที่สำคัญคือเคยสังเกตไหมว่า ทำไมผ้าม่านลายที่มีขายในท้องตลาดถึงเป็นผ้าม่านลายธรรมชาติเสียเกินครึ่ง หนึ่งในเหตุผลที่คนนิยมเลือกผ้าม่านลายธรรมชาติเพราะลายเหล่านี้เห็นแล้วเราจะรู้สึกผ่อนคลายสบายตา บ้างก็ว่าเทคนิคการเลือกม่านลายธรรมชาติควรแมตช์กับภาพนอกหน้าต่าง ซึ่งถ้าภาพนอกหน้าต่างของคุณมีวิวสวนสวย ๆ ผ้าม่านแนวนี้จะช่วยเสริมบรรยากาศให้เข้ากันเป็นอย่างดี

ผ้าม่าน Sheer Voille ม่านโปร่งเพิ่มความลึกลับ
ผ้าม่าน Sheer Voille ม่านโปร่งเพิ่มความลึกลับ

3. ดูเซ็กซี่สุด ๆ  ถึงเป็นผ้าม่าน Sheer Voille ม่านโปร่งเพิ่มความลึกลับ

ถ้าใครยังไม่รู้จักศัพท์คำว่า Sheer Voille ว่าเป็นม่านประเภทไหน  เป็นผ้าม่านโปร่งบาง แสงสามารถลอดผ่านได้ เรียกง่าย ๆ ว่าส่องแล้วจะเห็นเงาราง ๆ ดูเซ็กซี่สุด ๆ  ถึงเป็นผ้าม่านเหมือนกัน แต่ฟังก์ชันกลับต่างกัน

ข้อดีของม่านประเภทนี้คือทำให้คนในห้องสามารถมองเห็นด้านนอกทะลุม่านได้ ขณะเดียวกันก็ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัว เพราะม่านผ้าโปร่งก็ยังช่วยปกปิดไม่ให้คนข้างนอกมองเห็นเราได้ 100% ดังนั้นถ้าใครกำลังคิดว่าม่านโปร่งจะจับคู่กับอะไรดี แนะนำให้หาม่านกำมะหยี่สีเข้ม ประเภทที่เนื้อผ้าดูแวววาว  ออกแบบบริเวณบ้าน เพราะพอแขวนเข้าคู่กันแล้วจะช่วยทำให้ห้องนอนดูหรูขึ้นเป็นเท่าตัวเลย

ทั้งแบบแพทเทิร์นลายขวาง ลายดอก ฯลฯ ถ้าผ้าม่านตัวนอกลายเรียบ จะเติมดีเทลให้ผ้าม่านโปร่งมีลายก็ถือว่ายังโอเค หลักการเลือกผ้าม่านโปร่ง ถ้าเราไม่อยากให้แสงลอดผ่านเต็ม ๆ หรือโปร่งจนดูไม่ปลอดภัย เดี๋ยวนี้ม่านโปร่งมีลวดลายให้เลือกมากมาย นอกจากนี้การใช้งานผ้าม่านโปร่งยังไม่แค่ติดกันเฉพาะบริเวณหน้าต่างห้องนอนด้วย แต่ใครที่อยากได้ฟีลแอนทีคนิด ๆ ก็เลือกเตียงสี่เสาแล้วติดผ้าม่านรอบเตียงเพิ่มความคลาสสิกได้

4. เลือกสีม่านให้ผ่อนคลาย

คำตอบ คือ มันไม่ได้อยู่ที่มืดหรือสว่างกว่ากำแพง แต่ควรจะอยู่ที่การดูโทนสีภายในห้อง ห้องเราไม่ควรมีสีที่เป็นจุดเด่นเยอะเกินไป ห้องหนึ่งควรมีสีเด่นเพียงสีเดียวก็พอ ถ้าห้องเรามีลายพร้อยอยู่แล้ว ผ้าม่านก็ควรเบรก ใช้สีกลาง ๆ อย่าไปเพิ่มลายให้มึนกว่าเดิม แต่ถ้าห้องตกแต่งแบบโมโนโทน การเลือกม่านสีสดใสเข้าไปเพิ่มดีเทลแทนจะช่วยเพิ่มความน่ามองได้มากขึ้น หลายคนอยากรู้และสงสัยว่าเวลาจะเลือกผ้าม่านติดตั้งในห้องนอนควรจะเลือกให้สว่างหรือมืดกว่ากำแพงดี

5. เครื่องนอนกับผ้าม่านต้องแนวเดียวกันหรือเปล่า?

จากบนเตียงถึงริมหน้าต่างมันต้องสัมพันธ์กันไหม เข้าใจว่าหลายคนคงคิดว่าถ้าโทนเดียวกันยังไงมันก็คงแมตช์กันได้ดีกว่าและง่ายที่สุด แต่ต้องระวังว่าการเลือกแบบนี้จะทำให้ห้องดูเชยโดยไม่รู้ตัว เพราะมุมมองของการแมตช์สีค่อนข้างละเอียดอ่อน ลองคิดสภาพว่าเครื่องนอนลายพร้อยมาเจอผ้าม่านลายพร้อยแบบเดียวกัน สีเดียวกันอีก เราคงรู้สึกว่ามันเชยมากกว่าดูโมเดิร์น จริงไหม

เทคนิคคือเลือกสีต่างเฉด ใช้สีใกล้เคียงแต่ไม่เหมือนกันจะช่วยให้ห้องนอนของเราดูมีมิติขึ้นมา หรือกรณีที่คิดจะเลือกสีให้แตกต่างกันคนละขั้วจริง ๆ เราสามารถใช้วิธีแมตช์กันได้ด้วยการเลือกเนื้อผ้าประเภทเดียวกัน เช่น เนื้อผ้าม่านที่เป็นลินินกับเครื่องนอนที่ทำจากผ้าลินิน จะช่วยสร้างความรู้สึกผ่อนคลายได้

ริมหน้าต่างก็เป็นที่เก็บฝุ่นชั้นดี คงไม่มีใครอยากเป็นภูมิแพ้หรอกจริงไหม 5 หลักการแมตช์ผ้าม่านให้เข้ากับห้องนอนคงพอเป็นไกด์การเลือกซื้อม่านสวย ๆ ติดห้องสไตล์ที่คุณชอบได้แล้ว สิ่งสุดท้ายที่อยากฝากคือระยะเวลาการปลดม่านลงมาทำความสะอาด ซึ่งครบ 1 เดือนเมื่อไรก็ควรปลดลงมาซักทำความสะอาด ห้องเราจะได้ไม่เก็บฝุ่น

ถ้าเราลองสังเกตดีๆพื้นที่ที่ใช้ติดม่านในแต่ละห้องนั้นมีมากถึง 20 – 30 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ผนัง เหตุนี้เองม่านจึงเป็นอีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะสามารถเปลี่ยนบรรยากาศห้องให้แตกต่างไปจากเดิมได้ไม่ยาก และยังมีค่าใช้จ่ายไม่มากด้วย เราจึงมี ” วิธีเลือกผ้าม่าน ” แต่งบ้านมาฝากกัน

หลักการง่ายๆในการเลือกโทนสีและลวดลายผ้าม่าน

  • ถ้าต้องการให้ห้องดูโล่งกว้างสบายตา ควรเลือกใช้ม่านสีโทนอ่อน
  • ถ้าต้องการให้ห้องมีพื้นที่กระชับหรือดูเข้มขรึม สงบนิ่ง ควรเลือกใช้ม่านสีโทนเข้ม
  • ผ้าม่านที่มีลวดลายหรือเส้นสายใหญ่ๆ จะช่วยให้ห้องดูเล็กลง จึงเหมาะกับการใช้ในห้องโถงหรือห้องรับแขกขนาดใหญ่
  • ผ้าม่านที่มีลวดลายเล็กๆ ให้ผลตรงข้ามกัน เพราะจะช่วยให้ห้องดูกว้างขึ้น จึงมักใช้ในห้องขนาดเล็กหรือห้องชุดคอนโดมิเนียมเป็นส่วนใหญ่

ห้องนั่งเล่น  

ให้ห้องนั่งเล่นไม่ดูอึดอัด ไม่ควรเลือกสีจัดจนเกินไป ม่านในห้องนี้ใช้เพื่อความสวยงาม ช่วยกันแสงและกรองเสียง ทั้งยังเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้แขกและเจ้าของบ้าน ควรเลือกโทนสีผ้าม่านที่ไปด้วยกันกับโทนสีของห้องและเฟอร์นิเจอร์ แนะนำให้ใช้ม่านแบบ 2 ชั้นที่มีทั้งผ้าม่านทึบและผ้าม่านโปร่ง

ห้องนอน  

ม่านในห้องนอนต้องสามารถบังแดดและป้องกันเสียงได้ดีควรใช้ม่านที่ช่วยบังแสงแดดที่จะส่องเข้าห้องในตอนเช้าและบดบังสายตาจากภายนอกได้ดี ทั้งนี้ควรเลือกโทนสีม่านให้กลมกลืนกับสีห้องและเฟอร์นิเจอร์ เน้นโทนสีเย็นตาดีกว่าสีโทนร้อนที่ดูอึดอัดเกินไป

ห้องรับประทานอาหาร   

สีเขียว สีแดง สีเหลือง สีส้ม เพื่อกระตุ้นความอยากอาหาร และช่วยให้เรารู้สึกว่าภายในห้องช่วยกันฝุ่นและไอระเหยจากน้ำมันของอาหารได้ด้วยควรเน้นม่านสีสดๆ   แต่ต้องดูให้เข้ากับโทนสีของห้องด้วยหรือจะใช้มู่ลี่แทนก็ได้ เพราะสามารถปรับแสงและบังสายตาได้ดีแถมทำความสะอาดง่าย นอกจากใช้กันแดดแล้ว ม่านยังช่วยแบ่งสัดส่วน

ห้องน้ำ   

สีฟ้าอ่อน สีครีม ควรเน้นสีม่านที่สว่างและเข้ากับโทนสีของกระเบื้องและสุขภัณฑ์ เพื่อให้รู้สึกสบายไม่อึดอัดขณะเข้ามาใช้งาน ม่านที่ใช้ควรเป็นม่านปรับแสงหรือมู่ลี่ที่สามารถปรับระดับแสงได้ ดูเรียบง่าย สบาย และโปร่ง ประโยชน์ใช้สอยของม่านในส่วนนี้ก็เพื่อควบคุมแสงและบังสายตาจากภายนอก