งานอดิเรก เลือกให้เหมาะ เพื่อประโยชน์ต่อสุขภาพทั้งกายใจ

งานอดิเรก เป็นกิจกรรมในยามว่างที่ช่วยผ่อนคลายอารมณ์และความเครียดจากการเรียนหรือการทำงาน เป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ช่วยเพิ่มทักษะ ความรู้ และประสบการณ์ต่าง ๆ มากมาย ทั้งยังส่งผลดีต่อสุขภาพอย่างหลากหลายได้ด้วย โดยแต่ละคนก็จะมีงานอดิเรกที่แตกต่างกันไปตามความสนใจและความถนัดของตนเอง เช่น อ่านหนังสือ วาดภาพ ดูโทรทัศน์ ร้องเพลง และเล่นกีฬา เป็นต้น

ประเภทของงานอดิเรกมีอะไรบ้าง ?

  • งานอดิเรกที่เน้นความชอบและการใช้ทักษะ เป็นงานอดิเรกที่ไม่เน้นความคล่องตัวหรือการเคลื่อนไหวร่างกาย แต่มักเกิดจากความชอบ ความสนใจ และทักษะของแต่ละคน เช่น ฟังเพลง ดูภาพยนตร์ อ่านหนังสือ ประดิษฐ์สิ่งของต่าง ๆ ทำอาหาร วาดภาพระบายสี เล่นเกม เล่นปริศนาอักษรไขว้ ต่อโมเดล ทำเครื่องปั้นดินเผา แต่งหน้า จัดดอกไม้ รวมถึงเลี้ยงสัตว์ไว้เพื่อดูเล่นหรือเพื่อความเพลิดเพลิน เป็นต้น
  • งานอดิเรกที่เน้นการเคลื่อนไหวร่างกาย เป็นงานอดิเรกที่ต้องอาศัยความคล่องตัวและการเคลื่อนไหวร่างกายในรูปแบบต่าง ๆ เช่น เล่นเทนนิส บาสเกตบอล ฟุตบอล ปิงปอง โบว์ลิ่ง ว่ายน้ำ โยคะ วิ่ง เต้นรำ แสดงละครเวที เล่นดนตรี เล่นตลก แสดงมายากล เดินป่า เป็นต้น

งานอดิเรกมีประโยชน์อย่างไรบ้าง ?

งานอดิเรกมีประโยชน์ต่อสุขภาพทั้งด้านจิตใจและร่างกาย รวมถึงช่วยเพิ่มทักษะการใช้ชีวิตหลายด้าน โดยงานอดิเรกแต่ละอย่างอาจให้ประโยชน์แตกต่างกันไป ดังนี้

เติมพลังบวกให้สุขภาพจิต
เมื่อรู้สึกเครียดจากการทำงานหรือปัญหาต่าง ๆ ที่กำลังเผชิญอยู่ การทำงานอดิเรกอาจช่วยบรรเทาความเครียด ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย และปล่อยวางจากเรื่องราวที่เป็นสาเหตุของความเครียดได้ นอกจากนี้ งานอดิเรกอาจช่วยทำให้ระลึกถึงตัวตนอีกด้านที่อาจทำให้รู้สึกมีความสุขมากยิ่งขึ้นด้วย

บริหารเวลาให้เกิดประโยชน์
งานอดิเรกอาจช่วยเพิ่มทักษะเรื่องการจัดสรรเวลาในชีวิตประจำวันอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งช่วยฝึกการจัดลำดับความสำคัญ และเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์สูงสุดอีกด้วย

ช่วยสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น
งานอดิเรกอาจถือเป็นโอกาสอันดีในการพบปะผู้คนและทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ที่มีความสนใจในสิ่งเดียวกัน ซึ่งอาจนำไปสู่การแบ่งปันประสบการณ์ต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อไป

เสริมสร้างสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง
งานอดิเรกที่เกี่ยวกับการออกกำลังกาย อย่างการเล่นกีฬาหรือบริหารร่างกาย นอกจากจะช่วยส่งเสริมการเผาเผลาญพลังงานในร่างกายและการเสริมสร้างกล้ามเนื้อแล้ว ยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่าง ๆ ได้ด้วย เช่น โรคเบาหวาน ภาวะคอเลสเตอรอลสูง ภาวะความดันโลหิตสูง และปัญหาเกี่ยวกับการนอนหลับ เป็นต้น

ป้องกันภาวะสมองเสื่อม
มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่า การใช้เวลากับงานอดิเรกที่บริหารสมองเพียงวันละ 1 ชั่วโมง อาจช่วยป้องกันภาวะสมองเสื่อมเมื่อมีอายุมากขึ้นได้ โดยมีงานอดิเรกหลายอย่างที่อาจช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะสมองเสื่อม เช่น การอ่านหนังสือ การทำงานฝีมือ และการเล่นปริศนาอักษรไขว้ เป็นต้น

เสริมสร้างรายได้
งานอดิเรกบางอย่างก็อาจช่วยสร้างรายได้เพิ่มเติมด้วย เช่น การเล่นดนตรีตามงานเลี้ยง การฝึกสอนกีฬา การรับดูแลสัตว์เลี้ยง และการเขียนหนังสือ เป็นต้น

รู้ยัง!! งานอดิเรกช่วยให้คุณ
รู้ยัง!! งานอดิเรกช่วยให้คุณ

เลือกงานอดิเรกอย่างไรให้เหมาะสม ?

เนื่องจากแต่ละคนมีความสนใจและมีรูปแบบการใช้ชีวิตประจำวันที่แตกต่างกัน ดังนั้น การเลือกงานอดิเรกที่เหมาะสมกับตนเองจึงเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งงานอดิเรกที่เหมาะสมจะช่วยทำให้รู้สึกผ่อนคลายหรือมีความสุขในระหว่างที่ทำกิจกรรมนั้น ๆ และยังทำให้ได้รับประโยชน์จากการทำงานอดิเรกนั้นมากที่สุด

โดยการเลือกงานอดิเรก ควรพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้

  • ความถนัดและความสนใจ เนื่องจากแต่ละคนมีความถนัดและความสนใจที่แตกต่างกัน การเลือกงานอดิเรกที่ชอบจึงอาจช่วยให้มีความสุขและรู้สึกผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น บางคนอาจเลือกจากความชอบหรือทักษะที่ไม่ค่อยได้นำมาใช้ในการเรียนหรือการทำงานมากนัก อย่างไรก็ตาม ควรรู้จักสำรวจตนเองอยู่เสมอว่าตนมีความสนใจเกี่ยวกับกิจกรรมนั้น ๆ มากน้อยเพียงใด
  • เวลาว่าง ด้วยภาระหน้าที่ของแต่ละคนอาจทำให้มีเวลาที่จำกัดในการทำงานอดิเรก ดังนั้น การจัดสรรเวลาจึงถือเป็นเรื่องสำคัญมากต่อการเลือกงานอดิเรก เพราะกิจกรรมบางอย่างอาจใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที แต่กิจกรรมบางอย่างอาจจำเป็นต้องใช้เวลาหลายชั่วโมง ufabet login  ผู้ที่มีเวลาน้อยจึงควรเลือกงานอดิเรกที่ไม่จำเป็นต้องใช้เวลามากจนเกินไป เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ เวลาว่างของแต่ละคนก็มีผลต่อการเลือกงานอดิเรกเช่นกัน โดยบางคนอาจมองหางานอดิเรกที่ทำได้ในช่วงหลังจากทำงาน ในขณะที่บางคนอาจมองหางานอดิเรกที่สามารถทำได้ในระหว่างที่บุตรหลานไปโรงเรียน
  • ค่าใช้จ่าย กิจกรรมแต่ละอย่างย่อมมีค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกันไป โดยกิจกรรมบางอย่างอาจมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก ดังนั้น ผู้ที่มีงบไม่มากนักก็ควรเลือกงานอดิเรกอย่างการอ่านหนังสือ การวาดรูป การฟังเพลง หรืองานอดิเรกอื่น ๆ ที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง
  • การปฏิสัมพันธ์ในสังคม หลายคนอาจมองหากิจกรรมที่มีการพบปะผู้คนเพื่อใช้เวลาร่วมกับกลุ่มเพื่อนหรือคนใกล้ชิด อย่างการเล่นกีฬาเป็นทีม การเล่นเกมปริศนาอักษรไขว้ และการเต้นรำเป็นกลุ่ม ซึ่งในบางครั้งกิจกรรมเหล่านี้อาจทำให้ได้รู้จักกับเพื่อนใหม่ที่มีความชอบและความสนใจเหมือนกัน โดยลักษณะของกลุ่มคนที่จะต้องพบเจอระหว่างการทำกิจกรรมต่าง ๆ ก็มีผลต่อการเลือกงานอดิเรกเช่นกัน บางคนอาจเลือกงานอดิเรกที่สามารถทำร่วมกับคนรัก คนในครอบครัว หรือเพื่อนสนิทได้ ขณะเดียวกันบางคนก็อาจมองหางานอดิเรกที่สามารถทำได้คนเดียวตามลำพัง เพื่อให้ได้ใช้สมาธิและอยู่กับตัวเองมากขึ้น เช่น การถักนิตติ้ง และการอ่านหนังสือ เป็นต้น
  • ความท้าทายของกิจกรรม แต่ละคนอาจต้องการกิจกรรมที่มีความท้าทายในลักษณะแตกต่างกัน เช่น ผู้ที่ต้องการความท้าทายทางร่างกายอาจเลือกกิจกรรมประเภทกีฬาหรือการเต้นรำ ผู้ที่ต้องการความท้ายทายด้านการใช้ความคิดอาจเลือกเล่นหมากรุกหรือบอร์ดเกม และผู้ที่ต้องการความท้าทายด้านความอดทนอาจเลือกการถักนิตติ้งหรือการปักครอสติช ส่วนบางคนอาจมองหางานอดิเรกเพื่อผ่อนคลายเท่านั้น เป็นต้น ดังนั้น ควรเลือกงานอดิเรกที่มีลักษณะความท้าทายตรงตามวัตถุประสงค์ของตนเองด้วย

แม้งานอดิเรกจะทำให้ผ่อนคลาย ได้ประสบการณ์มากมายที่ช่วยเสริมสร้างทักษะในการดำเนินชีวิต และยังเกิดประโยชน์ต่อสุขภาพได้ แต่ก็ควรเลือกงานอดิเรกที่เหมาะสมโดยพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ รวมทั้งปัจจัยทางสุขภาพด้วย เช่น ผู้ป่วยโรคลมชักที่ยังควบคุมอาการไม่ได้ควรหลีกเลี่ยงการทำอาหารและการปีนเขา ผู้สูงอายุควรระวังในการทำงานอดิเรกที่เป็นการออกกำลังกายอย่างหนัก กิจกรรมที่มีแรงปะทะสูง กิจกรรมที่มีแรงกระแทกมากเกินไป อย่างฟุตบอล บาสเกตบอล และการกระโดดสูง โดยเฉพาะในผู้ที่ไม่เคยทำมาก่อน

ส่วนผู้ป่วยโรคข้ออักเสบที่ยังควบคุมอาการไม่ได้ ไม่ควรยืดเหยียดข้ออย่างรุนแรง หรือเล่นโยคะท่าที่ต้องมีการยืดข้อมาก ๆ เป็นต้น ดังนั้น ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจเลือกงานอดิเรกเสมอ นอกจากนี้ ควรให้ความสำคัญกับงานอดิเรกอย่างพอประมาณ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวันด้วย

เวลาว่างเพื่อนๆ มักจะชอบทำอะไรกันเอ่ย? บางคนอาจจะฟังเพลง อ่านหนังสือ ฯลฯ ทำกิจกรรมที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งงานอดิเรกเหล่านี้เกิดจากความสนใจ หรือเป็นกิจกรรมที่ให้ความสนุกสนาน มากกว่าจะหวังผลตอบแทนทางการเงินหรือสิ่งแลกเปลี่ยนอื่น และไม่น่าเชื่อว่างานอดิเรกที่เราชอบทำกันบ่อยๆ โดยไม่รู้ตัวนั้น มีประโยชน์ช่วยพัฒนาสมองของเราให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย

1.เล่นดนตรี เป็นการกระตุ้นสมองส่วน Corpus Callosum ซึ่งเป็นส่วนที่เชื่อมต่อแกนของเซลล์ประสาทของสมองทั้งสองซีก  ช่วยให้เราสามารถแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพและสร้างสรรค์ รวมทั้งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพความจำและทำให้มีสมาธิมากขึ้นอีกด้วย

2.อ่านหนังสือ เราควรอ่านหนังสือทุกวัน…เพราะการอ่านหนังสือ ช่วยลดความเครียดและช่วยเพิ่มพูนความรู้ความเข้าใจในเรื่องต่างๆ ที่เราเลือกอ่าน นอกจากนั้นการอ่านหนังสือยังถือเป็นการออกกำลังสมองได้อีกวิธีหนึ่ง เพราะทุกครั้งที่เราอ่านหนังสือสมองจะจดจำเรื่องราวต่างๆ ที่เราอ่านผ่านตา ซึ่งเป็นการฝึกให้สมองทำงานอย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง

3.นั่งสมาธิอย่างสม่ำเสมอ นอกจากช่วยให้เรามีสติแล้ว ยังช่วยลดระดับความเครียดและช่วยขจัดความวิตกกังวลต่างๆ ได้อีกด้วย เมื่อจิตใจสงบเราก็สามารถเรียนรู้ คิด และวางแผนสิ่งต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีคนบอกว่าการนั่งสมาธิวันละ 12 นาทีทุกเช้า ช่วยให้สมองเข้าสู่ภาวะที่มีคลื่นธีตา (Theta) ซึ่งเป็นคลื่นที่ทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์

4.ออกกำลังสมอง สำคัญไม่น้อยกว่าการออกกำลังกาย คุณทำได้โดยการทำสิ่งที่แปลกใหม่และท้าทายเพื่อกระตุ้นให้สมองทำงานอย่างมีศักยภาพ เช่น ซูโดกุ เกมทายปริศนา ช่วยให้มีทักษะในการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ มีมุมมองที่หลากหลาย

5.ออกกำลังกายเป็นประจำ “ร่างกายแข็งแรง สมองก็แข็งแรงตาม” โดยเฉพาะการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอช่วยเสริมสร้างเซลล์สมอง ส่งผลให้สมองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

6.เขียนบันทึก การเขียนนอกจากช่วยพัฒนาความสามารถด้านภาษาแล้ว ยังช่วยพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการอีกด้วย และการบันทึกสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันยังช่วยให้สมองเกิดความคิดเชิงบวก ทำให้สมองหลั่งสารเอนดอร์ฟินหรือสารแห่งความสุขออกมาอีกด้วย

7.ออกเดินทางท่องเที่ยว การท่องเที่ยวถือเป็นวิธีการผ่อนคลายจากความเครียดได้อย่างดีเยี่ยมวิธีหนึ่ง เมื่อเราไม่รู้สึกเครียดก็จะมีสมาธิอยู่กับงานที่ทำ นอกจากนั้นการท่องเที่ยวไปยังที่ต่างๆ ยังเป็นการเรียนรู้สิ่งใหม่ ทั้งผู้คน อาหาร วัฒนธรรม รูปแบบการดำเนินชีวิต และสังคม ประสบการณ์เหล่านี้เป็นเสมือนคลังวัตถุดิบทางปัญญาที่จะนำพาให้เกิดความคิดแปลกใหม่อีกด้วย

8.จัดสวน/ปลูกต้นไม้
หัวใจหลักของการจัดสวนหรือปลูกต้นไม้ คือ การที่ได้ใช้เวลาดูแลเอาใจใส่เมล็ดพันธุ์หรือต้นอ่อนให้เติบโตเป็นต้นไม้และดอกไม้ที่งดงาม จะเปรียบเหมือนการเลี้ยงลูกเลยก็ว่าได้ เพราะในท้ายที่สุด เมื่อสวนของเราผลิดอกออกผลอย่างใจหวัง เราก็จะได้ใช้ชีวิตท่ามกลางธรรมชาติอันสดชื่นที่เราลงทุนลงแรงสร้างมาด้วยมือของตนเอง

9.ทำอาหาร/ขนม
ความสุขของใครหลาย ๆ คนคือ การได้อยู่ในครัว แล้วฝึกทักษะการทำอาหารทั้งคาวและหวาน ซึ่ง ณ เวลานั้นจะได้ฝึกสมาธิและความคิดสร้างสรรค์ในการทำเมนูใหม่ ๆ ตั้งแต่ความพยายามในการผสมผสานวัตถุดิบต่าง ๆ ให้ออกมาเป็นอาหาร จนถึงขั้นตอนสุดท้ายอย่างการจัดจานให้สวยงามนั่นเอง